กรุงเทพฯ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๙
เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ ๗๒ ของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิสราเอลและประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยจัดกิจกรรมร่วมเฉลิมฉลองด้วยการสร้างโรงเรือนและปรับปรุงระบบน้ำเพื่อการเกษตร ณ ศูนย์เรียนรู้วิถีพอเพียงบ้านสวนเมอร์ซี่ ถนนกรุงเทพกรีฑา กรุงเทพมหานคร ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (บ้านเมอร์ซี่)
โครงการบ้านสวนเมอร์ซี่ (Mercy Farm) เริ่มขึ้นเมื่อพ.ศ. ๒๕๔๙ ภายใต้การดูแลของบาทหลวงโจเซฟ เอช ไมเออร์ เพื่อพัฒนาเยียวยาเด็กและเยาวชนที่พักอาศัยอยู่ในบ้านเมอร์ซี่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ด้อยโอกาส มีภูมิหลังที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะยากจน มาจากครอบครัวที่เปราะบาง หรือต้องการความสนับสนุนด้านการศึกษาและกำลังใจ บ้านสวนเมอร์ซี่จึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยซึ่งเอื้อต่อการเยียวยาจิตใจ เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ทักษะชีวิตด้านเกษตรกรรม สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง อยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิ และดำเนินชีวิตภายใต้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ เห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กทั้งทางร่างกายและจิตใจ ว่าเป็นพื้นฐานหลักของสังคมที่เข้มแข็งและเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม จึงริเริ่มโครงการความร่วมมือในด้านต่างๆ รวมถึงจัดกิจกรรมหลากประเภททั้งด้านการศึกษา สังคมและบันเทิง เพื่อสนับสนุนศูนย์เมอร์ซี่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าสองทศวรรษ และเมื่อพ.ศ. ๒๕๕๙ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ได้มอบอุปกรณ์ระบบการชลประทานน้ำหยดที่พัฒนาในประเทศอิสราเอลให้บ้านสวนเมอร์ซี่ พร้อมกับส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแบ่งปันความรู้เรื่องเทคโนโลยีการเกษตร สอนเด็กและเยาวชนของบ้านสวนเมอร์ซี่ให้เรียนรู้วิธีใช้น้ำอย่างคุ้มค่า รู้จักการปลูกผักสวนครัวที่เหมาะสม เพื่อจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพด้วยวิถีธรรมชาติและเกษตรกรรม ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ผลผลิตที่มีทั้งคุณภาพและปริมาณ ซึ่งเพียงพอกับความต้องการของสมาชิกบ้านสวนเมอร์ซี่และศูนย์เมอร์ซี่ ทั้งยังมีปริมาณมากพอที่จะส่งไปขายยังชุมชนใกล้เคียงอีกด้วย
ในปีนี้ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ได้ปรับปรุงระบบน้ำหยดให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิม พร้อมกับสร้างโรงเรือนให้อีกหนึ่งหลัง เพื่อให้การปลูกผักสวนครัวดำเนินไปได้ตลอดปี มีการจัดการระบบน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันพืชผักสวนครัวจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
โครงการนี้เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นโอกาส เปลี่ยนการเกษตรให้เป็นการเรียนรู้ อันเป็นความร่วมมือที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศที่มีความมุ่งมั่นร่วมกัน ในการช่วยให้เด็กๆ มีพัฒนาการและความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจ มีศักดิ์ศรี และภาคภูมิ
“ความร่วมมือนี้สะท้อนความเชื่อของอิสราเอลที่ว่าการศึกษาคือเครื่องมือที่สร้างความเข้มแข็งให้เด็กๆ จากการใช้นวัตกรรม และสร้างทักษะจากการลงมือทำ” เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ดร. อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์กล่าว “เราหวังว่าการแบ่งปันความรู้และเทคโนโลยีการเกษตร จะช่วยบ่มเพาะให้สมาชิกบ้านสวนเมอร์ซี่มีความมั่นใจและรู้จักพึ่งพาตนเอง โครงการนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันแท้จริงยั่งยืนระหว่างอิสราเอลและประเทศไทยที่มีมาตลอด ๗๒ ปี โดยตั้งอยู่บนความหวังที่เรามีร่วมกันต่อบุตรหลานของเรา”
















