วันพฤหัสบดี 16 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก Headline พาณิชย์เร่งเครื่อง FTA รับโลกผันผวน ใช้สิทธิแตะ 81.41% มุ่งดัน SMEs สู่ตลาดศักยภาพใหม่

พาณิชย์เร่งเครื่อง FTA รับโลกผันผวน ใช้สิทธิแตะ 81.41% มุ่งดัน SMEs สู่ตลาดศักยภาพใหม่

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ เผยภาพรวมการใช้สิทธิประโยชน์ FTA เดือนเมษายน 2569 มูลค่ากว่า 31,772.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.06 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.19% จากปีก่อน โดยมีสัดส่วนการใช้สิทธิสูงถึง 81.41% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการไทยในการใช้ประโยชน์จาก FTA ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมเดินหน้าส่งเสริมให้กลุ่ม SMEs ใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า และยกระดับศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก
16ก.ค.2569/ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในเดือนเมษายน 2569 รวม 31,772.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.19% และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 81.41% ของมูลค่าสินค้าส่งออกที่ได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ FTA โดย อันดับหนึ่ง เป็นการส่งออกไปยังอาเซียนภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) มูลค่า 10,622.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 69.01%

อันดับสอง เป็นการใช้สิทธิฯ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ACFTA) มูลค่า 8,509.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 93.03% อันดับสาม ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–อินเดีย (AIFTA) มูลค่า 5,007.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 82.16% อันดับสี่ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น (JTEPA) มูลค่า 2,387.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 84.10% และอันดับห้า ความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) มูลค่า 1,984.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 58.44%

สำหรับสินค้าที่มีการใช้สิทธิฯ FTA สูงสุด 5 อันดับแรก ในเดือนเมษายน ปี 2569 ได้แก่ (1) ยานยนต์สำหรับขนส่งของอื่น ๆ (2) ทุเรียนสด (3) เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ (4) เครื่องทอง เครื่องเงิน และส่วนประกอบ ที่ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ และ (5) ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มสินค้า พบว่า สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปที่มีการใช้สิทธิฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. ทุเรียนสด
  2. เนื้อไก่ปรุงแต่ง
  3. น้ำตาลที่ได้จากอ้อยอื่น ๆ
  4. ชิ้นเนื้อและส่วนอื่นของไก่แช่เย็นจนแข็ง
  5. เงาะ ลำไย ทับทิมสด มูลค่ารวม 7,650.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 24.08% ของมูลค่าการใช้สิทธิฯ ทั้งหมด

ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมที่มีการใช้สิทธิฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) ยานยนต์สำหรับขนส่งของอื่น ๆ (2) เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ (3) เครื่องทอง เครื่องเงิน และส่วนประกอบ ที่ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ (4) ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ และ (5) เศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นทองแดง มูลค่ารวม 24,121.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 75.92% ของมูลค่าการใช้สิทธิฯ ทั้งหมด

นางอารดา เน้นย้ำว่า ภาพรวมการค้าโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้าและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวขณะเดียวกัน FTA ได้ก้าวจากการเป็นเครื่องมือลดอุปสรรคทางภาษี สู่การเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการค้าและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลกกรมการค้าต่างประเทศ จึงเร่งขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs ใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อกระจายความเสี่ยง ขยายตลาดสู่ประเทศคู่ค้าใหม่ พร้อมสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานการผลิตและการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานสีเขียว เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว

“กรมฯ ยังคงเดินหน้าทำงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดสัมมนาและอบรมเชิงปฏิบัติการทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้นำองค์ความรู้ด้านการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ สร้างโอกาสทางการค้า และขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยในปีงบประมาณ 2569 กรมฯ สามารถพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ได้แล้วมากกว่า 1,400 ราย ล่าสุด เมื่อวันที่ 6–7 กรกฎาคม 2569 ได้ลงพื้นที่จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “FTA GO! ขับเคลื่อนการค้า เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทย” ณ จังหวัดชลบุรี เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน FTA

ที่สำคัญ พร้อมให้คำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA และการปฏิบัติตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า พร้อมกับการเร่งขยายโอกาสทางการค้าของผู้ประกอบการไทยด้วยโครงการ “Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA” โดยมุ่งเจาะตลาด FTA 3 ตลาดศักยภาพ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และอินเดีย ซึ่งล้วนเป็นตลาดส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงและสามารถต่อยอดการใช้ประโยชน์จาก FTA เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทย” นางอารดากล่าวสรุป

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลการจัดสัมมนาได้ทางเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th และ Facebook page กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า รวมทั้งสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หรือโทรสายด่วน 1385

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน