วันที่ 17 เมษายน 2569 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จัดประชุมหารือแนวทางการบูรณาการความร่วมมือ ภายใต้โครงการ “แนวทางการรับมือและฟื้นฟูอย่างชาญฉลาดโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน (Climate Smart NbS-Ag)” โดยมี ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA เป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ ในการจัดทำข้อเสนอโครงการสำหรับยื่นขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกองทุน Loss and Damage Fund (LDF) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยประเทศกำลังพัฒนารับมือและฟื้นฟูความเสียหายจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากกว่า 15 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคีเครือข่าย อาทิ กรมประมง กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน GISTDA และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเพื่อทำให้ข้อเสนอโครงการมีความครบถ้วน ชัดเจน สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย สำหรับโครงการดังกล่าวมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุวัฒน์ ปิ่นทอง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นหัวหน้าโครงการฯ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในภาคเกษตร ด้วยการผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่และแนวคิด Nature-based Solutions (NbS) เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับระบบเกษตรและชุมชนในพื้นที่นำร่อง 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ระยอง อยุธยา อุบลราชธานี พัทลุง และสงขลา ซึ่งการจัดทำข้อเสนอโครงการในครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ภายใต้กรอบ Country Programming Framework (CPF) ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
อย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้การประชุมได้เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมกันให้ข้อเสนอแนะในประเด็นสำคัญ อาทิ การออกแบบกลไกการลดความสูญเสียและความเสียหาย (Loss and Damage) การพัฒนาระบบข้อมูลและการคาดการณ์ความเสี่ยง การนำแนวทาง Nature-based Solutions ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ และการเชื่อมโยงการดำเนินงานในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ โดยผลจากการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่การปรับปรุงข้อเสนอโครงการให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนระหว่างประเทศและขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรของไทยให้สามารถรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน

















