วันอังคาร 25 สิงหาคม 2026
หน้าแรก Headline สว.มณีรัฐ ตั้งคำถามรัฐปราบสแกมเมอร์ ต้องตรวจสอบ Starlink อย่างไรไม่ให้กระทบกฎหมายและประชาชน

สว.มณีรัฐ ตั้งคำถามรัฐปราบสแกมเมอร์ ต้องตรวจสอบ Starlink อย่างไรไม่ให้กระทบกฎหมายและประชาชน

25 ส.ค. 2569/ นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดเชียงราย หารือในที่ประชุมวุฒิสภา เสนอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประเมินประสิทธิผลของมาตรการจำกัดสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะอำเภอแม่สาย เชียงแสน และเชียงของ จังหวัดเชียงราย พร้อมตั้งคำถามว่า หากการปิดกั้นช่องทางหนึ่งทำให้เครือข่ายอาชญากรรมเปลี่ยนไปใช้ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมหรือเทคโนโลยีอื่น รัฐจะสามารถติดตามและสกัดกั้นได้ทันหรือไม่ โดยไม่สร้างผลกระทบต่อประชาชนและต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย

ข้อเสนอดังกล่าวตั้งอยู่บนความจำเป็นด้านความมั่นคงในการป้องกันไม่ให้โครงข่ายโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยถูกนำไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน มาตรการจำกัดสัญญาณในพื้นที่ชายแดนได้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชน ทั้งการติดต่อสื่อสาร การทำธุรกรรม การประกอบธุรกิจ ตลอดจนการให้บริการของโรงเรียน โรงพยาบาล และหน่วยงานราชการ ขณะที่ผู้ใช้บริการยังต้องชำระค่าบริการตามปกติ

นางสาวมณีรัฐ เห็นว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่การประเมินว่า มาตรการจำกัดสัญญาณสามารถลดปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ได้จริงมากน้อยเพียงใด มีข้อมูลหรือสถิติรองรับผลของมาตรการหรือไม่ และหากเครือข่ายอาชญากรรมเปลี่ยนช่องทางการสื่อสารเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการ รัฐมีศักยภาพเพียงพอที่จะติดตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

อีกประเด็นที่เสนอให้ตรวจสอบคือระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม เนื่องจากเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโครงข่ายภาคพื้นดิน หากมีการนำระบบดังกล่าวมาใช้ในพื้นที่ชายแดน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีข้อมูลและกลไกตรวจสอบว่าการใช้งานเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงสามารถตรวจสอบการนำเทคโนโลยีไปใช้ประกอบกิจกรรมผิดกฎหมายได้เพียงใด ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้กล่าวหาผู้ให้บริการดาวเทียมรายใดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินความเสี่ยงอย่างชัดเจน

“ดิฉันขอถามกระทรวงดีอีและ กสทช. ว่า หากในพื้นที่ชายแดนมีการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม เช่น Starlink หรือระบบอื่น หน่วยงานรัฐมีข้อมูลหรือระบบตรวจสอบหรือไม่ว่า การใช้งานดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และรัฐสามารถตรวจสอบการนำระบบดังกล่าวไปใช้ประกอบกิจกรรมผิดกฎหมายได้เพียงใด ควรมีระบบตรวจสอบที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการใช้เทคโนโลยีผิดวัตถุประสงค์” นางสาวมณีรัฐ กล่าว

ขณะเดียวกัน ก่อนดำเนินมาตรการใดที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการดาวเทียมต่างประเทศ จำเป็นต้องตรวจสอบกรอบกฎหมาย ใบอนุญาต เงื่อนไขการให้บริการ และขอบเขตอำนาจของหน่วยงานไทยให้ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวถึงผู้ให้บริการหรือเทคโนโลยีเฉพาะราย เพื่อให้การบังคับใช้มาตรการมีฐานทางกฎหมายและไม่กระทบสิทธิของผู้ประกอบการโดยปราศจากข้อเท็จจริงรองรับ

“เรื่องนี้ต้องระมัดระวังทั้งสองด้านค่ะ ด้านหนึ่งรัฐต้องป้องกันไม่ให้อาชญากรใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ แต่อีกด้านหนึ่งรัฐก็ต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายและข้อกำกับของประเทศไทย ไม่ควรกล่าวหาหรือจำกัดผู้ให้บริการรายใดโดยปราศจากข้อเท็จจริง จึงควรตรวจสอบสถานะทางกฎหมายและข้อมูลการใช้งานให้ชัดเจนก่อนดำเนินมาตรการ”นางสาวมณีรัฐ กล่าว

สำหรับแนวทางระยะต่อไป มีข้อเสนอให้ปรับจากการจำกัดสัญญาณเป็นวงกว้าง ไปสู่มาตรการที่เจาะจงพื้นที่และจุดเสี่ยงมากขึ้น เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมและลดผลกระทบต่อประชาชนสุจริต รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดขอบเขตสัญญาณบริเวณแนวชายแดนอย่างเหมาะสม โดยต้องผ่านการพิจารณาทั้งด้านเทคนิคและกฎหมายจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ส่วนผลกระทบต่อประชาชน นางสาวมณีรัฐเสนอให้ กสทช. ประสานผู้ให้บริการพิจารณาความเหมาะสมของค่าบริการให้สอดคล้องกับคุณภาพบริการที่ได้รับ รวมถึงจัดให้มีช่องทางสื่อสารที่จำเป็นสำหรับโรงเรียน โรงพยาบาล หน่วยงานราชการ ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ชายแดน เพื่อไม่ให้มาตรการด้านความมั่นคงกลายเป็นภาระของประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

“เป้าหมายของรัฐควรเป็นการทำให้อาชญากรไม่มีช่องทางใช้เทคโนโลยีเพื่อทำร้ายประชาชน แต่การดำเนินการต้องอยู่บนหลักฐาน อยู่ภายใต้กฎหมาย และต้องไม่ทำให้ประชาชนสุจริตเป็นผู้รับภาระหลัก” นางสาวมณีรัฐกล่าว

หยกดำ ส่องเขียว รายงาน