วันพุธ 22 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก Headline ประกาศ!กฎกระทรวงฉบับใหม่“การขออนุญาตและการอนุญาตทำประมงพาณิชย์”ช่วยเหลือประมงพาณิชย์ กว่า 9,000 ลำ

ประกาศ!กฎกระทรวงฉบับใหม่“การขออนุญาตและการอนุญาตทำประมงพาณิชย์”ช่วยเหลือประมงพาณิชย์ กว่า 9,000 ลำ

“ธรรมนัส” ประกาศ ! กฎกระทรวงฉบับใหม่ “การขออนุญาตและการอนุญาตทำประมงพาณิชย์” อำนวยความสะดวกช่วยเหลือประมงพาณิชย์ กว่า 9,000 ลำ มีผล 1 เมษายนนี้

30มี.ค.67/ นายบัญชา  สุขแก้ว  อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบ “ร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำการประมงพาณิชย์พ.ศ.2567”    เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และกฎหมายลำดับรอง เนื่องจากเล็งเห็นว่าปัจจุบันกฎกระทรวงฯ พ.ศ.2562 ยังไม่สอดคล้องกับบริบทการทำการประมงของชาวประมงในปัจจุบันทั้งในเรื่องของการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์  การโอนใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ การโอนใบอนุญาตในลักษณะควบรวมปริมาณสัตว์น้ำ การแก้ไขรายการในใบอนุญาต และการยกเลิกสิทธิ์การทำการประมง

ประกอบกับในข้อเท็จจริงปรากฏว่าในแต่ละรอบปีการประมงจะมีเรือประมงที่ไม่ได้รับอนุญาตทำการประมงและไม่สามารถออกไปทำประมงได้ หรือ มีใบอนุญาตทำการประมงแต่ไม่สามารถออกไปทำประมงได้ จากสาเหตุหรือปัจจัยบางประการ เช่น ปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรค  ปัญหาการขาดแคลนแรงงานบนเรือประมง  ปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำ ฯลฯ ทำให้เกิดความไม่คุ้มทุนในการออกเรือ และเป็นเหตุทำให้ชาวประมงไม่ได้ออกเรือไปทำประมง ส่งผลให้เรือที่จอดอยู่เกิดการชำรุดทรุดโทรม สภาพเรือไม่มีความพร้อมหรือไม่เหมาะสมและไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่จะได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยในเรือประมง (สร.3)

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวที่ผ่านมา ร้อยเอกธรรมนัส  พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการมอบหมายให้กรมประมง หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวและพยายามผลักดันเสนอเข้า ครม. จนสำเร็จ โดยกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ.2567 ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567

สำหรับสาระสำคัญในการปรับแก้กฎกระทรวง ประกอบด้วย

  1. กำหนดให้ขยายระยะเวลาให้ชาวประมงสามารถชำระค่าธรรมเนียมค่าอากรตามที่กำหนดเดิมต่อไปได้อีก 90 วันตามความจำเป็น เป็นการช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงบางส่วนที่มีเหตุให้ไม่สามารถจ่ายเงินในเวลาที่กำหนดให้ได้มีโอกาสได้รับใบอนุญาตทำการประมงได้ นั้นคือหากไม่สามารถจ่ายเงินได้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2567 ผู้ได้รับอนุญาตสามารถยื่นเรื่องขอขยายระยะเวลาได้ถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2567
  2. กำหนดให้นำเรือประมงลำอื่นมาทดแทนได้ กรณีเรือลำเดิมที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว จม อับปาง หรือไฟไหม้ทั้งลำ อันเป็นเหตุให้ถูกเพิกถอนทะเบียนเรือไทย รวมถึงกรณีเรือประมงที่ได้รับใบอนุญาตชำรุดทรุดโทรม ด้วยเช่นกัน เป็นการช่วยเหลือให้ชาวประมงผู้ได้รับใบอนุญาตมีโอกาสที่จะหาเรือประมงลำอื่นมาใช้ในการประกอบอาชีพต่อไปได้
  3. กำหนดให้สามารถเพิ่มวิธีการในการดำเนินการนำเรือออกจากระบบ กับเรือที่นำมาควบรวมใบอนุญาตให้สามารถใช้หลักฐานการถอนทะเบียนเรือจากกรมเจ้าท่ามาอ้างอิงได้เลย ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับชาวประมงได้มากขึ้น
  4. กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์สามารถเพิ่มเครื่องมือทำการประมงเพิ่มเติมได้ ทำให้ชาวประมงได้มีโอกาสในการปรับเปลี่ยนเครื่องมือให้สอดคล้องกับฤดูกาลและบริบทที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้
  5. กำหนดให้กรณีผู้รับอนุญาตทำการประมงพาณิชย์เสียชีวิต คู่สมรสหรือทายาทของผู้รับอนุญาตสามารถมาขอรับโอนใบอนุญาตได้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการโอนกรรมสิทธิ์จากเจ้าของเรือก่อน หรือต้องมีคำสั่งศาลเป็นผู้จัดการมรดก เป็นการช่วยลดภาระให้กับพี่น้องชาวประมง และลดระยะเวลาในการดำเนินการอีกด้วย
  6. กำหนดให้ลดเอกสารบางรายการที่ไม่จำเป็นที่หน่วยงานรัฐสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ระหว่างหน่วยงานและไม่เกี่ยวข้องกับการขอรับอนุญาต เช่น หนังสือรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยในเรือประมง (สร.3) และเอกสารการแสดงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เรือ ฯลฯ เป็นการช่วยลดภาระให้ชาวประมง
  7. กำหนดให้ผ่อนปรนหลักการเดิมให้ผู้รับอนุญาตสามารถขอย้ายพื้นที่ทำการประมงจากอ่าวไทยไปอันดามัน หรือจากอันดามันมาอ่าวไทยได้ โดยไม่กระทบต่อปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน เป็นการเพิ่มหลักการให้สอดคล้องกับบริบทการทำประมงของชาวประมงมากขึ้น

สำหรับการออกกฎกระทรวงดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การใช้กฎหมายในการบริหารจัดการทรัพยากรเป็นไปตามความเหมาะสมของบริบทการประมงของไทย ซึ่งกรมประมงเชื่อมั่นว่าจะเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเรือประพาณิชย์ จำนวนกว่า 9,000 ลำ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส  พรหมเผ่า) ได้เน้นย้ำให้หาแนวทางออกร่วมกัน โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายให้เหมาะสมควบคู่ไปกับการบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลอย่างยั่งยืน ตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้

ที่สำคัญ โดยเฉพาะกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อชาวประมง โดยมีเจตนารมณ์ที่จะมุ่งมั่นพลิกฟื้นอุตสาหกรรมประมงไทยให้กลับมาเป็นแหล่งรายได้ ที่สำคัญของประเทศและประชาชน และการประมงทะเลมีเสถียรภาพ โดยเปลี่ยนมุมมองจากที่กฎหมายเป็นอุปสรรคเปลี่ยนเป็นรัฐสนับสนุน ทั้งนี้ การดำเนินการที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ไม่เป็นการลดประสิทธิภาพในการคงไว้ซึ่งการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืน และไม่กระทบกับหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2567  โดยผู้ที่จะยื่นคำขอใบอนุญาตดังกล่าว สามารถส่งเอกสารหรือติดต่อและชำระค่าธรรมเนียมได้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สำนักงานประมงอำเภอ สำนักงานประมงจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล หรือ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพฯ ณ สถานที่ตั้งของกรม  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อประสานงานกับคลินิกประสานงานการขอรับอนุญาตทำการประมง เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องชาวประมงสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้มากยิ่งขึ้น โดยสามารถสแกน QR-Code เข้าร่วมกลุ่มไลน์ได้ หรือ ติดต่อสอบถามเพิ่มได้ที่กลุ่มทะเบียนและอนุญาตทำการประมง กองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ กรมประมง โทร.0-2561-2341 , สำนักงานประมงจังหวัด และสำนักงานประมงอำเภอที่มีอาณาเขตติดทะเล หรือ line: คลินิกประสานงานการขอรับหนังสือรับรองและใบอนุญาตทำการประมง

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน