วันอังคาร 18 สิงหาคม 2026
หน้าแรก เศรษฐกิจ SCG CBM ดัน “Q-CON สงขลา” ขึ้นแท่นฐานผลิตอิฐมวลเบาอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน

SCG CBM ดัน “Q-CON สงขลา” ขึ้นแท่นฐานผลิตอิฐมวลเบาอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน

สงขลา – 6 สิงหาคม 2569: เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เร่งเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างระยะยาว ผ่านการยกระดับโรงงานด้วย Lean Automation และการใช้ Customer Insight ขับเคลื่อนนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด Smart and Green Manufacturing มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และส่งมอบสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้ ล่าสุด ปักหมุดโรงงาน Q-CON สงขลา เป็นฐานผลิตอิฐมวลเบาอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน ผลิต “Q-CON อิฐคนใต้”ที่แข็งแรง ประหยัดค่าไฟ พร้อมรองรับดีมานด์ในภาคใต้และขยายตลาดสู่อาเซียน

นายวิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (SCG CBM) กล่าวว่า “อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากพฤติกรรมลูกค้าที่หลากหลาย เทคโนโลยีที่เร่งการแข่งขัน และความท้าทายทางธุรกิจที่ซับซ้อนขึ้น SCG CBM จึงเร่งเสริมความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของธุรกิจ ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Customer Centric, Portfolio Management, Operational Excellence และ Sustainability & Export Expansion เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ ที่ตรงโจทย์ลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเปิดโอกาสเติบโตทั้งในประเทศ อาเซียน และตลาดศักยภาพอย่างภาคใต้

สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนความเข้าใจลูกค้าในแต่ละพื้นที่ให้เป็นสินค้าและบริการที่ใช่สำหรับตลาดนั้น ๆ เช่น ปูนซีเมนต์โครงสร้างเอสซีจีคาร์บอนต่ำสูตรปูนคนใต้ จากโรงงานปูนซีเมนต์ทุ่งสง และอิฐมวลเบา Q-CON จากโรงงานสงขลา ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงในพื้นที่ภาคใต้ ที่มีสภาพพื้นที่ที่แตกต่างจากภาคอื่น และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในพื้นที่

ด้าน Operational Excellence ธุรกิจได้เร่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและขยายการใช้เชื้อเพลิงทดแทน (AF/RE) ควบคู่การนำ Automation, AI และ R&D มาขับเคลื่อนการผลิต ยกระดับคุณภาพสินค้า ลดต้นทุน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

ภายใต้แนวคิด Smart & Green Manufacturing โรงงาน Q-CON จังหวัดสงขลา เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการนำ Automation และ Digital Technology มายกระดับกระบวนการผลิต เพิ่มความแม่นยำ ลดความสูญเสีย และสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว”

นายณรงค์เวทย์ วจนพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Q-CON กล่าวว่า “เราเติบโตจากความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในงานก่อสร้าง นำ Customer Insight มาผสานกับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

Q-CON ผู้ผลิตอิฐมวลเบาในธุรกิจ SCG CBM เดินหน้ายกระดับโรงงาน Q-CON จังหวัดสงขลา สู่ฐานการผลิตอัจฉริยะภายใต้แนวคิด Smart and Green Manufacturing ด้วยระบบ Fully Automation ครบวงจรตั้งแต่การบริหารจัดการวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการจัดเรียงผลิตภัณฑ์ นับเป็นโรงงานผลิตอิฐมวลเบาอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน

โรงงานมีกำลังการผลิต 3.9 ล้านตารางเมตรต่อปี รองรับการเติบโตของตลาดก่อสร้างภาคใต้และอาเซียน พร้อมยกระดับเป็นฐานการผลิตอัจฉริยะด้วยการนำ Automation, Digital Technology มาใช้ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การบริหารจัดการวัตถุดิบ การควบคุมการผลิตอัตโนมัติ การตัดและอบไอน้ำ ไปจนถึงแขนกลและระบบจัดเรียงสินค้าอัตโนมัติ รวมถึงการวิเคราะห์ความต้องการตลาดและซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความต่อเนื่อง และความแม่นยำของกระบวนการผลิต รองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ Q-CON ยังขับเคลื่อน Green Manufacturing ผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานตามแนวคิด Zero Waste และ Circular Economy รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ จึงพัฒนาอิฐมวลเบาให้เหมาะกับสภาพอากาศและการใช้งานในภาคใต้ ด้วยคอนกรีตซึ่งมีโครงสร้างฟองอากาศขนาดเล็กกระจายตัวสม่ำเสมอ ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง และช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้สูงสุดประมาณ 30% อีกทั้ง ผลิตภัณฑ์ยังได้รับฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Reduction) สะท้อนถึงกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์”

นายวิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ กล่าวปิดท้าย “การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจที่จะเติบโตได้ในระยะยาวต้องปรับตัวเร็ว สร้างความสามารถใหม่ และใช้เทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อน สำหรับ SCG CBM เรายึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นหัวใจในการยกระดับการแข่งขัน ตั้งแต่การทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ไปจนถึงการส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์จริง เราจึงเดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างความพร้อม แข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง และเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าอย่างยั่งยืน”