‘บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ MOSHI เดินกลยุทธ์การตลาดช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2569 เปิดตัวคอลเลกชัน ‘Sanrio characters Thai School Uniform’ นำ Pop Culture ระดับโลก ผสานเข้ากับเอกลักษณ์ซอฟต์พาวเวอร์ไทย (Soft Power) เขย่าตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ พร้อมเดินเครื่อง 3 กลยุทธ์สำคัญ ‘ความแตกต่างด้านการออกแบบ’ ‘ความหลากหลายของสินค้า’ และ ‘ราคาที่เข้าถึงได้’ ผลักดันยอดขายไตรมาส 4/2569 พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยอย่างยั่งยืน
นางสาวบุณยวีร์ บุญสงเคราะห์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจและปฏิบัติการ บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้สภาวะเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2569 จะยังคงมีความผันผวนและท้าทาย แต่ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีคุณภาพดีไซน์โดดเด่น และสามารถสร้างความสุขทางใจในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ MOSHI ที่มุ่งนำเสนอสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความหลากหลายของดีไซน์และระดับราคา ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าลิขสิทธิ์ที่ตอบโจทย์ความชื่นชอบและกระแสนิยมของผู้บริโภค เพื่อสร้างประสบการณ์การเลือกซื้อที่แตกต่างและกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ

ขณะเดียวกัน เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดสินค้าลิขสิทธิ์ (Character License) บริษัทฯ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจผ่านกลยุทธ์ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1. ความแตกต่างด้านการออกแบบ การนำคาแรคเตอร์ยอดนิยมมาถ่ายทอดเรื่องราวเพื่อสร้างความแปลกใหม่ 2. ความหลากหลายของสินค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ตั้งแต่ Gen Z, คนทำงาน ไปจนถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มองหาสินค้าของฝากสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเอกลักษณ์และไม่สามารถหาซื้อได้จากที่อื่น และ 3. ราคาที่เข้าถึงได้ ใช้กลยุทธ์กระจายช่วงราคา (Price Point) ที่สมเหตุสมผล เริ่มต้นเพียง 20 บาท เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าง่ายต่อการตัดสินใจซื้อทันทีควบคู่กับการสร้างสมดุล Product Mix ระหว่างสินค้าใช้งานจริงกับสินค้าตอบโจทย์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และการสะสม เปลี่ยนจากการซื้อเพราะความจำเป็นไปสู่การซื้อเพราะความผูกพันทางอารมณ์ เพื่อรักษาจุดแข็งด้านความคุ้มค่าและสร้างกระแสความนิยมอย่างยั่งยืน
ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจและปฏิบัติการ MOSHI กล่าวเพิ่มว่า สำหรับช่วงไฮซีซัน (High Season) ปลายปีนี้ MOSHI เดินหน้าสร้างสีสีนให้ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Sanrio Characters in Thai School Uniform” ซึ่งเป็นคอลเลกชันพิเศษที่วางจำหน่ายเฉพาะที่ Moshi Moshi ในประเทศไทย และนับเป็นครั้งแรกของการผสาน Pop Culture ระดับโลกเข้ากับเอกลักษณ์ Soft Power ของไทย สะท้อนเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยผ่านสินค้าไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย โดยนำ 5 คาแรคเตอร์ยอดนิยมภายใต้ลิขสิทธิ์ Sanrio ได้แก่ Hello Kitty (เฮลโลคิตตี), Kuromi (คุโรมิ), Pochacco (โปเชโกะ), My Melody (มายเมโลดี้) และ Cinnamoroll (ซินามอโรล) มาสวมใส่ “ชุดนักเรียนไทย” ซึ่งเป็นภาพจำอันโดดเด่นที่ได้รับความสนใจอย่างสูงจากทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ สำหรับสินค้าในคอลเลกชันนี้มีให้เลือกหลากหลาย อาทิ Card Holder, Notebook, Shopping Bag, Mirror, Plush Keychain เป็นต้น ในราคาเริ่มต้นเพียง 20 บาท ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงฐานแฟนคลับ Character Lover ให้ซื้อสะสมยกเซ็ต อย่างไรก็ตาม คาดว่าคอลเลกชันดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนยอดขายในไตรมาส 4/2569 อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์แล้ว MOSHI ยังมุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านกลยุทธ์ Experiential Marketing โดยเปลี่ยนหน้าร้านจาก ‘Shopping Destination’ สู่ ‘Lifestyle Destination’ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์การเลือกซื้อสินค้า แต่ยังมอบความสนุกและประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านมุมถ่ายรูปเช็กอิน ที่สร้าง Engagement และกระตุ้นการบอกต่อบนโซเชียลมีเดีย (Word of Mouth) ในวงกว้าง นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการสร้างการรับรู้แบรนด์และดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ในอนาคต
“สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ MOSHI ยังเตรียมทยอยเปิดตัว Seasonal Collection อย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มสินค้าเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ ของขวัญ ของตกแต่งบ้าน พร้อมทั้งยังมองหาโอกาสในการพัฒนาสินค้าภายใต้คอนเซปต์ใหม่ ๆ ทั้งจากคาแรคเตอร์ลิขสิทธิ์และสินค้าที่ออกแบบโดยทีมงานของ MOSHI เอง เพื่อสร้างความสดใหม่และแตกต่างให้กับสินค้าอยู่เสมอ ตอบโจทย์เทรนด์หรือกระแสที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตอกย้ำภาพจำว่าทุกครั้งที่ลูกค้าก้าวเข้ามาที่ร้าน Moshi Moshi จะได้รับประสบการณ์ตื่นตาตื่นใจและพบกับความประทับใจอยู่เสมอ” นางสาวบุณยวีร์ กล่าว
ปัจจุบัน MOSHI เดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่
องครอบคลุม 70 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้
องการและอำนวยความสะดวกให้ลูกค้
าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้
วรวมทั้งสิ้น 229 สาขา (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2569) แบ่งเป็น ร้านค้าปลีก Moshi Moshi จำนวน 221 สาขา (เป็นรูปแบบ Standalone 17 สาขา), ร้านค้าส่ง Moshi Moshi 2 สาขา, ร้าน Garlic 4 สาขา, ร้านค้าส่ง Giant 1 สาขา และร้านค้าส่ง The OK Station 1 สาขา ทั้งนี้ แฟนคลับ Character Lover และลูกค้าทั่วประเทศสามารถสัมผั
สประสบการณ์ช้อปปิ้งได้แล้ววั
นนี้ที่ร้าน Moshi Moshi สาขาใกล้บ้าน หรือช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada และ TikTok โดยติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ
มได้ที่ Facebook Page: Moshi Moshi
https://www.facebook.com/moshimoshi.jp