กรุงเทพฯ (22 กรกฎาคม 2569) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) โดย กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ เดินหน้าพัฒนาช่องทางดิจิทั ลและขยายบริการสกุลเงินใหม่ๆ พร้อมประกาศกลยุทธ์ธุรกิจซื้ อขายเงินตราต่างประเทศ (FX) ปี 2026 ตอกย้ำบทบาทการเป็นพันธมิ ตรทางธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนให้ ลูกค้าเติบโตอย่างยั่งยืนท่ ามกลางความท้าทายและความผั นผวนของตลาดเงินทั่วโลก
นายฮิโรทากะ คุโรกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้ านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีให้ความสำคัญกับความต้ องการของลูกค้า และพร้อมทำหน้าที่ในฐานะพาร์ ตเนอร์ที่ช่วยสนับสนุนให้ลูกค้ าสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิ จและเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ ามกลางสถานการณ์ ความท้าทายต่างๆ ของตลาดเงินทั่วโลก ที่ผ่านมากรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ได้พัฒนาทั้ งผลิตภัณฑ์และบริการมาอย่างต่ อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลู กค้าธุรกิจ โดยผลการดำเนินงานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กำไรจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริ วรรตเงินตราต่างประเทศเติบโตอย่ างต่อเนื่อง คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี แบบทบต้นอยู่ที่ 16% ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็ จและความสามารถในการสร้างการเติ บโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”
“ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ปริ มาณธุรกรรมเพียงอย่างเดียว ในฐานะพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ หัวใจสำคัญคือความไว้วางใจที่ลู กค้ามีให้ จากความสามารถในการช่วยลูกค้ าบริหารความเสี่ยงท่ ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ได้” นายคุโรกิ กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ นายคุโรกิได้ชี้ให้เห็นความท้ าทายของธุรกิจท่ามกลางการแข่งขั นและความผันผวนของสถานการณ์ ตลาดการเงินโลก โดยอ้างอิงข้อมูลจากธนาคารแห่ งประเทศไทยซึ่งระบุว่า มูลค่าการนำเข้าและส่ งออกของไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตกว่ า 60% ขณะที่ปริมาณธุรกรรมการซื้ อขายเงินตราต่างประเทศ (FX) เพื่อการนำเข้าส่งออกที่ทำผ่ านธนาคารพาณิชย์กลับเติบโตขึ้ นเพียง 5.7% จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็ นว่ารูปแบบการทำธุรกรรม FX ของภาคธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างมี นัยสำคัญ ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าภาคธุรกิจไทยกำลังก้ าวเข้าสู่ยุค Multi-Currency Trends อย่างชัดเจน โดยแนวโน้มการชำระเงินค่าสินค้ านำเข้าและส่งออกด้วยสกุลเงินอื่ น นอกเหนือจาก 3 สกุลเงินหลัก (ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และเยน) เติบโตอย่างก้าวกระโดด
จากแนวโน้มการทำธุรรรม FX ของภาคธุรกิ จและภาครวมของตลาดการเงิน กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ได้กำหนดกลยุ ทธ์การดำเนินงานในปี 2026 โดยมุ่งเน้นใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
- ยกระดับสู่ Digital FX อย่างเต็มรูปแบบ มุ่งพัฒนาและขยายขี
ดความสามารถในการให้บริการผ่ านช่องทางดิจิทัล เช่น FX ผ่านทางระบบออนไลน์ FX@Krungsri การเชื่อมต่อแพลตฟอร์มของลูกค้ าเข้ากับบริการ FX API ของธนาคาร รวมถึงการให้ข้อมูลข่ าวสารความเคลื่ อนไหวของตลาดการเงินผ่าน Krungsri FX Line Official Account เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้ อมูลตลาดและทำธุรกรรมได้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น - พัฒนาโซลูชันด้านธุรกิจการค้
าระหว่างประเทศและ Multi-Currency ขยายการให้บริการสกุลเงินใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้ องการของลูกค้ามากขึ้น เช่น เงินวอนเกาหลีใต้ (KRW) เงินดีร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิ เรตส์ (AED) และเมื่อช่วงไตรมาส 4/2568 ธนาคารยังได้เปิดให้บริการเงิ นสกุลริยัลซาอุดิอาระเบีย (SAR) เพื่อรองรับการเชื่ อมโยงทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่ างไทยและตะวันออกกลางที่มี บทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง - พัฒนาโซลูชันเพื่อช่วยบริ
หารความเสี่ยงและการลงทุน มุ่งนำเสนอโซลูชันเพื่อการป้ องกันความเสี่ยงที่สามารถปรั บให้เข้ากับความต้องการของลูกค้ าแต่ละรายได้มากขึ้น นำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เชื่ อมโยงกับศักยภาพของกลุ่ม MUFG พร้อมทั้งนำ AI และระบบ Automation มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุ นการทำงานของ FX Dealer เพื่อยกระดับความรวดเร็ว ความแม่นยำ และคุณภาพการให้บริการ
ตลาดการเงินโลกและไทย
นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อํานวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) คาดการณ์ว่า ตลาดการเงินโลกพยายามหันเหจุ ดสนใจจากความขัดแย้งในตะวั นออกกลาง ไปสู่แนวโน้มดอกเบี้ ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงยั งคงเปราะบางตามกลยุทธ์ การเจรจาและจะกระทบบรรยากาศการล งทุนอยู่เป็นระยะก็ตาม ทั้งนี้ เฟดภายใต้การนำของประธานเควิน วอร์ช ตั้งใจปฎิรูปการสื่ อสารและลดการให้สัญญาณชี้นำล่ วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย ในภาวะเช่นนี้ ราคาสินทรัพย์ต่างๆ จะมีแนวโน้มผันผวนสูงขึ้นเมื่ อมีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคั ญของสหรัฐฯ หรือในช่วงที่การเลือกตั้ งกลางเทอมสหรัฐฯ ใกล้เข้ามา ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นยั งคงมีท่าทีระมัดระวัง แต่คาดว่าจะทยอยขึ้นดอกเบี้ยเพื่ อพยุงค่าเงินเยนต่อไป
สำหรับการเคลื่อนไหวของเงิ นบาทซึ่งอ่อนค่าลงในช่วงที่ผ่ านมา สะท้อนยอดนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้ นจากการบริหารความมั่นคงด้านพลั งงาน ส่งผลให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพั ด อย่างไรก็ตาม ในระยะข้างหน้า มีปัจจัยประคองค่าเงินบาทอยู่บ้ าง ได้แก่ ราคาน้ำมันตลาดโลกที่แม้ผั นผวนสูงแต่ซื้อขายห่างจากจุดสู งสุดของรอบอยู่พอสมควร รวมถึงกระแสเงินทุนต่างชาติ ไหลเข้า ขณะที่ภาวะขาดดุ ลแฝดของไทยอาจบรรเทาลงแม้ต้ องใช้เวลา โดยกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้ นเล็กน้อยและแกว่งตัวในกรอบ 32-34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 หากเฟดคงดอกเบี้ยตามสมมติฐานหลั ก และดุลการค้าของไทยปรับตัวดีขึ้ น ทั้งนี้ ทิศทางเงินเฟ้อในสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยงสำคัญต่ อประมาณการค่าเงิน นอกจากนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ ยนโยบายของไทยจะถูกตรึงไว้ที่ 1.00% ในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า ตราบใดที่แนวโน้มเศรษฐกิจและเงิ นเฟ้อไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนั ยสำคัญ โดยมองว่าในบริบทที่เงินเฟ้อด้ านต้นทุนสูงขึ้นเพียงชั่วคราว คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะให้น้ำหนักกับภาวะอุปสงค์ และเสถียรภาพภายในประเทศมากกว่ าแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก

















