ปี 2035 คาดการณ์ความต้องการเครื่องปรับอากาศที่อยู่อาศัยในอาเซียนโตเพิ่ม 3 เท่า ไฮเออร์เร่งขยายกำลังการผลิตในประเทศไทย รองรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ
26 สิงหาคม 2569 – ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลก และแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 17 ปีซ้อน เดินหน้าปักหมุดประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงยุทธศาสตร์ รองรับความต้องการด้านการทำความเย็น (Cooling Demand) ในเอเชีย และตลาดโลกที่ขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมเร่งยกระดับโรงงานเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่กว่า 202 ไร่ กำลังการผลิตสูงสุด 6 ล้านเครื่องต่อปี ด้วย AI, Automation และ IoT เชื่อมโยงกระบวนการผลิตภายใต้แนวทาง Smart Manufacturing และ Green Manufacturing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการผลิต รองรับทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก พร้อมเสริมบทบาทฐานการผลิตไทยในเครือข่าย Supply Chain ของไฮเออร์ทั่วโลก
นางสาวภคินี ปัญโญ ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศภายในบ้าน บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลาดเครื่องปรับอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการด้านการทำความเย็น (Cooling) ที่เพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ การขยายตัวของเมือง และกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งสอดคล้องกับรายงาน Southeast Asia Energy Outlook 2026 จาก IEA ที่ระบุว่า ความต้องการด้านการทำความเย็นในอาคาร (Cooling Demand) เป็นรูปแบบการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุดกลุ่มหนึ่ง โดยคาดว่าจำนวนเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าภายในปี 2035 แนวโน้มดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนโอกาสการเติบโตของตลาด แต่ยังทำให้การแข่งขันของอุตสาหกรรมเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะความสามารถในการรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการบริหารต้นทุน รักษามาตรฐานคุณภาพ และสร้างความยืดหยุ่นของ Supply Chain เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของแต่ละตลาดได้อย่างรวดเร็ว
ทิศทางดังกล่าวทำให้ไฮเออร์ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้าน Smart Manufacturing เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันตั้งแต่ต้นทาง โดยวางประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ ด้วยความพร้อมทั้งด้านศักยภาพการผลิต บุคลากร และทำเลที่สามารถเชื่อมโยงสู่ตลาดสำคัญ ไฮเออร์จึงเดินหน้ายกระดับโรงงานชลบุรีให้รองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น พร้อมนำ AI และระบบอัตโนมัติเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับมาตรฐานการผลิต เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของแต่ละตลาดได้รวดเร็วและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น พร้อมเชื่อมศักยภาพฐานการผลิตของไทยเข้ากับเครือข่ายการผลิตของไฮเออร์ทั่วโลก”
โดยในด้านการผลิต โรงงานเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ จังหวัดชลบุรี ของไฮเออร์ ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมโยงกระบวนการผลิตแบบครบวงจร ผ่านการพัฒนา 23 ระบบดิจิทัล ครอบคลุม 13 สถานการณ์ทางธุรกิจ พร้อมบูรณาการ MES, ERP ระบบอัตโนมัติ AI และ IoT เข้าด้วยกัน ส่งผลให้ระดับ Automation เพิ่มขึ้นประมาณ 35% ประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น 35% และคุณภาพผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น 28% โดยนำ AI Vision มาใช้ตรวจสอบคุณภาพแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ข้อบกพร่องของชิ้นส่วนและความแม่นยำในการประกอบ ไปจนถึงสมรรถนะและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ พร้อมเชื่อมข้อมูลตลอดสายการผลิตเข้าสู่ระบบ MES และ Quality Gate เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนกลับ ขณะที่อุปกรณ์การผลิตเชื่อมต่อผ่าน IoT 100% เพื่อรองรับ Predictive Maintenance ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักและเพิ่มความต่อเนื่องของสายการผลิต
ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ไฮเออร์ยังเดินหน้า Green Manufacturing โดยติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนพื้นที่ประมาณ 128,000 ตารางเมตร ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน ช่วยให้โรงงานสามารถพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 50% พร้อมใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลติดตามการใช้พลังงาน น้ำ และการปล่อยมลพิษ รวมถึงนำ Lean Production และระบบหุ่นยนต์มาช่วยลดการสูญเสียทรัพยากร ปัจจุบันโรงงานชลบุรีรองรับ การผลิตเครื่องปรับอากาศหลากหลายประเภท ตั้งแต่เครื่องปรับอากาศแบบหน้าต่าง แบบแยกส่วน ระบบปรับอากาศภายในบ้าน ไปจนถึงเครื่องปรับอากาศสำหรับรถบ้าน (RV) โดยส่งออกไปยังตลาดสำคัญ อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล อินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี เวียดนาม และฟิลิปปินส์ พร้อมขยายศักยภาพ เพื่อรองรับความต้องการจากตลาดอื่นทั่วโลก
“ประเทศไทยมีความสำคัญต่อไฮเออร์ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่เราเชื่อมั่นและพร้อมเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว เราจะเดินหน้ายกระดับ Smart Manufacturing และ Green Manufacturing เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิต ตอบสนองความต้องการของแต่ละตลาดได้รวดเร็วขึ้น และเชื่อมประเทศไทยเข้าสู่ Global Synergy Supply System ของไฮเออร์ เพื่อผลักดันฐานการผลิตแห่งนี้ให้มีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในเครือข่ายการผลิตของไฮเออร์ทั่วโลก” นางสาวภคินี ปัญโญ กล่าวสรุป
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติม ข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมอื่น ๆ จากไฮเออร์ได้ที่ Facebook: Haier Thailand, Instagram: @haierthailand_official, X (Twitter): @ThailandHaier, YouTube: @HaierThailandOfficial, TikTok: @haier_thailand และ Line OA : @haierthailand หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.haier.com/th
#Haier #HaierThailand #HaierMoreCreationMorePossibilities
#HaierAirConditioner #SmartAndHealthyAirProvider
















