เมื่อการวิ่งหนึ่งก้าว คือการให้โอกาสคนกลับมาเริ่มใหม่

ในสนามกีฬา เมื่อนักวิ่งสะดุดล้มลงขณะแข่งขัน นักวิ่งยังมีโอกาสลุกขึ้นและวิ่งต่อเพื่อเข้าเส้นชัยได้ แต่ในชีวิตจริงโดยเฉพาะกับคนที่เคยก้าวพลาดและล้มลงเพราะยาเสพติดกลับแทบจะไม่ได้รับโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตตามปกติอีกต่อไป เขาเหล่านั้นไม่มีโอกาสได้ลุกขึ้นเพื่อใช้ชีวิตปกติต่อไปเพียงเพราะการตัดสินจากอคติตามกรอบการคิดของคนในสังคม ยาเสพติดไม่ใช่เพียงปัญหาสุขภาพหรืออาชญากรรมแต่คือปัญหาที่ทำให้ประเทศสูญเสีย “ทรัพยากรมนุษย์” อย่างมหาศาล
ประเทศไทยมีผู้ต้องขังคดียาเสพติดจำนวนมาก โดยสถิติของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกับเครือข่ายวิชาการ ปี พ.ศ. 2567 ชี้ว่าจำนวนประชากรที่ใช้สารเสพติดอย่างน้อย 1 ครั้งมีมากถึงประมาณ 3.7 ล้านคน ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ความรุนแรงของปัญหาแต่สะท้อนถึง “คนจำนวนมาก” ที่เคยพลาดและกำลังรอคอยโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และครอบครัว
ได้ร่วมมือกันในการบำบัด ฟื้นฟู และเตรียมความพร้อมให้ผู้ที่เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการถอนพิษยา การฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือการติดตามหลังการบำบัดเพื่อช่วยให้พวกเขาได้กลับคืนสู่สังคมและได้ใช้ศักยภาพของตนเองให้เต็มที่เพื่อใช้ชีวิตที่มีคุณค่าต่อไป แต่ในความจริงการกลับคืนสู่สังคมของหลาย ๆ คนกลับต้อง “สะดุด” ล้มเป็นครั้งที่สอง สาม สี่ เพียงเพราะสังคมมีอคติ หลายคนเผชิญปัญหาถูกปฏิเสธงาน ถูกตั้งคำถามว่าจะกลับไปเกี่ยวข้องกับสารเสพติดอีกไหม ถูกสังคมตีตรา ไม่ไว้วางใจให้พวกเขาได้ลุกขึ้นวิ่งต่อ และในบางกรณีอคติของคนในสังคมและการไม่ได้รับโอกาสนี้เองกลายเป็นแรงผลักให้บางคนย้อนกลับไปสู่เส้นทางเดิม
แต่มีหลายคนที่ลุกขึ้นได้หนีพ้นวงจรนี้และวิ่งต่อไปข้างหน้าใช้อดีตเป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม เช่น อัครินทร์ ปูรี หรือ “หรั่ง พระนคร” หนุ่มที่เคยใช้ชีวิตในความมืดมานับสิบปีเคยถูกดำเนินคดีและต้องรับโทษตามกฎหมายใช้ชีวิตวนเวียนในวงจรนี้อยู่นับสิบครั้งแม้ว่าการวิ่งบนเส้นทางชีวิตของเขาจะสะดุดล้มลงซ้ำ ๆ แต่ในที่สุดเขาก็เอาชนะตัวเอง เปลี่ยนแปลงและลุกขึ้นได้อีกครั้งด้วยกำลังใจจากครอบครัว พี่สาวที่ไม่เคยทิ้งเขาและยังชี้แนะแนวทางให้เขากลับมามีศรัทธาในศาสนา มีเป้าหมายในชีวิต วันที่ก้าวเท้ากลับสู่โลกภายนอกหรั่งเต็มไปด้วยความกังวลแต่พี่สาวพาเข้าสังคมใหม่ที่ห่างไกลยาเสพติด ทำให้เขามีกำลังใจ ที่สำคัญคือได้มีโอกาสลุกขึ้นและวิ่งได้อีกครั้ง จนปัจจุบันหรั่งหันหลังให้กับยาเสพติดได้อย่างสิ้นเชิง เป็นเจ้าของธุรกิจมีแบรนด์กีตาร์แบบทำมือที่ประสบความสำเร็จมาก เป็นนักสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นคุณพ่อของลูกวัยประถม“ความไว้วางใจ และการให้โอกาส คือสิ่งที่สำคัญที่สุดทุกคนให้กับคนที่พร้อมได้เสมอ” หรั่งกล่าว เช่นเดียวกันกับ เมษา (นามสมมุติ) ผู้ที่พ้นโทษจากคดียาเสพติดและกลายมาเป็นครูสอนศิลปะแก่ผู้ต้องขังเพื่อช่วยให้พวกเขามีอาชีพสุจริตเมื่อกลับเข้าสู่สังคมที่แม้จะพิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับเธอ ไม่ใช่อดีต แต่คือสายตาของสังคม“ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือการทำให้คนเชื่อว่าเราเปลี่ยนแปลงได้จริง บางคนคิดว่าเราแสร้งทำ หรือมีเจตนาแอบแฝงแต่เราเข้าใจนะว่าทำไมพวกเขาถึงคิดแบบนั้น เราต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำไม่ใช่แค่คำพูด”
คำพูดของเมษาอาจสะท้อนความรู้สึกของใครอีกหลายคนที่กำลังพยายามลุกขึ้นใหม่ แต่สังคมยังไม่ได้เปิดพื้นที่ให้ยืนอย่างเต็มที่ คนที่เคยพลาด ไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่ต้องการ “โอกาส” ในการทำงาน การพิสูจน์ตัวเอง และการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอีกครั้งเพราะพวกเขาไม่ใช่เพียง “อดีตผู้กระทำผิด” แต่คือ “ทรัพยากรมนุษย์” ที่สามารถกลับมาสร้างคุณค่าให้กับประเทศได้
นักวิ่งที่ล้มลงในเส้นทางวิ่ง ยังมีโอกาสเข้าเส้นชัยเป็นอันดับต้น ๆ ได้แล้วทำไมผู้ที่ผ่านการบำบัดหรือผ่านการฟื้นฟูจากคดียาเสพติดจะกลับมาวิ่งต่อให้ถึงเส้นชัยอย่างงดงามไม่ได้
งาน “วิ่งด้วยรัก ฮักด้วยใจ Recovery Run” ที่ ปปส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายเตรียมจะจัดขึ้น ณ สวนหลวง ร.9 กรุงเทพฯ ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกาย แต่คือพื้นที่สัญลักษณ์ของการ “ให้โอกาส”และเป็นเวทีที่สังคมจะได้ก้าวเดินและออกวิ่งเพื่อตนเอง ขณะเดียวกันก็พร้อมจะประคองผู้ที่ผ่านการบำบัดหรือพ้นโทษจากคดียาเสพติดให้เริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นก้าวเดิน และออกวิ่งด้วยความมั่นใจ มีเป้าหมาย พร้อมจะสร้างประโยชน์ให้สังคมต่อไป
ผู้ที่สนใจร่วมแสดงพลังในกิจกรรมวิ่งครั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ : วิ่งด้วยรัก ฮักด้วยใจ – Recovery Run หรือเพจ Thailand Sport Series