28 เมษายน 2569: งานประชุมสุดยอดเมืองไมซ์ หรือ MICE City Summit ภายใต้การผลักดันของสำนักงานส่ งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ก้าวสู่ปีที่ 10 เปิดตัวความก้าวหน้าครั้งสำคั ญด้วยนวัตกรรมความร่วมมือไมซ์พั ฒนาเมือง เมื่อมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และทีเส็บจับมือกับ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการการอาชี วศึกษา (สอศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมื อครั้งประวัติศาสตร์ มุ่งผลิตกำลังคนสมรรถนะสู งและสร้างระบบนิเวศข้อมูลอัจฉริ ยะ (City Data Intelligence) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ ไทยจากฐานรากสู่มาตรฐานความยั่ งยืนระดับโลก
ทีเส็บในฐานะหน่วยงานภาครัฐมี ภารกิจขับเคลื่อนการพัฒนาเมื องไมซ์ หรือ MICE City ให้มีขีดความสามารถในการจั ดงานระดับนานาชาติ เพื่อให้เป็นหนึ่งในจุ ดขายในการประมูลสิทธิ์ดึ งงานมาจัดในประเทศไทย ได้ริเริ่มและจัดงาน MICE City Summit มาตั้งแต่ปี 2559 โดยให้จังหวัดที่เป็นเมืองไมซ์ ในภูมิภาคต่างๆ หมุนเวียนเป็นเมืองเจ้าภาพในแต่ ละปี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นเวที ที่ผู้นำของเมือง ผู้บริหารเมืองและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองได้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้มุมมอง ยุทธศาสตร์ องค์ความรู้และถ่ายทอดบทเรี ยนและประสบการณ์การพัฒนาเมื องโดยใช้ไมซ์เป็นกลไกและเครื่ องมือขับเคลื่อน จากเดิมที่มีเมืองไมซ์หลัก 5 เมืองคือ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ พัทยา-ชลบุรี ภูเก็ต และขอนแก่น ได้ขยายเป็น 10 เมืองในปัจจุบัน โดย 5 เมืองที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ พิษณุโลก อุดรธานี นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี และสงขลา
เวทีงาน MICE City Summit ได้สั่งสมรากฐานของการพัฒนาเมืทั้งนี้ หนึ่งในต้นทุนของความก้าวหน้ าในการร่วมมือพัฒนาเมืองครั้งนี้ คือผลสำเร็จของความร่วมมือระหว่ าง ทีเส็บ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุ มและนิทรรศการจังหวัดสงขลา และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการขับเคลื่อนสงขลาให้เป็นจุ ดหมายปลายทางของความยั่งยืน จนในปี 2567 สงขลาได้รับการประเมินเป็นเมื องที่มีคะแนนสูงเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย ที่มีตัวชี้วัดเข้าเกณฑ์ดัชนี ความยั่งยืนของจุดหมายปลายทางทั่ วโลก หรือ The Global Destination Sustainability Index (GDS-Index) และจะถูกนำมาใช้ถอดบทเรียนหรือ “สงขลาโมเดล” สำหรับการพัฒนาเมื องภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือครั้ งนี้
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “กระทรวงมหาดไทยภายใต้ยุ ทธศาสตร์ ‘บำบัดทุกข์ บำรุงสุข’ ยุคใหม่พร้อมยกระดับโครงสร้ างการบริหารจัดการท้องถิ่ นโดยใช้แพลตฟอร์มไมซ์เป็ นกลไกหลักในการทลายความเหลื่ อมล้ำและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิ งพื้นที่ เรามุ่งสร้าง ‘นักบริหารเมืองสมรรถนะสูง’ ที่มี ดีเอ็นเอของการเข้าใจภูมิสั งคมอย่างลึกซึ้ง เพื่อพลิกโฉมทุกหัวเมืองทั่ วไทยให้น่าอยู่และเปลี่ยนชุ มชนให้เป็นขุมพลังทางเศรษฐกิจที่ เข้มแข็ง เป้าหมายสูงสุดของเราคือชั ยชนะที่วัดผลได้จริงจากรายได้ที่ เพิ่มขึ้นของพี่น้ องประชาชนในระดับฐานราก และการกระจายโอกาสอย่างเป็ นธรรมผ่านระบบข้อมูลอัจฉริยะที่ ช่วยในการตัดสินใจเชิ งนโยบายแบบเรียลไทม์ การผนึกกำลังในครั้งนี้จึงไม่ ใช่แค่โครงการความร่วมมือทั่วไป แต่คือการปฏิรูปมหาดไทยสู่ การเป็นหน่วยงานเชิงยุทธศาสตร์ ที่พร้อมจะยกระดับท้องถิ่ นไทยให้ก้าวสู่การเป็นเมืองจุ ดหมายปลายทางระดับโลกอย่างเต็ มภาคภูมิ”
ผศ. ดร. นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์ หรือ ม.อ. กล่าวว่า “ม.อ. พร้อมประกาศความสำเร็จของ ‘สงขลาโมเดล’ ในฐานะ Living Lab ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โดยมีศูนย์กลางการขับเคลื่อนเชิ งรุกอย่าง สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุ มและนิทรรศการจังหวัดสงขลา (SCEB) ภายใต้การกำกับดูแลของ ม.อ. ที่ทำหน้าที่เป็น City CVB ยกระดับเมืองสู่เวที โลกจนปรากฏผลสัมฤทธิ์เชิงประจั กษ์จากการจัดอันดับ GDS-Index 2025 ให้เป็นเมืองไมซ์ยั่งยืนอันดับ 1 ของไทยติดต่อกัน 3 ปี อันดับ 3 ของเอเชีย และอันดับ 28 ของโลก ตลอดจนคว้าอันดับ 7 ของโลกด้านความก้าวหน้าทางสังคม (Social Progress) และได้รับการยกย่องเป็น ‘เมืองเทศกาลและ อีเวนต์โลก’ (IFEA World Festival & Event City 2025) ความสำเร็จระดับโลกเหล่านี้ได้ ถูกสกัดเป็นองค์ความรู้เพื่อปฏิ รูปการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่ วยกิต (Credit Bank) ที่ทลายทุกกำแพงการเรียนรู้ เราไม่ได้เพียงแค่สอนหนังสือ แต่เรากำลังสร้างระบบนิเวศการพั ฒนา ‘นักบริหารเมืองไมซ์สมรรถนะสูง’ ที่คิดเป็น ทำได้ และลงมือปฏิบัติได้ทันท่วงที ม.อ. มุ่งมั่นที่จะใช้โมเดลความสำเร็ จนี้เป็นพิมพ์เขียวในการยกระดั บเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศู นย์กลางการเรียนรู้และการจั ดงานระดับโลกอย่างสง่างามและยั่ งยืน”
ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสรินายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึ กษา หรือ สอศ. กล่าวว่า “ภายใต้นโยบาย OVEC ONE Team ‘เรียนดี มีความสุข’ และหลักการ ‘ทำดี ทำได้ ทำทันที’ สอศ. พร้อมนำความเชี่ยวชาญระดับสู งจาก ม.อ. และนวัตกรรมเชิงนโยบายจากทีเส็บ มาเป็นเบ้าหลอมสำคัญในการ ‘เจียระไนผู้สอนอาชีวศึกษา’ ทั่วประเทศให้ก้าวสู่การเป็ นสถาปนิกแห่งการสร้างชาติอย่ างแท้จริง เราจะใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ ไร้พรมแดนบ่มเพาะครูอาชีวะให้ เป็นผู้นำนวัตกรรมที่สามารถปั้ นนักปฏิบัติรุ่นใหม่ที่มี สมรรถนะสูงและพร้อมทำงานได้ทั นที เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของอุ ตสาหกรรมไมซ์และเศรษฐกิจยุคใหม่ ได้อย่างแม่นยำ นี่คือก้าวย่างสำคัญของการอาชี วศึกษาไทยที่จะไม่เป็นเพียงผู้ ตามอีกต่อไป แต่จะเป็นเครื่องยนต์หลั กในการขับเคลื่อนศั กยภาพของคนไทยให้ขึ้นสู่เวที สากล พร้อมสร้างแรงสั่นสะเทื อนทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและมั่ นคงให้กับประเทศไทยตั้งแต่วันนี้ และสู่อนาคต”

















