กรุงเทพฯ – 15 กรกฎาคม 2569 – บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) (“ไทยเบฟ” หรือ “บริษัท”) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ มชั้นนำของของภูมิภาคเอเชียตะวั นออกเฉียงใต้และรายใหญ่ที่สุ ดในประเทศไทย เดินหน้าผสานความยั่งยืนเข้ากั บกลยุทธ์การระดมทุนของบริษัทอย่ างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนสินเชื่อส่ งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) วงเงิน 6,500 ล้านบาท จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (“กรุงศรี”) โดยมีกรุงศรีและ MUFG ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้ านการจัดโครงสร้างเพื่อความยั่ งยืน (Joint Sustainability Structuring Advisors)
ธุรกรรมในครั้งนี้นับเป็ นการดำเนินธุรกรรมสินเชื่อส่ งเสริมความยั่งยืนระหว่ างไทยเบฟและกรุงศรีต่อเนื่องเป็ นครั้งที่ 3 ต่อยอดจากสินเชื่อส่งเสริ มความยั่งยืนวงเงิน 10,000 ล้านบาทในปี 2567 และ 5,000 ล้านบาทในปี 2568 สะท้อนถึงความมุ่งมั่ นของไทยเบฟในการผสานความยั่งยื นเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ การระดมทุนของบริษัทอย่างเป็ นระบบ พร้อมทั้งสานต่อความร่วมมือกั บกรุงศรีในการขับเคลื่อนการเงิ นเพื่อความยั่งยืนสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนดั งกล่าว เชื่อมโยงต้นทุนทางการเงิ นของบริษัทเข้ากับผลการดำเนิ นงานตามเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainability Performance Targets: SPTs) โดยอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่ อจะปรับตามระดับการบรรลุเป้ าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งครอบคลุมการลดการปล่อยก๊ าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลงร้อยละ 42 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 และการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลั งงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 50 ของการใช้พลังงานทั้งหมดภายในปี 2573
ไทยเบฟกำหนดเป้าหมายด้านความยั่ งยืน (SPTs) ขึ้นภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ การระดมทุนส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Finance Framework) ของบริษัท โดยเป้าหมายดังกล่าวยังสอดคล้ องกับแนวทางการลดการปล่อยก๊ าซเรือนกระจกของไทยเบฟที่ได้รั บการรับรองโดย Science Based Targets initiative (SBTi) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่ อถือของพันธกิจด้านความยั่งยื นของบริษัท และสะท้อนแนวทางการขับเคลื่ อนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิ อากาศบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
นอกจากนี้ ไทยเบฟยังได้แต่งตั้ง Morningstar Sustainalytics เป็นผู้จัดทำรายงานความเห็ นโดยผู้สอบทานภายนอกที่เป็นอิ สระ (Second Party Opinion: SPO) เพื่อประเมินว่ากรอบหลักเกณฑ์ การระดมทุนส่งเสริมความยั่งยืน( Sustainability-Linked Finance Framework) ของบริษัทมีความสอดคล้องกับหลั กการ Sustainability-Linked Loan Principles (SLLPs) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล รวมทั้งประเมินว่าตัวชี้วั ดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators: KPIs) และเป้าหมายด้านความยั่งยืน (SPTs) ของไทยเบฟมีความเหมาะสม มีนัยสำคัญ และสามารถสร้างผลกระทบได้อย่ างเป็นรูปธรรม ภายใต้กลยุทธ์ด้าน ESG ของบริษัท
คุณต้องใจ ธนะชานันท์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มงานความยั่ งยืนและกลยุทธ์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า “การได้รับการสนับสนุนสินเชื่ อส่งเสริมความยั่งยืนจากกรุงศรี ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคั ญในการผสานความยั่งยืนเข้ากั บกลยุทธ์การระดมทุนของไทยเบฟ เพื่อสนับสนุนการเติ บโตในระยะยาว และขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้ าหมายการ ‘สรรสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน’ (Enabling Sustainable Growth) การกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยื น (SPTs) ให้สอดคล้องกั บแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรื อนกระจกที่ได้รับการรับรองโดย Science Based Targets initiative (SBTi) สะท้อนถึงความมุ่งมั่ นของไทยเบฟในการบูรณาการหลัก ESG เข้ากับการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่ คุณค่า การเดินหน้าขยายการใช้สินเชื่ อส่งเสริมความยั่งยืน จะช่วยผลักดันให้บริษั ทสามารถสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่ งแวดล้อมที่วัดผลได้ ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็ งแกร่งของธุรกิจ และการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้ แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน”
คุณประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้ าธุรกิจขนาดใหญ่ และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ งที่ได้ร่วมสนับสนุนไทยเบฟบนเส้ นทางสู่การเติบโตที่ยั่งยื นในฐานะพันธมิตรที่ได้รั บความไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง การออกสินเชื่อส่งเสริมความยั่ งยืนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกั นในการขับเคลื่อนการเงินเพื่ อความยั่งยืน พร้อมตอกย้ำบทบาทของกรุงศรี ในการนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ ช่วยให้ลูกค้าสามารถบูรณาการหลั ก ESG เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ และรับมือกับความท้าทายด้ านความยั่งยืนที่เปลี่ยนแปลงอย่ างต่อเนื่อง ด้วยความเชี่ยวชาญของกรุงศรี ผสานกับเครือข่ายที่แข็งแกร่ งของ MUFG เราพร้อมสนับสนุนลูกค้าให้เติ บโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ควบคู่กับการสร้างคุณค่าที่ยั่ งยืนให้แก่ธุรกิจของลูกค้ าและเศรษฐกิจโดยรวม”

















