วันเสาร์ 17 ตุลาคม 2026
หน้าแรก หน้าข่าว “สุริยะ” แจงปมรถเกี่ยวข้าว EV 500 คัน ยันไม่ใช่คันละ 16 ล้าน ย้ำใช้งบช่วยเกษตรกรตรงจุด ช่วยลดต้นทุน

“สุริยะ” แจงปมรถเกี่ยวข้าว EV 500 คัน ยันไม่ใช่คันละ 16 ล้าน ย้ำใช้งบช่วยเกษตรกรตรงจุด ช่วยลดต้นทุน

“สุริยะ“แจงกระแสข่าวโครงการรถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า 500 คัน วงเงินคันละ 16 ล้านบาท ไม่เป็นความจริง ชี้เป็นการนำงบประมาณหลายส่วนมาคำนวณคลาดเคลื่อน ยืนยันโครงการต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการและคำนึงถึงประโยชน์เกษตรกรเป็นหลัก พร้อมเผยรถเกี่ยวข้าวมีอายุใช้งานเฉลี่ย 14 ปี หากพัฒนาเป็นระบบไฟฟ้าได้ จะช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีมีกระแสข่าวเกี่ยวกับโครงการจัดหารถเกี่ยวข้าวระบบไฟฟ้า (EV) จำนวน 500 คัน ว่ามีการนำตัวเลขงบประมาณมาคำนวณจนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะประเด็นที่กล่าวว่า รถเกี่ยวข้าวไฟฟ้ามีราคาคันละ 16 ล้านบาท ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

นายสุริยะกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการพิจารณาโครงการต่าง ๆ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตัวเลขงบประมาณที่ปรากฏในข่าวบางส่วนเป็นการนำวงเงินจากหลายรายการมารวมคำนวณ จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับต้นทุนต่อคัน

สำหรับข้อเสนอการจัดหารถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า จำนวน 500 คันนั้น ยังต้องผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนและกลไกของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของโครงการ ความจำเป็นในการใช้งาน ตลอดจนผลประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับอย่างรอบด้าน ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะตัวเลขงบประมาณที่ปรากฏเพียงด้านเดียว

นายสุริยะยังกล่าวถึงแนวคิดการพัฒนารถเกี่ยวข้าวระบบไฟฟ้าว่า ปัจจุบันรถเกี่ยวข้าวมีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 14 ปี จึงควรพิจารณาถึงความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน ทั้งในด้านต้นทุนพลังงาน ค่าบำรุงรักษา และประสิทธิภาพการทำงาน หากเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงและช่วยลดภาระต้นทุนให้เกษตรกรได้ ก็ถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการยกระดับเครื่องจักรกลการเกษตรของไทย

อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง มีการศึกษาความเป็นไปได้ และผ่านการพิจารณาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด และไม่สร้างภาระให้แก่ภาครัฐหรือเกษตรกรในระยะยาว

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันว่า การขับเคลื่อนนโยบายด้านเครื่องจักรกลการเกษตรจะต้องคำนึงถึงความต้องการของเกษตรกรเป็นหลัก โดยเฉพาะการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทย