คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเร่งเดินหน้าปรับปรุงแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล 2568 – 2570 เสริมศักยภาพบริการภาครัฐด้วยระบบ Cloud และ Digital ID

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ครั้งที่ 1/2568 วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วย ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายฉัตริน จันทร์หอม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และ

นายณปกรณ์ ธนสุวรรณเกษม ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาวาระสำคัญที่เสนอโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA โดยมีนางไอรดา เหลืองวิไล รักษาการผู้อำนวยการ DGA ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ร่วมนำเสนอสาระสำคัญ

ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบในวาระสำคัญ 3 ประเด็นหลัก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับการให้บริการของภาครัฐสู่ระบบดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่

1. (ร่าง) กรอบแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล พ.ศ. 2568-2570 (ปรับปรุง)

2. การบริหารจัดการระบบคลาวด์ภาครัฐตามนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก

3. แนวทางการดำเนินการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) ของประเทศ

โดยรองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัล เพื่อสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างรายได้ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วม พร้อมกำชับให้ทุกฝ่ายเร่งทำงานเชิงรุก ปรับปรุงแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล สู่อนาคตที่พร้อมแข่งขันระดับสากล

สำหรับการประชุมในครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่จะเร่งเครื่องให้ประเทศไทยมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่ทัดเทียมนานาชาติได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยคณะกรรมการฯ เห็นชอบ (ร่าง) กรอบแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล พ.ศ. 2568-2570 (ปรับปรุง) และให้ใช้เป็นกรอบในการจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2568–2570 (ฉบับปรับปรุง) จะถือเป็นพิมพ์เขียว (Blueprint) สำหรับทุกหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้วิสัยทัศน์ “สะดวก มั่นใจ บริการภาครัฐไทยสำหรับทุกคน” โดยเนื้อหาแผนฯ ครอบคลุมยุทธศาสตร์และมาตรการสำคัญ พร้อมระบุบริการดิจิทัลหลักสำหรับประชาชน ภาคธุรกิจ และชาวต่างชาติ เช่น ระบบพิสูจน์ตัวตน (Digital ID), ระบบบล็อกเชนภาครัฐ (National Blockchain), แพลตฟอร์มกลางของบริการภาครัฐ (Single Portal) และบริการพื้นฐานสำคัญอีกหลายรายการขับเคลื่อน Cloud First Policy วางมาตรฐานใหม่เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลภาครัฐ

สำหรับการบริหารจัดการระบบคลาวด์ภาครัฐตามนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก คณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบหลักการของแนวทางการใช้คลาวด์ตามนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก (ร่าง) แนวทางการจำแนกประเภทข้อมูลเพื่อใช้บริการคลาวด์ (ร่าง) แนวทางการใช้คลาวด์ แนวทางการพิจารณาการใช้บริการคลาวด์ที่เก็บข้อมูลนอกราชอาณาจักร พร้อมมีมติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดผู้ให้บริการ Sovereign Cloud สำหรับข้อมูลที่มีผลกระทบสูง (ระดับชั้นข้อมูลลับมาก และลับที่สุด) รวมถึงการจัดหาบริการคลาวด์สำหรับหน่วยงานของรัฐแบบรวมศูนย์ (Centralized) “Digital ID” โครงสร้างพื้นฐานหลัก สู่การให้บริการดิจิทัลภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ

ด้านระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของประเทศไทย ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ DGA เป็นผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (Identity Provider: IdP) หลักสำหรับบริการภาครัฐที่ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย, บุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย และนิติบุคคล เพื่อรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากในการเข้าถึงบริการแบบเบ็ดเสร็จผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และบริการของหน่วยงานต่างๆ ที่ใช้งานพร้อมๆ กันได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย โดยปัจจุบันระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ดำเนินการโดย DGA มีผู้ใช้งานยืนยันตัวตนแล้วกว่า 33 ล้านคนในบริการรัฐกว่า 150 บริการ จาก 40 หน่วยงาน

ที่ประชุมยังมีมติให้หน่วยงานภาครัฐที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นสำหรับใช้ในการพิสูจน์ตัวตน เช่น กรมการปกครอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงาน กสทช. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นต้น เชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวกับ DGA เพื่อให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งระบบ ThaiD และผู้ให้บริการเอกชน ผ่านกลไกคณะกรรมการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อให้การวางระบบการยืนยันตัวตนเกิดการบูรณาการและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ DGA พร้อมนำมติของคณะกรรมการฯ ไปเร่งเครื่องนโยบายดิจิทัลให้สามารถนำไปสู่การสร้างความสะดวกแก่ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการรัฐ และวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่อนาคตของการบริหารจัดการภาครัฐที่ยืดหยุ่น โปร่งใส และทันสมัย