สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้จัดการประชุมเพื่อหารื อแนวทางการลดข้อร้องเรียนด้ านการประกันภัย ครั้งที่ 1/2569 โดยประชุมร่วมกับบริษัทประกันวิ นาศภัย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และบริษัทประกันชีวิต เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกั นภัยระดับสูง ชั้น 2 สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้ างความร่วมมือระหว่างหน่ วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจประกั นภัย ในการยกระดับมาตรฐานการให้บริ การ ลดปริมาณ ข้อร้องเรียนและข้อพิพาท ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ ประชาชน ให้ได้รับบริการด้านประกันภั ยอย่างโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม โดยมี นางสาวชัชวริน โชติชูตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิ ภาคทั่วประเทศ และผู้แทนจากบริษัทประกันภัยเข้ าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการขั บเคลื่อนนโยบายสำคัญภายใต้แผนพั ฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ที่มุ่งยกระดับระบบประกันภั ยไทยให้เป็น “โครงสร้างพื้นฐานในการบริ หารความเสี่ยงของประเทศ (National Risk Buffer)” โดยปรับแนวคิดจากการแก้ไขปัญหา “ปลายน้ำ” ไปสู่ “การป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ” ผ่านการยกระดับมาตรฐานการจั ดการเรื่องร้องเรียนของบริษั ทประกันภัยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชุมได้หารือร่วมกันถึ งประเด็นปัญหาสำคัญของทั้ง 2 ธุรกิจ โดยในส่วนของประกันวินาศภัย พบว่าข้อร้องเรียนส่วนใหญ่เกี่ ยวข้องกับการเรียกร้องค่าสินไหม เช่น ค่าซ่อมรถ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ รวมถึงกรณีภัยพิบัติ ซึ่งมีปัญหาทั้งด้านความเข้ าใจเงื่อนไขกรมธรรม์ ระบบงานภายใน และความล่าช้าในการชดใช้ค่าสิ นไหม ขณะที่ประกันชีวิต พบประเด็นข้อร้องเรียนสำคัญเกี่ ยวกับเงื่อนไขกรมธรรม์ การบอกเลิกสัญญา และกระบวนการขายและการให้ข้อมู ลของตัวแทนประกันชีวิต
ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้กำหนดมาตรการสำคัญในการลดข้ อพิพาทร่วมกัน ได้แก่ การให้บริษัทกำหนดตัวชี้วัด (KPI) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจั ดการเรื่องร้องเรียน เช่น การกำหนดให้มีหน่ วยงานทบทวนภายในก่อนยกระดับเรื่ องร้องเรียน การกำหนดมาตรฐานระยะเวลาให้บริ การ (SLA) ให้มีกรอบระยะเวลาในการให้บริ การในแต่ละขั้นตอนที่รวดเร็วกว่ าที่ประกาศสำนั กงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริ มการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง มาตรฐานกรอบระยะเวลาสำหรั บการให้บริการ Service Level Agreement (SLA) ของ บริษัทประกันภัย พ.ศ. 2567 กำหนด เพื่อป้องกันความล่าช้า การพัฒนาระบบการสื่ อสารและความเข้าใจทั้งฝั่งเจ้ าหน้าที่และประชาชน และการกำหนดแนวทางปฏิบัติกลาง โดยเฉพาะกรณีสินไหมจากภัยพิบัติ เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกันทั้ งระบบ
นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้ยกระดับการกำกับดูแลด้ านพฤติกรรมทางการตลาด โดยใช้แนวทางกำกับตามความเสี่ยง มุ่งเน้น 4 กระบวนการหลัก ได้แก่ การเสนอขาย การรับชำระเบี้ย การจัดการสินไหม และการจัดการเรื่องร้องเรียน ซึ่งเป็นสาเหตุของ ข้อร้องเรียนกว่าร้อยละ 95 เพื่อป้องกันปั ญหาในระยะยาวและสร้างความเชื่ อมั่นให้กับระบบประกันภัย พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการเพิ่ มประสิทธิภาพการประสานงานผ่ านระบบทางด่วนประกันภัย (ISC) การส่งเสริมกระบวนการไกล่เกลี่ ยข้อพิพาทโดยบุคคลภายนอก และการใช้กระบวนการอนุญาโตตุ ลาการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ข้อพิพาทได้รับการแก้ ไขอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และลดภาระของประชาชนในการเข้าสู่ กระบวนการทางกฎหมาย โดยการประชุมร่วมกันในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการบู รณาการความร่วมมือระหว่างสำนั กงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัยทั้งระบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริ การลดข้อร้องเรียน และเสริมสร้างความเชื่อมั่ นของประชาชนต่อระบบประกันภั ยของประเทศ อันจะนำไปสู่การให้บริการที่มี คุณภาพ โปร่งใส เป็นธรรม และตอบโจทย์ประชาชนได้อย่างยั่ งยืนในระยะยาว

















