นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. เดินหน้าสนับสนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้ านการรักษาพยาบาลของภาคประชาชน พร้อมส่งเสริมให้ภาคธุรกิจประกั นภัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ สถานการณ์ค่ารักษาพยาบาลที่มี แนวโน้มสูงขึ้น และเพิ่มทางเลือกในการบริ หารความเสี่ยงผ่านระบบประกันภั ยอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ จากการศึกษาข้อมูลการรับประกั นภัยสุขภาพ สำนักงาน คปภ. พบว่ามีประเด็นปัญหาสำคัญ ดังนี้
• ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรั
• การทำประกันภัยสุขภาพมี 2 รูปแบบคือ ประกันภัยสุขภาพส่วนบุคคล และประกันภัยสุขภาพกลุ่ม โดยพบว่า ผู้เอาประกันภัยมักจะมีการซื้
• กรณีที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีรู
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่ นในการบริหารจัดการในการแก้ปั ญหาดังกล่าว สำนักงาน คปภ. ได้มีการหารือกับ ภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อร่วมกันสนับสนุนโครงการดั งกล่าว โดยได้กำหนดเงื่อนไขในความคุ้ มครองผู้ป่วยนอก (OPD) ที่เป็นทางเลือกให้มีความคุ้ มครองที่รองรับการนำใบสั่ งยาจากแพทย์และสามารถไปซื้อยาที่ ร้านขายยาได้ เพื่อให้ผู้เอาประกันภัย ไม่จำเป็นต้องเลือกแผนความคุ้ มครองที่สูงเกินความจำเป็น
ตัวอย่างเช่น ผู้เอาประกันภัยอายุ 31 – 35 ปี จากเดิมเลือกซื้อแผน OPD วงเงินคุ้มครอง 3,000 บาทต่อครั้ง เบี้ยประกันภัย 9,365 บาทต่อปี หากปรับลดวงเงินเหลือ 1,500 บาทต่อครั้ง เบี้ยประกันภัยจะอยู่ที่ 4,683 บาทต่อปี ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะมีทางเลื อกยืดหยุ่นมากขึ้นในการเลือกรั บยาจากสถานพยาบาล หรือ ขอใบสั่งยาจากแพทย์ไปซื้อยาที่ ร้านขายยา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าได้ ทำให้ผู้เอาประกันภัยสามารถบริ หารวงเงินความคุ้มครองได้อย่ างมีประสิทธิภาพ
รวมถึงกรณีที่เป็นการทำประกันภั ยสุขภาพกลุ่ม หากนายจ้างต้องการควบคุมค่าใช้ จ่ายในเรื่องค่ารักษาพยาบาล ของลูกจ้าง สามารถบริหารจัดการโดยจำกัดแผน OPD ที่มีวงเงินประกันภัยที่ไม่สู งมากได้ นอกจากนี้ หากต้องการได้รับส่วนลด ค่าเบี้ยประกันภัยก็สามารถเลื อกแผนประกันภัยที่มีส่วนร่วมจ่ าย (Copayment) หรือความรับผิดส่วนแรก (Deductible) เพิ่มเติมได้
สำนักงาน คปภ. ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุ นโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ให้กับ ผู้เอาประกันภัยในอนาคตว่าไม่ จำเป็นต้องเลือกแผนประกันภัยที่ สูงเกินความจำเป็น และส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยมี ความสามารถในการชำระเบี้ยประกั นภัย ทำให้ระบบประกันภัยมีความยืดหยุ่ น โปร่งใส ให้ประชาชนทุกคนได้มีเครื่องมื อบริหารจัดการค่าใช้จ่ายสุขภาพ ช่วยลดภาระทางการเงิน และสร้างหลักประกันความมั่ นคงให้กับตนเองและครอบครัวได้ อย่างยั่งยืน
“สำนักงาน คปภ. เชื่อมั่นว่าการบริหารจั ดการในแนวทางดังกล่าว จะมีส่วนช่วยลดอัตราค่าสิ นไหมทดแทน และชะลอการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้ อของค่ายาและเวชภัณฑ์ได้ ในอนาคต”
















