วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA
เดินหน้าตอกย้ำบทบาทหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยด้านการเกษตรใหญ่ที่สุดของประเทศ ผ่านการจัดงาน “ARDA x South: Accelerating Research Impact in Southern Thailand – เร่งพลังวิจัยสู่การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ภาคใต้”ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ชูทิศทางใหม่ของงานวิจัยไทยที่มุ่ง “สร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม” อย่างเป็นรูปธรรม มากกว่าการอยู่ในห้องทดลอง ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงานพร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ “จากนโยบายสู่การสร้าง Impact” โดยมี นายเอกชัย สุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA พร้อมคณะผู้บริหาร ARDA นักวิจัย เกษตรกร และผู้ประกอบการในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ณ โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดครศรีธรรมราช
ศ.ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ภาคใต้เป็นฐานการผลิตเกษตรสำคัญของประเทศ ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน กุ้งขาว และผลไม้เมืองร้อน แต่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านผลิตภาพ ต้นทุนสูง และความผันผวนของตลาดโลก โดยเฉพาะ “ช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยี” ส่งผลทำให้รายได้ของเกษตรกรไม่แน่นอน สกสว. จึงมีนโยบายสำคัญในการมุ่งผลักดันการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการผลิตทั้งระบบ โดย สกสว. และ ARDA ร่วมกันขับเคลื่อนงานวิจัยที่ตอบโจทย์พื้นที่จริง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับสู่การผลิตที่เน้นการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างมูลค่า
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า ARDA พร้อมปรับบทบาทจาก “ผู้ให้ทุน” สู่ “ศูนย์กลางความร่วมมือด้านวิจัยเกษตร” ที่เชื่อมโยงนักวิจัย ภาคธุรกิจ และเกษตรกร เพื่อผลักดันให้งานวิจัยนำไปใช้ได้จริง โดยในช่วงปี 2565–2569 ได้รับงบประมาณรวมกว่า 4,021 ล้านบาท และจัดสรรสู่ภาคใต้กว่า 93 ล้านบาท ครอบคลุม 32 โครงการ ซึ่งสร้างผลลัพธ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น ด้านเศรษฐกิจ โครงการ “RAINS for Thailand Food Valley ภาคใต้ตอนบน” ที่ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารในพื้นที่สู่มูลค่าสูง ผ่านนวัตกรรมการแปรรูปและการสร้างแบรนด์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การเลี้ยงปูเพิ่มรายได้กว่า 4,000 บาทต่อรอบ มีกำไรเฉลี่ย 3,700 บาทต่อเดือน หมูย่างเมืองตรังเพิ่มกำไรถึง 52.7% ขณะที่ผลิตภัณฑ์กะปิโซเดียมต่ำสร้างกำไรต่อหน่วยเพิ่มกว่า 50% ด้านสังคม โครงการ “นวัตกรรมการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา” ที่พัฒนาเทคโนโลยี IoT และ Machine Learning พยากรณ์ความเค็มแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เกษตรกรวางแผนเพาะปลูกได้แม่นยำลดความเสี่ยงจากน้ำเค็ม
ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐสามารถใช้ข้อมูลเดียวกันในการวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบด้านเทคโนโลยี โครงการวิจัยพัฒนา “ยาเม็ดกระท่อมเคลือบฟิล์ม” ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดพืชท้องถิ่นสู่เภสัชภัณฑ์มูลค่าสูง โดยโครงการได้พัฒนาสารสกัดกระท่อมให้เป็นเภสัชภัณฑ์ต้นแบบสำหรับใช้รักษาโรคและบำบัดผู้ติดสารเสพติด ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษเรื้อรัง ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบร่างกาย และไม่พบอาการผิดปกติในสัตว์ทดลอง โดยมีค่า NOAEL สูงสุดที่ 5 มก./วัน ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญในการต่อยอดสู่การทดลองทางคลินิกในมนุษย์ และเป็นโอกาสสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยาและสารสกัดเชิงพาณิชย์ในอนาคต
สำหรับอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานในวันนี้ทาง ARDA ได้นำคณะผู้บริหารมาร่วมถ่ายทอดแนวทางการสนับสนุนทุนวิจัยของ ARDA ผ่านกรอบการวิจัย ARDA ปี 2570 ภายใต้หัวข้อ “โอกาสและเครื่องมือการขับเคลื่อน วิจัย ARDA สู่การใช้ประโยชน์” และปิดท้ายด้วยกิจกรรมพิเศษ “Unlock ARDA Funds” ที่เปิดพื้นที่ให้คำปรึกษากับนักวิจัยเชิงลึกแบบเจาะรายโครงการ ตั้งแต่การตั้งโจทย์วิจัยให้ตรง Pain Point การเขียนข้อเสนอให้โดนใจ ไปจนถึงการวางแผนผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นนโยบายสำคัญของ ARDA ที่ต้องการเป็นมากกว่าแหล่งทุน แต่เราต้องการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ร่วมผลักดันให้งานวิจัยก้าวสู่การใช้งานจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ยังมีการเสวนาในหัวข้อที่น่าสนใจโดยมีนักวิจัยที่เชี่ยวชาญภาคการเกษตรด้านต่างๆ มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้การพัฒนางานในพื้นที่ภาคใต้ให้กับผู้ร่วมงานได้รับฟังอย่างใกล้ชิดใน 2 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ หัวข้อ “นวัตกรรมงานวิจัย : พลังวิจัยเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจชุมชนภาคใต้” ที่รวบรวมผลงานวิจัยต้นแบบซึ่งสร้างอิมแพคในพื้นที่จริงตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา การใช้แมลงโปรตีน BSF ลดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ ไปจนถึงนวัตกรรมวัสดุจากยางธรรมชาติ และการขับเคลื่อน “RAINS for Thailand Food Valley” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารในภาคใต้ สะท้อนบทบาทของงานวิจัยในการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนจากฐานรากอย่างเป็นรูปธรรมและหัวข้อ “From Plant to Patient Pathway : เส้นทางพัฒนากระท่อมเชื่อมโยงงานวิจัยต้นแบบ สู่มาตรฐานการผลิตยาระดับอุตสาหกรรม” ที่สะท้อนอนาคตของพืชกระท่อมจากงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยการบูรณาการองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัย หน่วยงานกำกับดูแล และภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาสารสกัดการออกแบบรูปแบบยา ไปจนถึงการวางมาตรฐานการผลิต เพื่อผลักดันกระท่อมสู่ตลาดอย่างถูกต้องตามกฎหมายและสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจระดับอุตสาหกรรม
การจัดงานครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเวทีวิชาการ แต่เป็นการวางรากฐาน “ระบบนิเวศวิจัยเกษตร” ที่เชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคการผลิตจริง เพื่อเร่งเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นรายได้ ลดต้นทุน และยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ARDA กำหนดจัดกิจกรรมนี้ในพื้นที่ 4 ภาคของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้จัดไปแล้ว 3 ภาค ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ และในครั้งนี้ภาคใต้ โดยครั้งต่อไปในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งกำหนดจัดในช่วงเดือนมิถุนายน ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ Facebook page : สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)

















