พาณิชย์ ปลื้ม!”อาหารแห่งอนาคต”มาแรง!ปี 2567ม.ค.–เม.ย.ไทยส่งออกมีมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า – สมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย ร่วมผลักดันการค้าอาหารแห่งอนาคต แจง มีส่วนช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร รวมถึงต่อยอดจุดแข็งของไทยผู้ผลิตและส่งออกอาหารที่สำคัญของโลก เผย ปี 2567 เพียง 3 เดือน ไทยส่งออกสินค้าอาหารแห่งอนาคตคิดเป็นมูลค่า กว่า 5 หมื่นล้านบาท

16ก.ค.67/ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมหารือร่วมกับสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทยว่า อาหารแห่งอนาคตเป็นสินค้าดาวรุ่งที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรซึ่งเป็นสินค้าขั้นพื้นฐานของไทยรวมถึงจะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ตาม สนค.ให้การต้อนรับ นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และคณะกรรมการสมาคมฯ ร่วมหารือถึงแนวทางความร่วมมือในการผลักดันการค้าสินค้าอาหารแห่งอนาคตของไทยทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสมาคมการค้าอาหารแห่งอนาคตไทยได้ร่วมกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึง สนค. ในการกำหนดคำนิยามอาหารแห่งอนาคตจัดกลุ่มสินค้า และ วางเป้าหมายการส่งออกเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันและมีเป้าหมายเดียวกัน

ทั้งนี้ ได้กำหนดนิยามอาหารอนาคตไทย ( Future Food ) ว่า เป็นอาหารที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพตอบสนองวิถีชีวิตของคนในโลกยุคใหม่ มีกระบวนการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมตอบโจทย์ความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาใน 3 มิติ คือ สุขภาพและสังคม (Future Well-being) ความยั่งยืน (Sustainability) และนวัตกรรม (Innovation) ซึ่งปัจจุบันแบ่งอาหารอนาคตออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ (1) อาหารฟังก์ชัน (Functional food) และสารประกอบเชิงฟังก์ชัน (Functional ingredients) (2) อาหารทางการแพทย์ (Medical food) และอาหารเฉพาะบุคคล (Personalized food) (3) อาหารอินทรีย์ (Organic) และ (4) อาหารโปรตีนทางเลือก (Alternative protein)

ปี 2566 ไทยส่งออกสินค้าอาหารแห่งอนาคตคิดเป็นมูลค่า 4,107.72 ล้านเหรียญสหรัฐ (142,958.80 ล้านบาท) ขยายตัวร้อยละ 1.1 จากปีก่อนหน้า เป็นสินค้าอาหารฟังก์ชันและสารประกอบเชิงฟังก์ชันมากที่สุด 3,684.50 ล้านเหรียญสหรัฐ (128,248.02 ล้านบาท) สัดส่วนร้อยละ 89.7 ของการส่งออกอาหารแห่งอนาคตทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ อาหารทางการแพทย์และอาหารเฉพาะบุคคล 183.73 ล้านเหรียญสหรัฐ (6,391.96 ล้านบาท) สัดส่วนร้อยละ 4.5 โปรตีนทางเลือก 182.81 ล้านเหรียญสหรัฐ (6,351.10 ล้านบาท) สัดส่วนร้อยละ 4.5 และ อาหารอินทรีย์ 56.68 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,967.72 ล้านบาท) สัดส่วนร้อยละ 1.4 โดยมี
ตลาดส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก
ได้แก่ สหรัฐฯ (สัดส่วน 13.8%) เวียดนาม (10.7%) จีน (10.3%) เมียนมา (7.8%) และกัมพูชา (7.5%) ตามลำดับ

สำหรับปี 2567 (มกราคม–เมษายน) ไทยส่งออกสินค้าอาหารแห่งอนาคตมูลค่า 1,437.26 ล้านเหรียญสหรัฐ (51,674.74 ล้านบาท) ขยายตัวร้อยละ 11.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยยังคงส่งออกอาหารฟังก์ชันและสารประกอบเชิงฟังก์ชันมากที่สุด 1,305.35 ล้านเหรียญสหรัฐ (46,935.06 ล้านบาท) สัดส่วนร้อยละ 90.8 อาหารทางการแพทย์และอาหารเฉพาะบุคคล 62.45 ล้านเหรียญสหรัฐ (2,244.26 ล้านบาท) สัดส่วนร้อยละ 4.3 โปรตีนทางเลือก 56.67 ล้านเหรียญสหรัฐ (2,035.61ล้านบาท)สัดส่วนร้อยละ 3.9 และ อาหารอินทรีย์ 12.79 ล้านเหรียญสหรัฐ (459.81 ล้านบาท) สัดส่วนร้อยละ 0.9

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า สนค. ตระหนักถึงศักยภาพของสินค้าอาหารแห่งอนาคตที่จะมีส่วนช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร รวมถึงต่อยอดจุดแข็งของไทยซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาหารที่สำคัญของโลก โดยข้อมูลการค้าที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอาหารแห่งอนาคต ถือเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจใช้ในการตัดสินใจ กำหนดทิศทางและกลยุทธ์ของธุรกิจ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐสามารถใช้ในการกำหนดนโยบาย

ขณะนี้ สนค. อยู่ระหว่างการจัดทำ “แดชบอร์ดอาหารแห่งอนาคต” โดยร่วมมือกับสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทยด้านการออกแบบและแสดงผลข้อมูล เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจและเข้าถึงข้อมูลการค้าเชิงลึกได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของทุกภาคส่วน และทันต่อเทรนด์สินค้าศักยภาพใหม่ ๆ ของไทย สำหรับแดชบอร์ดดังกล่าวจะอยู่ภายใต้ “คิดค้า Briefing” ที่จะเน้นให้ข้อมูลการค้าสินค้าอาหารแห่งอนาคตของไทยแบบย่อย แต่เชิงลึก เข้าใจง่าย ใช้งานสะดวก ซึ่ง สนค. มีแผนจะเปิดตัว บนเว็บไซต์ คิดค้า.com ภายในเร็วๆ นี้

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน