“งานประชุมนานาชาติ” สร้างอะไรให้ประเทศไทย หลายคนอาจนึกถึงภาพศูนย์ประชุ มที่เต็มไปด้วยผู้ร่วมงาน โรงแรมที่มีอัตราการเข้าพักสูง หรือร้านอาหารที่คึกคักตลอดช่ วงการจัดงาน ทั้งหมดนั้นถูกต้อง แต่เป็นเพียงผลลัพธ์ที่มองเห็ นได้ในระยะสั้น
ในความเป็นจริง Convention หรือ การประชุมนานาชาติ คือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างคุ ณค่าทางเศรษฐกิจได้ลึ กและยาวนานกว่าที่หลายคนคิด เพราะสิ่งที่ประเทศไทยได้รับกลั บมา ไม่ได้มีเพียงรายได้จากการใช้จ่ ายของผู้เข้าร่วมประชุม แต่คือองค์ความรู้ เครือข่ายความร่วมมือ การลงทุนข้ามชาติ และโอกาสในการพัฒนาอุ ตสาหกรรมใหม่ของประเทศ จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายประเทศทั่ วโลกต่างแข่งขันกันอย่างจริงจัง เพื่อให้ตนเองได้รับเลือกเป็ นเจ้าภาพการจัดประชุมระดั บนานาชาติ
การแข่งขันที่ไม่มีเหรียญรางวัล แต่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล
การเป็นเจ้าภาพจัดงาน Convention ระดับโลก ไม่ใช่เรื่องของการมีศูนย์ประชุ มขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่คือการแข่งขันเพื่อสร้าง “ความเชื่อมั่น” จากนานาชาติ
ทุกครั้งที่องค์กรหรือสมาคมระดั บโลกเลือกประเทศใดประเทศหนึ่ งเป็นเจ้าภาพ พวกเขากำลังประเมินศั กยภาพของประเทศนั้นในหลายมิติ ทั้งความพร้อมของบุคลากร ความเข้มแข็งของสมาคมวิชาชีพ ระบบสาธารณสุข ความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม รวมถึงความสามารถในการบริหารจั ดการงานขนาดใหญ่ตามมาตรฐานสากล กล่าวอีกนัยหนึ่ง การได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ คือการรับรองจากเวทีนานาชาติว่า ประเทศนั้นมี “ระบบนิเวศ” ที่พร้อมรองรับอุ ตสาหกรรมและองค์ความรู้ในสาขานั้ นอย่างแท้จริง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Convention กลายเป็นเครื่องมือสำคั ญของหลายประเทศในการยกระดั บภาพลักษณ์ และความสามารถในการแข่งขัน มากกว่าจะเป็นเพียงการสร้ างรายได้จากการท่องเที่ยว

Convention คือเวทีที่เศรษฐกิจแห่งอนาคตเริ่ มต้น
นักเดินทางที่เข้าร่วมงาน Convention แตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่ วไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาคือแพทย์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักวิศวกร ผู้บริหารระดับสูง และนักลงทุนจากทั่วโลก ที่เดินทางมาเพื่อแลกเปลี่ ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และแสวงหาโอกาสต่อยอดความร่วมมื อในอนาคต
เมื่อผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเดิ นทางมารวมตัวกัน Convention จึงทำหน้าที่เป็น “Economic Platform” หรือเวทีสร้างเศรษฐกิจ มากกว่าจะเป็นเพียงอีเวนต์ ระยะสั้น โดยก่อให้เกิดการถ่ ายทอดเทคโนโลยี การร่วมวิจัย การลงทุนข้ามประเทศ และการจับคู่ธุรกิจ ซึ่งต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิ จต่อเนื่องไปอีกหลายงาน
ความสำเร็จของประเทศไทย วัดจากสิ่งที่เกิดขึ้นหลังงานจบ
ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้ าภาพงานประชุมระดับนานาชาติ ในหลายสาขา อย่างด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability) สุขภาวะ (Wellness) และความหลากหลาย ความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion) เห็นได้จากจังหวัดภูเก็ตที่ สามารถคว้าสิทธิ์ดึง 3 งานประชุมทั้งสามด้านมาจัดพร้ อมกันในปีเดียว คือ
- งาน Global Sustainable Tourism Conference (GSTC) 2026
- งาน Global Wellness Summit (GWS) 2026
- งาน InterPride General Meeting & World Conference 2026
ยกระดับแบรนด์ให้ภูเก็ตไม่ได้มี จุดแข็งแค่จุดหมายการท่องเที่ยว แต่ยังมีจุดขายที่เป็นจุ ดหมายการจัดประชุมนานาชาติ
ด้านเภสัชศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้ อนบทบาทของ Convention ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุ ตสาหกรรมของประเทศได้อย่างชั ดเจน ประเทศไทยสามารถคว้าสิทธิ์จัด 3 งานใหญ่ด้านเภสัชศาสตร์ระดับโลก ได้แก่
- งาน The 71st International Pharmaceutical Students’ Federation (IPSF) World Congress 2026
- งาน The 31st Congress of the Federation of Asian Pharmaceutical Association (FAPA Congress 2026)
- งาน Asian Association of Schools of Pharmacy Conference 2027 (AASP 2027)
ทั้ง 3 งานจะมีผู้เข้าร่วมจากทั่ วโลกกว่า 3,200 คน และคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าสู่ ประเทศกว่า 151 ล้านบาท
สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่เพี ยงตัวเลขรายได้ แต่สิ่งที่ประเทศไทยได้รับคื อการที่บุคลากรด้านเภสัชศาสตร์ นักศึกษา นักวิจัย ผู้ประกอบวิชาชีพ ภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานกำกับดูแลจากทั่วโลก จะเดินทางมาพบกันบนเวทีเดียวกัน เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ต่อยอดความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาวิชาชีพในระยะยาว
งานเภสัชศาสตร์ทั้ง 3 งานมีส่วนช่วยส่งเสริมเป้ าหมายของประเทศไทยในการก้าวสู่ Medical Hub ของภูมิภาค นอกเหนือจากงานประชุมด้ านการแพทย์ระดั บโลกหลากหลายสาขาที่สมาคมวิชาชี พแพทย์ของไทยดึงมาจัดโดยการสนั บสนุนของทีเส็บ อาทิ งาน IASP World Congress on Pain 2026 และ งาน World Rhinology Congress 2026
เช่นเดียวกับงาน 2027 IDA Annual Conference งานประชุมใหญ่ประจำปีของตั วแทนประกันชีวิตและบริ การทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดแห่ งหนึ่งของโลก ซึ่งทีเส็บดึงมาจัดในไทยเป็นครั้ งที่ 3 โดยคาดการณ์การสร้างมูลค่ าทางเศรษฐกิจโดยตรงสูงถึง 640 ล้านบาท พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ ของประเทศไทยในฐานะ Trusted Global Destination สำหรับการจัดงานระดับนานาชาติ
Convention ยังเป็นเครื่องมือสร้างแรงกระตุ้ นให้เกิดการพัฒนาที่สอดรับกั บนโยบายเศรษฐกิจระดับชาติที่มุ่ งเป้าสร้างขี ดความสามารถในการแข่งขั นของประเทศและก้าวทันพั ฒนาการใหม่ ๆ ระดับสากล หนึ่งในหมุดหมายของประเด็นนี้ คือ ประเทศไทยสามารถดึงงานประชุ มระดับ Global Flagship ด้านเทคโนโลยีวิศวกรรมหุ่นยนต์ ระบบ Automation และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาจัดได้สำเร็จ
อย่างงาน The 2030 IEEE International Conference on Robotics and Automation (IEEE ICRA 2030) ซึ่งปกติงานนี้จะจัดหมุนเวี ยนในกลุ่ มประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ การที่ประเทศไทยได้รับเลือกสะท้ อนความเชื่อมั่นของนานาชาติต่ อศักยภาพของประเทศไทยในการพั ฒนาและการเติบโตของภาคธุรกิ จและวิชาชีพสายไฮเทคซึ่งจะเป็ นประโยชน์ต่อเศรษฐกิ จไทยในภาพรวม
เบื้องหลังความสำเร็จ คือการแข่งขันที่ใช้เวลาหลายปี
ความสำเร็จเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย หรือการมีศูนย์ประชุมที่ทันสมั ยเพียงอย่างเดียว เบื้องหลังการได้รับเลือกเป็ นเจ้าภาพ คือกระบวนการแข่งขันที่ใช้ เวลาหลายปี เพื่อสร้าง “ความเชื่อมั่น” ตั้งแต่การวิเคราะห์ศั กยภาพของประเทศ สมรรถนะของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศที่มีการประสานความร่ วมมือกับสมาคมวิชาชีพไทยและองค์ กรพันธมิตรไมซ์ภาคเอกชน รวมทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐ จนสามารถนำเสนอเป็นข้อมูลเชิงคุ ณภาพต่อองค์กรเจ้าของงาน การตอบข้อซักถาม ไปจนถึงการตรวจเยี่ยมสถานที่ และการลงคะแนนของสมาชิกทั่วโลก
ในกระบวนการนี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุ มและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ทำหน้าที่ในฐานะ National Bidder ทำงานร่วมกับสมาคมวิชาชีพ มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน นำเสนอข้อมูล และเจรจาต่อรองบนเวทีสากล เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยได้รั บความไว้วางใจจากองค์กรระดั บนานาชาติ
บทบาทของทีเส็บจึงไม่ใช่การเป็ นผู้จัดงาน แต่เป็นผู้เชื่อมโยงศั กยภาพของประเทศให้กลายเป็น “ข้อเสนอที่น่าเชื่อถือ” บนเวทีการแข่งขันระดับโลก
Convention คือการลงทุนระยะยาวของประเทศ
ในอดีต ประเทศอาจวัดความสำเร็จของการจั ดงานจากจำนวนผู้เข้าร่วม หรือรายได้ที่เกิดขึ้นระหว่ างการจัดงาน แต่เศรษฐกิจยุคใหม่ วัดความสำเร็จจากสิ่งที่เกิดขึ้ นหลังจากนั้น เกิดความร่วมมือด้านวิจัยหรื อไม่ เกิดการลงทุนใหม่หรือไม่ อุตสาหกรรมของประเทศได้รั บการยกระดับหรือไม่ บุคลากรไทยได้เรียนรู้และเชื่ อมโยงกับเครือข่ายระดับโลกหรื อไม่
คำถามเหล่านี้คือเหตุผลที่ หลายประเทศลงทุนอย่างจริงจั งในการแข่งขันเพื่อเป็นเจ้าภาพ Convention ระดับโลก เพราะสิ่งที่ได้รับกลับมา ไม่ใช่เพียงผู้เข้าร่วมประชุ มหลายพันคน แต่คือการสร้าง “ทุนทางเศรษฐกิจ” และ “ทุนทางปัญญา” ที่จะช่วยยกระดับขี ดความสามารถในการแข่งขั นของประเทศในระยะยาว
สุดท้ายแล้ว Convention จึงไม่ใช่เพียงอุ ตสาหกรรมการประชุม แต่เป็นเวทีที่เศรษฐกิจ องค์ความรู้ และโอกาสทางธุรกิจของโลกเดิ นทางมาพบกัน และทุกครั้งที่ประเทศไทยได้รั บเลือกเป็นเจ้าภาพ สิ่งที่ชนะไม่ใช่เพียงสิทธิ์ ในการจัดงาน แต่คือโอกาสในการสร้ างอนาคตทางเศรษฐกิ จของประเทศในระยะยาว
















