นายเสกสถิตย์ ทารินทร์ ผู้นำเกษตรกรและนักพัฒนาชุมชน บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ได้เดินหน้ารณรงค์ “หยุดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม” อย่างจริงจัง เพื่อร่วมลดวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 พร้อมฟื้นฟูทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อมในชุมชน แนวทางสำคัญคือการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่เคยถูกเผาทิ้ง ให้กลายเป็นทรัพยากรที่สร้างประโยชน์และมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกร เช่น การนำฟางข้าวและวัชพืชมาหมักทำปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีและลดต้นทุนการผลิต ขณะเดียวกันยังสามารถนำเศษพืชมาแปรรูปเป็นอาหารปลา เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการเลี้ยงสัตว์น้ำ
นอกจากนี้ กิ่งไม้และเศษวัสดุจากการตัดแต่งยังถูกนำเข้าสู่กระบวนการเผาถ่านด้วยเตาเผาไร้ควัน ซึ่งให้ทั้งถ่านคุณภาพดีสำหรับใช้ในครัวเรือนหรือจำหน่ายสร้างรายได้ อีกทั้งยังได้น้ำส้มควันไม้ที่สามารถนำไปใช้เป็นสารชีวภาพในการไล่แมลงศัตรูพืช ลดการพึ่งพาสารเคมีในภาคเกษตร
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญคือการรณรงค์ให้เกษตรกรใช้วิธีไถกลบตอซังข้าวแทนการเผา เพื่อคืนธาตุอาหารสู่ผืนดินโดยตรง ช่วยให้ดินมีความร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี และส่งผลดีต่อผลผลิตในระยะยาว
นายเสกสถิตย์ ทารินทร์ กล่าวว่า การเผาอาจสะดวกในระยะสั้น แต่ผลกระทบระยะยาวคือดินเสื่อมและเกิดปัญหาหมอกควัน “เศษวัสดุในไร่นาไม่ใช่ของเสีย แต่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า หากบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ก็สามารถสร้างรายได้ ลดต้นทุน และช่วยลดปัญหาหมอกควันให้กับชุมชนได้”
ปัจจุบันแนวทางดังกล่าวกำลังถูกถ่ายทอดและขยายผลไปยังเกษตรกรในพื้นที่ รวมถึงชุมชนใกล้เคียงที่เข้ามาศึกษาดูงานด้านการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร จนกลายเป็นต้นแบบของการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่นควันของจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน
กัลยา สองเมืองแก่น จังหวัดน่าน
















