กรุงเทพฯ (30 ตุลาคม 2569) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) และมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) ร่วมสนับสนุนการจัดงาน Institute of International Finance (IIF) Annual Membership Meeting ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ งานประชุมดังกล่าวเป็นเวทีที่ รวมผู้นำและผู้บริ หารจากภาคการเงินและการธนาคารทั่ วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิ ศทางของภาคการเงินในหลากหลายมิ ติ
การประชุมของ IIF จัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings สำหรับปีนี้จัดขึ้นที่ประเทศไทย จึงเป็นโอกาสสำคัญที่กรุงศรี และ MUFG จะร่วมกันสนับสนุนการจัดงาน และนำเสนอศั กยภาพของประเทศไทยและภูมิ ภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่ อแวดวงการเงินระดับนานาชาติ ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิ ด “Growth, Risk, and the New Map of Global Finance” สะท้อนความสำคัญของเอเชียที่เพิ่ มมากขึ้นในแวดวงการเงินโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเส้ นทางการค้า ห่วงโซ่อุปทาน และการไหลของเงินทุน โดยมีวิทยากรทั้ งจากประเทศไทยและนานาประเทศร่ วมบรรยาย
ในจำนวนนี้ ผู้บริหารระดับสูงของกรุงศรี และ MUFG ได้เข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ นายฮิโระโนริ คาเมะซาวา ประธานกรรมการมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป และ นายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้ าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารของ MUFG อีกหลายท่านที่เดินทางมาร่ วมการหารือในประเด็นต่างๆ ซึ่งจัดขึ้นล่วงหน้าหนึ่งวันก่ อนการประชุมหลัก
เอเชีย: “ตลาดหลักแห่งที่สอง” ของ MUFG
นายฮิโระโนริ คาเมะซาวา ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Views from the C-Suite: Asia’s New Horizons – Growth, Fragmentation and Opportunity” โดยกล่าวถึงโอกาสและความสำคั ญของภูมิภาคเอเชีย ซึ่ง MUFG ให้ความสำคัญในฐานะ “Second mother market” หรือตลาดหลักแห่งที่สองรองจากญี่ ปุ่น ปัจจุบันกำไรราว 20% ของ MUFG มาจากภูมิภาคเอเชีย มียอดสินเชื่อในเอเชียราว 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้ ซึ่ง MUFG ได้วางรากฐานและลงทุนต่อเนื่ องมากว่า 10 ปี
ประธานกรรมการ MUFG ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคั ญของเอเชียต่อญี่ปุ่น โดยชี้ว่าเอเชียมีศักยภาพการเติ บโตสูงโดยมีปัจจัยหลักมาจากเรื่ อง การลดการปล่อยคาร์บอน (decarbonization) การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (digitalization) และการยกระดับภาคอุตสาหกรรม (industrial upgrading) พร้อมระบุว่าการทำงานร่วมเป็นที มและการผสานความร่วมมือ (teamwork & co-creation) ระหว่างภาคส่วนต่างๆ เป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในธุรกิจที่กำลังมี การขยายตัว เช่น พลังงาน ดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค
ประเทศไทยกับโอกาสจากการปรั บโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน
ขณะที่นายประกอบ เพียรเจริญ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Asia in a Changing World: Capital Flows, Trade and Connectivity with Other Regions” โดยชี้ว่า ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ ผลักดันให้บรรษัทข้ามชาติปรั บเปลี่ยนกลยุทธ์ และกระจายฐานการผลิต เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับห่ วงโซ่อุปทาน (supply chain resilience) แนวโน้มดังกล่าวเปิดโอกาสให้ ประเทศไทยในหลายอุตสาหกรรม อาทิ ดาต้าเซ็นเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องมาพร้อมกับโอกาสคื อความพร้อมในการรองรับ ทั้งการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า และมาตรการที่ช่วยสนับสนุ นการลงทุน ควบคู่กับการบริหารจัดการทรั พยากรอย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกัน สถาบันการเงินเองก็มีบทบาทสำคั ญอย่างยิ่งในการพัฒนาโซลูชั นทางการเงินที่ช่วยเสริมขี ดความสามารถในการแข่งขั นและความยืดหยุ่นของภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ การร่วมสนับสนุนงาน IIF Annual Membership Meeting ในครั้งนี้ สะท้อนความร่วมมืออย่างใกล้ชิ ดระหว่างกรุงศรีและ MUFG ในการเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากั บเครือข่ายการเงินระดับโลก และการมีส่วนร่วมกำหนดทิ ศทางของภาคการเงินในเอเชี ยในระยะต่อไป
















