ปฏิบัติการ “Rising Lion” – รายงานสถานการณ์ล่าสุด

กรุงเทพฯ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๘

วันนี้นับเป็นวันที่ ๑๑ ของปฏิบัติการ “Rising Lion” ซึ่งเป็นปฏิบัติการของอิสราเอลที่มีเป้าหมายเพื่อยุติภัยคุกคามร้ายแรงจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและคลังขีปนาวุธที่ขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ปฏิบัติการนี้ อิสราเอลสามารถควบคุมน่านฟ้าอิหร่านได้สำเร็จ ทำให้สามารถโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารตามจุดยุทธศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ โดยมีความระมัดระวังอย่างสูงสุดเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อพลเรือน

การโจมตีของสหรัฐฯ ต่อฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านที่เมืองฟอร์โดว์ นาทานซ์ และอิสฟาฮาน ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปฏิบัติการครั้งนี้ สหรัฐฯ ได้แสดงบทบาทของผู้พิทักษ์สันติภาพและเสถียรภาพของโลก โดยกำจัดภัยคุกคามที่ใกล้ตัวและร้ายแรงต่ออิสราเอลและต่อประชาคมโลก การดำเนินการที่เด็ดขาดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่การเจรจาซึ่งดำเนินมาเป็นเวลานาน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากอิหร่านถ่วงเวลา หลอกลวงคู่เจรจา และละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ปฏิบัติการนี้เป็นก้าวสำคัญในการป้องกันไม่ให้ระบอบที่อันตรายที่สุดในโลก ได้ครอบครองอาวุธที่อันตรายที่สุดในโลก และอาจเป็นจุดเปลี่ยนในการแสวงหาสันติภาพและความมั่นคงอย่างแท้จริงในตะวันออกกลาง

 

ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลมุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร โรงงานนิวเคลียร์ และอาวุธยุทธศาสตร์เท่านั้น โดยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด และยังคงดำเนินมาตรการอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือน แตกต่างจากอิหร่านซึ่งละเมิดหลักการเหล่านี้อย่างชัดเจน

 

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลอิหร่านยังคงดำเนินการโจมตีอย่างไม่เลือกที่มายังพื้นที่พลเรือนในอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตซึ่งมีเด็กๆ รวมอยู่ด้วย ทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง การโจมตีเหล่านี้ไม่แบ่งแยกว่าเป็นชาวยิว ชาวมุสลิม หรือชาวคริสต์ แต่อิหร่านมุ่งโจมตีโดยตรงมายังโรงพยาบาลและสถานที่ประกอบศาสนกิจในอิสราเอล ตัวอย่างเช่น การโจมตีศูนย์การแพทย์โซโรกาเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน และมัสยิดอัล-จารีนาในเมืองไฮฟาเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน เป็นเหตุให้ผู้นำศาสนาอิสลามได้รับบาดเจ็บ สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ของอิหร่านอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่าตั้งใจจะโจมตีพลเรือน

 

อิหร่านมีเป้าหมายหลักคือการทำลายล้างประเทศอิสราเอลให้หมดสิ้น ด้วยการพัฒนาและผลิตอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงขีปนาวุธพิสัยไกล ทั้งนี้ อิหร่านมุ่งมั่นที่จะผลิตขีปนาวุธให้ถึง ๓,๐๐๐ ลูกต่อปี ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของโลกที่ไม่อาจยอมรับได้

เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย นางออร์นา ซากิฟ กล่าวว่า “ประชาคมโลกจำเป็นต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจนและเป็นหนึ่งเดียวว่า การขจัดภัยคุกคามร้ายแรงนี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อสันติภาพของโลก อิสราเอลมิได้กระทำไปเพียงเพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระทำเพื่อปกป้องเสถียรภาพในภูมิภาค และความมั่นคงระหว่างประเทศด้วย