หอการค้าไทย-อิตาเลียน ร่วมกับบริษัท มาจิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดจัดงานสัมมนาเครือข่ายการแพทย์

กรุงเทพ, เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท มาจิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Majin International Ltd) บริษัทการค้าและผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ชั้นนำระดับสากล และผู้จัดจำหน่ายเพียงรายเดียวสำหรับผลิตภัณฑ์ RevMed NovaStem ในประเทศไทย ร่วมกับหอการค้าไทย-อิตาเลียน (TICC) จัดงานสัมมนา หัวข้อ “การรักษา ฟื้นฟูสุขภาพ และ โนวาสเต็ม บีซี” (Regenerative Therapies & NovaStem BC) ณ ห้องบอลรูม โรงแรมปาร์คไฮแอท กรุงเทพ รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและนวัตกรรม เพื่อแลกเปลี่นความรู้ ความก้าวหน้าในเวชศาสตร์ฟื้นฟู และศักยภาพการพัฒนาในอนาคตสำหรับอุตสาหกรรมความงามในไทย

โดยงานสัมมนาครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “Fondo Intercamerale 2024” ซึ่งหอการค้าไทย-อิตาเลียน ริเริ่มขึ้นเพื่อเพิ่มความร่วมมือทางการค้าระหว่างสมาชิก และอำนวยความสะดวก เพื่อการส่งเสริมการทำงานร่วมกันทั้งในเชิงเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และวัฒนธรรมในประเทศไทย

มร. แดเนียล คว็อก (Mr. Daniel Kwak)  คู่ค้าทางธุรกิจ (Partner) บริษัท มาจิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า  “ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและความงาม (Beauty and Personal care Products) ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 6,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น ยังเป็นปัจจัยหนุนสำหรับประเทศไทย ในการเป็นตลาดสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมด้านเวชศาสตร์ความงาม (Aesthetics Medicine Industry) โดยงานสัมมนาครั้งนี้ จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับ เทรนด์อนาคตและความก้าวหน้าล่าสุด ในด้านการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพ โดยใช้ โนวาสเต็ม (Novastem)”

ในงานนี้ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญหลายท่านด้านงานวิจัยเกี่ยวกับสเต็มเซลล์มาร่วมบรรยาย
ดร.นพ. กำพล ศรีวัฒนกุล  ประธานกฎบัตรสุขภาพ ดร.คริส กอนอู คิม (Dr. Chris Gunwoo Kim) คลินิกสเต็มเซลล์ Le Diamant Stemcell โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลี, คลินิกชะลอวัยและศัลยกรรมความงาม ผู้ให้บริการด้านความงามทางการแพทย์ชั้นนำในเกาหลีใต้

การจัดงานในครั้งนี้ ได้เน้นย้ำถึงความโดดเด่นของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางสำหรับการบำบัดฟื้นฟู และนวัตกรรมทางการแพทย์ สัมมนานี้ ไม่เพียงแต่เน้นจุดเด่นของความก้าวหน้าทางนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังเน้นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นประตูสำคัญของการพัฒนาในอนาคตของอุตสาหกรรมการแพทย์ด้านความงามอีกด้วย