วันพฤหัสบดี 9 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก เกษตรพันธุ์ดี “กรมวิชาการเกษตร” ชงงบ 6.5 พันล้าน ชู 8 นวัตกรรมปราบใบด่าง พร้อมเปิดตัวมันสำปะหลังพันธุ์ใหม่ “กวก.ระยอง 19”

“กรมวิชาการเกษตร” ชงงบ 6.5 พันล้าน ชู 8 นวัตกรรมปราบใบด่าง พร้อมเปิดตัวมันสำปะหลังพันธุ์ใหม่ “กวก.ระยอง 19”

กรมวิชาการเกษตร เดินหน้าเชิงรุกแก้ไขวิกฤตใบด่างมันสำปะหลัง สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ Kick off เปิดตัวพันธุ์ใหม่ล่าสุด “กวก.ระยอง 19” ชูจุดเด่นต้านทานโรคเยี่ยม ผลผลิตคุณภาพสูง พร้อมยกระดับสู่ “มันสำปะหลังโลว์คาร์บอน” คว้ามาตรฐาน T-VER รายแรกของหน่วยงานรัฐ มุ่งคืนตำแหน่งผู้นำมันสำปะหลังโลกอย่างยั่งยืน

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยระหว่างนำทีมสื่อมวลชนลงพื้นที่ ณ ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง ว่า กรมวิชาการเกษตรได้ขานรับนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่ทำรายได้มหาศาลให้แก่ประเทศ โดยก่อนหน้านี้ทางกรมฯ ได้ส่งเสริมพันธุ์อิทธิ 1, 2 และ 3 และล่าสุดได้พัฒนาพันธุ์ต้านทานน้องใหม่พันธุ์ “กวก. ระยอง 19” ที่เริ่มปรับปรุงพันธุ์มาตั้งแต่ปี 2563 จนมั่นใจเต็มร้อยว่าสามารถต้านทานได้ทั้งโรคใบด่างและโรคพุ่มแจ้ ทั้งยังให้ผลผลิตสูงถึง 6-8 ตันต่อไร่ และหากเกษตรกรรายใดมีระบบชลประทานร่วมกับการใช้ชีวภัณฑ์เสริม จะสามารถผลักดันผลผลิตทะยานสู่เป้าหมายที่ 8-10 ตันต่อไร่ ได้ไม่ยาก ซึ่งจะช่วยพลิกฟื้นคืนรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบันมีข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นถึงสเกลของปัญหาที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง คือ พบพื้นที่ระบาดของโรคใบด่างรวมทั้งสิ้น 586,562 ไร่ กระจายตัวอยู่ใน 33 จังหวัดทั่วประเทศ และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังมากกว่า 600,000 ครัวเรือน ทั้งนี้ จากเดิมที่ประเทศไทยเคยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังได้ปีละ 30-40 ล้านตัน ปัจจุบันตัวเลขลดลงเหลือเพียง 20 ล้านตันเท่านั้น ซึ่งวิกฤตครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบห่วงโซ่อุปทานกว่า 5 ล้านคน จึงมีความจำเป็นในการของบ 6.5 พันล้านบาท เพื่อกู้ชีพวงการมันสำปะหลัง

“สำหรับแนวทางการดำเนินงานหลังจากนี้ กรมฯ มีกระบวนการรับรองพันธุ์พืชค่อนข้างใช้เวลา แต่ด้วยวิกฤตที่เกิดขึ้นจึงเร่งทำงานเชิงรุก โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2570 จะเริ่มขยายแปลงทดลองพันธุ์ กวก. ระยอง 19 ไปยังแปลงของเกษตรกรต้นแบบ 8 แห่งทั่วประเทศ คาดว่าช่วงเดือนพฤษภาคม 2570 จะเห็นผลผลิตที่ชัดเจน และนำไปสู่การขึ้นทะเบียนรับรองพันธุ์ต่อไป ทั้งนี้ ยอมรับว่าข้อจำกัดสำคัญคือ ท่อนพันธุ์เริ่มต้นมีน้อย (ปัจจุบันมีราว 2,000 ท่อน) แต่กรมฯ ได้นำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และเทคโนโลยีขยายพันธุ์ทวีคูณ เข้ามาช่วย เร่งสปีดให้แตะหลักหมื่นท่อนในปีนี้ และขยายสู่หลักล้านท่อนในอนาคต พร้อมเดินหน้าเสนองบประมาณ พ.ร.ก. เงินกู้ฉุกเฉิน วงเงินกว่า 6,800 ล้านบาท ร่วมกับภาคเอกชน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนท่อนพันธุ์ต้านทานให้จบภายใน 5 ปี” นายรพีภัทร์ กล่าว

ไม่เพียงแต่เรื่องสายพันธุ์ กรมวิชาการเกษตรยังชูโมเดล แปลงมันสำปะหลังบูรณาการ 8 จุดนวัตกรรม ซึ่งรวมถึงการปลูกพืชแซมตระกูลถั่ว (ถั่วลิสง) ในช่วง 3-4 เดือนแรกเพื่อสร้างรายได้เสริม, การบริหารจัดการแมลงศัตรูพืช, และการนำโดรนเกษตรมาใช้ และไฮไลท์สำคัญคือการเป็น “แปลงต้นแบบมันสำปะหลังโลว์คาร์บอน” ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน T-VER จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นหน่วยงานรัฐรายแรกของไทย ซึ่งนอกจากจะช่วยสิ่งแวดล้อม ลดปุ๋ย ลดเคมีแล้ว เกษตรกรยังมีโอกาสสร้างรายได้เสริมจากคาร์บอนเครดิตในอนาคตอีกด้วย

“กรมวิชาการเกษตรพร้อมยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องเกษตรกรด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ครบวงจร” นายรพีภัทร์ กล่าว