เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิด “โครงการสัมมนาเพิ่มประสิทธิ ภาพในการจัดการเรื่องร้องเรี ยนและระงับข้อพิพาท ด้านการประกันภัย” หรือ โครงการสัมมนาลดเรื่องร้องเรี ยนสัญจร ประจำปี 2569 ซึ่งจัดโดยสายคุ้มครองสิทธิ ประโยชน์ ในรูปแบบ Hybrid ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น และผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาซึ่ งประกอบด้วยผู้บริหาร และพนักงานของสำนักงาน คปภ. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่ วประเทศ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของบริ ษัทประกันวินาศภัย และผู้แทนของสมาคมประกันวินาศภั ยไทย กว่า 200 คน เข้าร่วมสัมมนาอย่างพร้อมเพรียง โดยเลขาธิการ คปภ.จะเปิดโครงการสัมมนาพร้ อมมอบนโยบายเกี่ยวกับการบริ หารจัดการเรื่องร้องเรียนอย่ างมีประสิทธิภาพแก่ผู้บริ หารของบริษัทประกันวินาศภัย ต่อด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อให้ภาคธุรกิจประกันภัยได้ ร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุของปั ญหาในประเด็นสำคัญ และแนวทางแก้ไข เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการลดเรื่ องร้องเรียนที่ยื่นต่อสำนักงาน คปภ. ลงอย่างน้อยร้อยละ 15
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การคุ้มครองสิทธิประโยชน์โดยบริษัทจะต้องกำหนดตัวชี้วัด (KPI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจั ดการเรื่องร้องเรียน ควบคู่กับการกำหนดและกำกับติ ดตามมาตรฐานระยะเวลาการให้บริ การ (SLA) อย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริ การและลดโอกาสการเกิดเรื่องร้ องเรียนมายังสำนักงาน คปภ.อย่างเป็นระบบ ในขณะเดียวกัน สำนักงาน คปภ. จะยกระดับการกำกับดูแลผ่ านมาตรการตรวจสอบเชิงลึก (On-site Inspection) เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของปั ญหาและร่วมกันกับภาคธุรกิจเพื่ อหาแนวทางในการดำเนินการที่ ครบถ้วน ถูกต้อง ในกรณีที่พบว่าบริษัทประกันภั ยมีเรื่องร้องเรียนในลักษณะเดี ยวกันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะกำหนดให้คณะกรรมการบริ หารความเสี่ยงของบริษั ทตามประกาศคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกำกับการบริ หารความเสี่ยงแบบองค์รวม และการประเมินความเสี่ ยงและความมั่นคงทางการเงินของ บริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2562 ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไขอย่ างเป็นรูปธรรม โดยจะนำมาตรการกำกับเข้มข้ นมาใช้กับบริษัทที่มีปัญหาด้ านการให้บริการหรือมีเรื่องร้ องเรียนในระดับสูงอย่างต่อเนื่ อง ได้แก่ การสั่งเพิ่มเงินกองทุน
เพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงิ นของบริษัทประกันภัย การจำกัดการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการขยายธุ รกิจที่เกินศักยภาพ การจำกัดการขยายสาขา เพื่อควบคุมคุณภาพการให้บริการ และการลงโทษปรับทางพินัย ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามหลั กเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังมีแผนสำคัญในการยกระดั บความโปร่งใส โดยจะนำ “Rating Score” ของ แต่ละบริษัทประกันภัยมาเผยแพร่ Public Dashboard ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมู ลได้โดยตรง ซึ่งจะสะท้อนผลการดำเนินงานด้ านการดูแลลูกค้าและการจัดการเรื่ องร้องเรียนของแต่ละบริษัทอย่ างชัดเจน โดยสำนักงาน คปภ. จะกำกับติดตามการดำเนินการอย่ างใกล้ชิดเพื่อให้เกิ ดผลในทางปฏิบัติ หากบริษัทประกันภัยใดดำเนิ นการไม่เป็นไปตามที่ตัวชี้วัด (KPI) และมาตรฐานระยะเวลาการให้บริการ (SLA) ที่บริษัทกำหนด สำนักงาน คปภ. จะกำกับและดำเนินการทางกฎหมายต่ อไป
การสัมมนาครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการถ่ “ข้อสรุปที่สำนักงาน คปภ. ได้รับจากการระดมความคิดเห็นครั้ งนี้ จะนำไปสู่การหารือร่วมกั บสมาคมประกันวินาศภัยไทยอีกครั้ งจนตกผลึก เพื่อกำหนดแนวทางในการบริหารจั ดการกระบวนการสินไหม และการออกแบบมาตรฐานการสื่ อสารกับลูกค้า ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นำไปสู่การลดเรื่องร้องเรียนอย่ างยั่งยืน สร้างระบบประกันภัยไทยที่มั่นคง โปร่งใส และเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้ อย่างแท้จริง ทั้งนี้ โครงการ ลดเรื่องร้องเรียนสัญจร จะขยายการดำเนินงานไปยังส่วนภู มิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เพื่อเดินหน้ารับฟังปัญหาในแต่ ละพื้นที่ และติดตามผลการดำเนินงานของบริ ษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการแลกเปลี่ ยนประสบการณ์และข้อเสนอแนะที่ เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปพัฒนากระบวนการจั ดการสินไหมทดแทนและยกระดั บมาตรฐานการให้บริการ อันจะนำไปสู่การยกระดับการคุ้ มครองสิทธิประโยชน์และเสริมสร้ างความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อระบบประกันภัยไทยอย่างยั่งยื นต่อไป” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

















