สัตว์เลี้ยงในตู้กระจก เคลื่อนไหวด้วยการสะบัดหางโบกไปมา หลากสี หลายสายพันธุ์ ยืนมองดูจนเพลิน ลืมเวลา…
ตลาดปลาสวยงามในเมืองไทย มีปลามากมายให้เลือกซื้อ จับจองไปใส่ไว้ในตู้ที่บ้าน บ้างก็อ้างว่า เพื่อไว้ชื่นชมยามพักผ่อน ไว้เพื่อประดับบารมี ไว้เพื่อเสริมดวง เสริมวาสนา โชคดี มีสุข ก็แล้วแต่ความคิด ความชอบของแต่ละบุคคล หรือเพื่อการค้า ก็ว่ากันไป
จากจุดเริ่มต้นนี้เอง ที่ส่งผลให้ตลาดปลาสวยงามอย่าง ตลาดนัดสวนจตุจักร หรือแหล่งปลาตู้สวยงามย่านราชบุรี และอื่นๆ จึงคลาคล่ำไปด้วยคนรักษ์ปลา แต่ที่แปลกสุดยังมีคนรักปลาโดยไม่สนผิดชอบชั่วดี หลายคนชอบเลี้ยงปลาต่างถิ่น โดยการนำเข้ามาจากต่างประเทศ พวกเขาเหล่านี้ไม่สนว่าปลาที่นำเข้ามานั้นจะก่อปัญหาให้ในอนาคตหรือไม่ ขอเพียงความชอบเป็นทุนก็พอ เบื่อก็ปล่อยทิ้งลงท่อน้ำ แม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง แล้วก็หาชนิดใหม่มาเลี้ยงแทน แต่ลืมคิดไปข้อหนึ่งนั่นคือ ปลาสวยงามต่างถิ่น บางชนิดก็เข้ามาทำลายระบบนิเวศบ้านเรา ทำลายสิ่งแวดล้อมใต้ท้องน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่ผ่านมา เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2560 กรมประมงได้ออกมาประกาศขอความร่วมมือควบคุมสัตว์น้ำเอเลี่ยนสปีชร์ กลุ่มปลาสวยงาม 100 ชนิด หลังพบช่องโหว่กฎหมายนำเข้ามาเพาะและปรับปรุงพันธุ์เพื่อสร้างตลาดใหม่และเพื่อการส่งออก เช่น กลุ่มปลากระเบนอะเมซอน กุ้งกร้ามกรามแดง ( กุ้งเครฟิช) ปลาหมอสีคางดำ ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาทอง ปลาปอมปาดัวร์ เรนโบว์ ปลาเอลิเกเตอร์ กบอะเมซอน หอยชนิดต่างๆ อีกทั้งยังไม่รวมสัตว์น้ำในบัญชีไซเตส ที่มักจะถูกแอบลักลอบนำเข้ามาจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม มาถึงวันนี้ กรมประมง ก็ยังติดตามตลาดปลาสวยงามต่างถิ่นเพื่อการค้าอยู่เป็นระยะ ๆ บางครั้งก็พบปลาต่างถิ่นหลากหลายชนิดในแหล่งน้ำสาธารณะ แม้ว่าตามกฎหมายเป็นสัตว์ต้องควบคุมการนำเข้า การเพาะเลี้ยง โดยใช้มาตรา 76 พ.ร.บ.ประมงปี 2558 ที่ระบุไว้ชัดเจนให้ออกกฎกระทรวงกำหนดชนิดหรือลักษณะของสัตว์น้ำ เพื่อกำกับดูแลการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จะต้องป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ
อีกมุมหนึ่งในวงการตลาดปลาสวยงามต่างรับรู้ว่ามีผู้ประกอบการจำนวนมากที่นำปลาต่างถิ่นเข้ามาจำหน่าย โดยเฉพาะนักเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นำเข้ามาเพื่อปรับปรุงสายพันธุ์โดยไม่ต้องผ่านการขออนุญาต เนื่องจากเป็นกลุ่มปลาสวยงาม ที่จะถูกตรวจสอบเรื่องโรคสัตว์น้ำเท่านั้น ตรงนี้เป็นช่องโหว่ของกฎหมายที่กรมประมงต้องควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือเป็นอันตรายต่อปลาในท้องถิ่นชนิดต่างๆ
ปัจจุบัน ตลาดสัตว์น้ำ ยังดำเนินเดินหน้าต่อเพื่อให้บริการคนรักสัตว์น้ำ ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลาสวยงาม ทั้งในพื้นถิ่นเองและต่างถิ่น ที่มาจากแดนไกลอย่างถูกกฎหมายและแอบลักลอบนำเข้า หากคุยหลังร้านกับผู้ประกอบการบางราย สัตว์น้ำต่างถิ่นก็แค่ยื่นหมูยื่นแมว ก็ได้เป็นเจ้าของหิ้วกลับบ้านกันแล้ว

คุณรู้ไหมว่า การทำการค้าในบ้านเราเกี่ยวกับปลาสวยงามต่างถิ่นถึงปราบปรามไม่จบไม่สิ้น ทำไม…?
คำตอบง่ายๆคือ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน การคิดนอกกรอบเกี่ยวกับเรื่องไม่เคารพกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ประกอบการบางราย ยังมีให้เห็นในตลาดปลาสวยงามบางแห่ง และไม่มีความแตกต่างกับ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักลงทุน และนักการเมืองบางคน ที่เข้าไปมีผลประโยชน์กับกลุ่มสแกรมเมอร์ กลุ่มคาซิโน และกลุ่มเงินสีเทา อะไรประมาณนั้น
ตลาดปลาสวยงาม ในอดีตจนถึงปัจจุบันที่นำปลาต่างถิ่นเข้ามาเพาะพันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์เพื่อการส่งออก ของผู้ประกอบการบางราย วันนี้ก็ยังสร้างการตลาดเพื่อผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง กรณีปลาทอง ปลาปอมปาดัวร์ 7 สี ปลาเรนโบว์ ปลาออสก้า และกลุ่มปลาหมอสี หากถามว่าต้องการเพิ่มมูลค่าต้องทำอย่างไรให้ปลามีสีสันสวยงามตามที่ตลาดต้องการ สุดท้ายก็จะมีการฉีดสีเข้าไปในตัวปลา ซึ่งสามารถอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ก่อนส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งวิธีการนี้ ไม่ถูกต้องตามกระบวนการเลี้ยงสัตว์น้ำทางการค้า เพราะถือเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค แต่ก็อย่างว่า กว่าจะรู้ว่าปลาที่ซื้อมาเลี้ยงสีเริ่มหาย ปลาก็อาจจะสิ้นใจตายไปแล้ว
ทั้งนี้ในบ้านเราที่นิยมนำปลามาฉีดสีเพื่อการค้าส่งออก เช่น ปลาทอง ปลาปอมปาดัวร์ 7 สี ปลาเรนโบว์ ปลาหมอสี ปลาออสก้า และอื่นๆ อย่างไรก็ตามตลาดปลาสวยงามกลุ่มนี้ต่างประเทศต้องการ เพราะเมื่อนำไปเลี้ยงในตู้กระจก จะสร้างความเพลิดเพลินให้ในยามชำเลืองมอง เพราะว่ามันสวยงาม ยิ่งสีสันสดใส ยิ่งถูกใจอย่างมีความสุข
ดังนั้นทั้งในอดีตและปัจจุบันผู้ประกอบการค้าสัตว์น้ำบางราย จึงนิยมสั่งปลาสวยงามต่างถิ่นที่ล้อกับตลาดต้องการเข้ามาเพาะเลี้ยงแบบผิดกฎหมายจำนวนมาก แต่พอตลาดเริ่มวาย คนเลี้ยงเบื่อเปลี่ยนไปเลี้ยงปลาสวยงามชนิดอื่นแทน จึงทำให้ตลาดเปลี่ยนไป ทางออกของผู้ประกอบการบางคน จึงแอบนำไปปล่อยลงแม่น้ำ คูคลอง หนองบึง ต่างๆเพื่อลดต้นทุนในทุกด้าน
วันนี้ เราจึงเห็นปลาสวยงามต่างถิ่นชนิดต่างๆ กระเด็นจากตู้กระจก โผล่เผยโฉมให้เห็นในสายน้ำสาธารณะทั่วประเทศ
หยกดำ ส่องเขียว รายงาน
















