![[ภาพประกอบข่าว] เอบีบี เผยมุมมองอนาคตภาคอุตสาหกรรม_3](https://www.thethaipress.com/wp-content/uploads/2026/08/www.thethaipress.com----3----3-696x465.jpg)
กรุงเทพฯ 18 สิงหาคม 2569 – “กลุ่มธุรกิจ Energy Industries ของเอบีบี (ABB) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยี
ระบบไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติสำหรั
บกระบวนการผลิต (Process Automation) ได้ร่วมมือกับ Verdantix ในการจัดทำรายงานวิจัยอิสระเกี่
ยวกับการขยายตัวและการเปลี่ยนผ่
านทางพลังงาน (Energy Expansion and Transformation) โดยผลการวิจัยได้ศึกษาเจาะลึกถึ
งแนวทางที่ภาคอุ
ตสาหกรรมจะสามารถยกระดับประสิ
ทธิภาพของระบบอัตโนมัติสำหรั
บกระบวนการผลิต (Process Automation) เดิม ควบคู่ไปกับการบูรณาการแหล่งพลั
งงานทางเลือกใหม่อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ชี้ให้เห็นถึ
งความจำเป็นที่การขยายขี
ดความสามารถด้านพลั
งงานและการเปลี่ยนผ่านระบบ จะต้องรุดหน้าไปด้วยกันอย่
างสอดคล้อง ซึ่งประเด็นนี้ทวีความสำคั
ญและมีความเกี่ยวเนื่องอย่างยิ่
งสำหรับประเทศไทย ท่ามกลางความต้องการใช้พลั
งงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากกลุ่มอุ
ตสาหกรรมเกิดใหม่ อาทิ ดาต้าเซ็นเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และอุตสาหกรรมการผลิตมูลค่าสู
งอื่นๆ
เวลานี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย ท่ามกลางกระแสการลงทุนที่ร้อนแรงด้วยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนปี 2568 ที่ทุบสถิติสูงถึง 1.88 ล้านล้านบาท ซึ่งขับเคลื่อนโดยอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง
ทว่า การจะรักษาขีดความสามารถการแข่งขันและแรงขับเคลื่อนนี้ไว้ได้ จำเป็นต้องมองข้ามช็อตไปมากกว่าการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า การปรับปรุงระบบส่งจ่ายไฟฟ้า และการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องมุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิต (Process Automation) ด้านพลังงานและอุตสาหกรรมเดิมที่มีการใช้งานอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
นายแอนเดอร์ มัลทีเซ็น ประธานฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของเอบีบี ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า “การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไปขึ้นอยู่กับสองสิ่งพร้อมกัน คือการขยายกำลังการผลิตพลังงาน และการเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ในปัจจุบัน ทุกวันนี้ AI, โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การใช้ไฟฟ้า และการผลิตขั้นสูงเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบความต้องการพลังงาน ซึ่งทำให้การขยายและการเปลี่ยนผ่านระบบต้องเดินหน้าไปด้วยกัน นี่คือแนวทางที่จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถสร้างระบบพลังงานที่มีความพร้อมรับมือ ยืดหยุ่น และมีความสามารถในการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทศวรรษต่อไป
สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนี้
ปรากฏให้เห็นชัดเจนแล้วในเขตพั
ฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการอั
ปเกรดระบบส่งไฟฟ้าและหม้อแปลง เพื่อรองรับการเติบโตของดิจิทั
ลและอุตสาหกรรมระยะต่อไป กระทรวงพลังงานได้อนุมัติ
การลงทุนเร่งด่วนเพื่อเพิ่มจุ
ดจ่ายไฟและหม้อแปลงรวมกว่า 1,150 เมกะวัตต์ รองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่
มขึ้นตามการขยายตัวของดาต้าเซ็
นเตอร์ในพื้นที่[1] ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการจั
ดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบั
บใหม่ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลั
งงาน รองรับความต้องการในอนาคต และบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้
าสู่ระบบมากขึ้น[2]
ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานใหม่ยังคงมีความจำเป็น งานวิจัยของเอบีบีก็ชี้ให้เห็นโอกาสสำคัญอีกด้านหนึ่ง โดยร้อยละ 79 ของผู้ตอบแบบสำรวจการเรื่องการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมประจำปี 2568 ระบุว่า การเพิ่มประสิทธิภาพระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิต (Process Automation) ที่มีอยู่จะส่งผลต่อการลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงานได้มากที่สุดในช่วงห้าปีข้างหน้า แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเพิ่มประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และผลผลิตจากระบบเดิม สามารถเสริมความมั่นคงและความสามารถในการแข่งขันด้านพลังงาน ทั้งยังช่วยลดการปล่อยมลพิษได้พร้อมกัน
สำหรับประเทศไทย การขยายกำลังการผลิตและการปรับปรุงระบบที่มีอยู่ต้องได้รับการจัดการในฐานะสองสิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กัน โดยการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบส่งไฟฟ้า การเสริมความสามารถในการมองเห็นสถานะของระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิต (Process Automation)ที่มีอยู่ และการใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อระบุจุดที่มีประสิทธิภาพต่ำ ล้วนช่วยให้ผู้ประกอบการรับมือกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้ในระหว่างที่โครงการใหม่ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา นอกจากนี้ เมื่อระบบพลังงานมีความเชื่อมโยงถึงกันอย่างลื่นไหลแล้ว ความยืดหยุ่นของระบบยังต้องอาศัยการจัดการการผสานรวมพลังงานหมุนเวียน ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และเสถียรภาพของการดำเนินงานไปพร้อมกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือในภาคตะวันออกของประเทศไทย ที่การเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งไฟฟ้าในสามพื้นที่สามารถเพิ่มกำลังการจ่ายไฟได้ถึง 550 เมกะวัตต์ แสดงให้เห็นว่าการยกระดับระบบเดิมสามารถตอบสนองความต้องการได้จริงในขณะที่โครงการใหม่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง[3]
เอบีบี มุ่งช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมนำเสนอแนวทาง Automation Extended ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถนำระบบดิจิทัล รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เข้ามาใช้งานควบคู่กับระบบควบคุมที่มีอยู่ได้ โดยไม่รบกวนการดำเนินงานหลัก[4] วิธีนี้ช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนผ่านระบบในจังหวะที่เหมาะสม สามารถประเมินการลงทุนด้านระบบอัตโนมัติที่มีอยู่ และปรับปรุงประสิทธิภาพในแบบที่คาดการณ์ได้และผสานระบบอัตโนมัติมากขึ้นในระยะยาว
เอบีบี (ABB) ได้เข้าไปสนับสนุนหน่วยงานในประเทศไทยผ่านแนวทางนี้แล้ว โดยที่ ไออาร์พีซี (IRPC) ซอฟต์แวร์ของเอบีบีได้ช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิตไอน้ำและการผลิตไฟฟ้า ส่งผลให้สามารถลดความผันผวนของแรงดันลงได้สูงสุดถึงร้อยละ 50 ขณะที่ใน กลุ่มมิตรผล (Mitr Phol Group) เทคโนโลยีระบบควบคุมอัตโนมัติและดิจิทัลของเอบีบีได้มีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับประสิทธิภาพการดำเนินงานในสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานอย่างเข้มข้น”
การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความซับซ้อนในการทำงานร่วมกันระหว่างหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ ผู้ให้บริการสาธารณูปโภค และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า น้ำ และดิจิทัล เอบีบีมุ่งมั่นทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรในระบบนิเวศนี้ เพื่อนำความเชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติ ระบบไฟฟ้า และดิจิทัลมาสนับสนุนการบูรณาการที่เชื่อถือได้ พร้อมดึงประสิทธิภาพสูงสุดระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิต (Process Automation) เดิม และเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงานระยะยาว
####
[1] กระทรวงพลังงาน, “ปลัดกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ติดตามสถานีไฟฟ้าแรงสูง จ.ชลบุรี เตรียมรองรับ Data Center”, 14 กุมภาพันธ์ 2569.
[2] กระทรวงพลังงาน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปาฐกถาพิเศษในงาน ROAD TO NET ZERO 2026, 25 มิถุนายน 2569.
[3] การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), “EGAT highlights ‘clean, stable, and sufficient power,’ upgrading energy infrastructure to drive Thailand toward a data center hub,” 16 มิถุนายน 2569.
[4] ABB, “Automation Extended.” เปิดตัวในปี 2026 ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำระบบ AI การวิเคราะห์ข้อมูล และดิจิทัล เข้ามาใช้งานได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพ ความปลอดภัย และความพร้อมใช้งานของระบบควบคุมหลัก. คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม: Automation extended | ABB