“มูลนิธิเมาไม่ขับ”ยื่นหนังสือถึงอัยการจังหวัดปทุมธานี ขอให้พิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีนักศึกษาจากสถาบันแห่งหนึ่ง ขับรถชน นายอลงกรณ์ บางกระ อายุ 27 ปีอาชีพไรเด้อเสียชีวิต พร้อมขอให้ริบรถผู้ขับขี่รถขณะเมาสุรา โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น
นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ แจ้งว่า ตามที่ปรากฏข่าวนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยี นานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายภูมินทร์ ขอสงวนนามสกุล อายุ 22 ปีขับ ขี่รถยนต์ BMW ชนนายอลงกรณ์ บางกระ อายุ 27 ปีอาชีพไรเด้อเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 บริเวณถนนบางขัน- เชียงราก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พื้นที่รับผิดชอบสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง
มูลนิธิเมาไม่ขับในฐานะองค์กรสาธารณประโยชน์ ที่ทำงานขับเคลื่อนการรณรงค์และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเมาไม่ขับตั้งแต่ปีพ.ศ 2539 ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิเมาไม่ขับได้สื่อสารข้อมูลผ่านสื่อกระแสหลัก สื่อโซเชียลมีเดีย สื่อบุคคล ฯลฯในทุกช่องทาง เพื่อเรียกร้องให้ประชาชน ตระหนัก ถึงภัยร้ายจากการเมาแล้วขับ แม้สิทธิ์ในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญแต่การเมาแล้วขับ รัฐธรรมนูญไม่คุ้มครองสิทธิ์ในด้านนี้และผู้ที่เมาแล้วขับ ยังเป็นผู้กระทำการละเมิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับหนังสือที่อส 0007 (ปผ)/ว197 เรื่องแนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดีผู้ขับรถขณะเมาสุรา แล้วทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น ไปถึงรองอัยการสูงสุด ผู้ตรวจการอัยการ อธิบดีอัยการภาค อัยการพิเศษฝ่ายเลขานุการอัยการสูงสุด เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ อัยการจังหวัด ผู้อำนวยการสถาบัน เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด และผู้อำนวยการสำนักงาน โดยให้พนักงานอัยการพิจารณาว่า พฤติกรรม ในการขับรถ ขณะเมาสุรา ของผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีมีลักษณะ เป็นการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น นับเป็นความผิดตามพ.ร.บ.จราจร ทางบก พ.ศ 2522 มาตรา 43 ด้วยหรือไม่
หากพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาได้ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นนับเป็นความผิดดังกล่าวด้วย และยังไม่ได้แจ้งข้อหาดังกล่าวแก่ผู้ต้องหา ให้พนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดังกล่าวเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหา และในการฟ้องคดี ให้พนักงานอัยการขอให้ศาลริบรถของกลางตามหนังสือสำนักงานอัยการสูงสุด ที่อส (สฝปผ)0018/ว380 ลง วัน ที่ 29 กันยายน 2549 ตามที่อ้างถึงด้วย

มูลนิธิเมาไม่ขับจึงมีหนังสือมาถึงอัยการจังหวัดปทุมธานี ขอให้พิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดี ดังกล่าวข้างต้นตามแนวทางที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้มีหนังสือแจ้งเรียนไว้
มูลนิธิเมาไม่ขับ ขอยืนยันว่ามูลนิธิเมาไม่ขับ ไม่มีเหตุโกรธเคืองอันใดกับผู้ต้องหาในคดีนี้ แต่ในฐานะที่เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนการทำงานสนับสนุนการรณรงค์และบังคับใช้กฎหมายเมาไม่ขับมาตลอดระยะเวลา 30 ปี มูลนิธิเมาไม่ขับมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะปกป้องความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนจากพฤติกรรมของผู้ที่เมาแล้วขับ นอกจากนั้นแล้วยังขอสื่อสารไปยังสถาปันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรต่างๆ การกำหนดนโยบายลดปัจจัยเสี่ยงทางถนนขององค์กรถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากรภายในองค์กรเอง หรือความสูญเสียของบุคคลอื่น ทั้งนี้อุบัติเหตุบนท้องถนนจากการเมาแล้วขับไม่ใช่เรื่องของเวรกรรม แต่เป็นเรื่องของพฤติกรรมที่จงใจละเมิดกฎหมาย
จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน

















