วันอาทิตย์ 21 มิถุนายน 2026
หน้าแรก Headline คพ. ผนึกกำลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคเอกชน เซเว่น อีเลฟเว่น แก้ไขปัญหาขยะเกาะเต่าทั้งระบบ

คพ. ผนึกกำลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคเอกชน เซเว่น อีเลฟเว่น แก้ไขปัญหาขยะเกาะเต่าทั้งระบบ

กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมการท่องเที่ยว เทศบาลตำบลเกาะเต่า มูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (มูลนิธิ 3R) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่าและชมรมรักษ์เกาะเต่า

ทั้งนี้ ได้ร่วมลงนามในโครงการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) โดยการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ พัฒนาระบบขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility : EPR) และระบบจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่เกาะเต่า เพื่อขับเคลื่อนให้เกาะเต่ามุ่งสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ณ โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี

4 ก.ย.66 / นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) เปิดเผยว่า กรมควบคุมมลพิษในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องของการจัดการสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างการศึกษากฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน เพื่อที่จะลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์อย่างไม่ถูกต้อง โดยจะผลักดันให้ขยะเหล่านี้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยใช้หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต หรือ Extended Producer Responsibility (EPR)

อย่างไรก็ดี เพื่อที่จะให้ผู้ที่จำหน่ายบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ บนเกาะเต่าร่วมรับผิดชอบในการนำบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กลับคืนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของตน และจะใช้เกาะเต่าเป็นพื้นที่นำร่องในการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ที่จะนำขึ้นเกาะ ซึ่งมีภาคส่วนธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องบนเกาะเต่า ได้แก่ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า ชมรมรักษ์เกาะเต่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมให้ความร่วมมือที่ในการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ โดยเริ่มจากเบียร์ขวดให้เป็นเบียร์กระป๋องอลูมิเนียมแทนตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2566

อีกทั้ง ร้านค้าบนเกาะเต่าได้ให้ความร่วมมือที่จะดำเนินการร่วมกัน เพื่อที่จะลดปัญหาบรรจุภัณฑ์ที่จะต้องถูกนำไปกำจัด นอกจากนี้ จะรณรงค์ในการลดการใช้ขยะพลาสติกต่าง ๆ แบบใช้ครั้งเดียวหรือ Single use plastic เพื่อลดปริมาณที่จะต้องนำไปกำจัดรวมทั้งปริมาณที่อาจหลุดรอดไปเป็นขยะทะเล และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ด้านนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในวันนี้ เพื่อที่จะขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขยะบนเกาะเต่าซึ่งมาพร้อมกับการท่องเที่ยวที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เน้นความสำคัญ ในเรื่องการจัดการขยะโดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะ และความร่วมมือดังกล่าวมาจากภาคธุรกิจเอกชนบนเกาะที่ได้เล็งเห็นความสำคัญและมีความตระหนักในการที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อให้เกาะเต่าเป็นแหล่งดำน้ำที่มีความสวยงาม ไม่มีขยะพลาสติกในทะเล ไม่มีขยะขวดแก้วที่จะตกค้างในพื้นที่

ขณะเดียวกัน มุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือ Eco – tourism ที่จะให้นักท่องเที่ยว ประชาชน ผู้ประกอบการ และภาครัฐ มีส่วนร่วมในการจัดการร่วมกันตั้งแต่การเลือกประเภทผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมขึ้นไปยังเกาะเต่า โดยจะเน้นผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ได้ และยังเป็นการลดปริมาณขยะที่เทศบาลตำบลเกาะเต่าจะต้องนำไปกำจัดต่อไป

ขณะเดียวกัน นายวัชรินทร์ ฟ้าสิริพร นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า กล่าวว่า เกาะเต่าเป็นแหล่งดำน้ำฝั่งอ่าวไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีนักท่องเที่ยวเดินทางเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี ทำให้ปัญหาขยะที่เทศบาลฯ จะต้องดำเนินการจัดการมากขึ้นไปด้วย ในขณะที่บุคลากรและทรัพยากรต่าง ๆ ของเทศบาลฯ มีจำนวนจำกัด ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม รวมทั้งนักท่องเที่ยว แรงงาน และประชาชน ที่จะให้เกิดความตกลงร่วมมือในการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์โดยระยะแรกจะเป็นการเปลี่ยนจากเบียร์ขวดไปเป็นเบียร์กระป๋อง

ซึ่งผมต้องขอขอบคุณมูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนหรือมูลนิธิ3R ที่เป็นหน่วยประสานงานไม่ว่าจะเป็นบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ในการให้ความร่วมมือกับร้านค้าในเครือ เพื่อลดปริมาณขยะที่เป็นหน้าที่ของเทศบาลฯในการกำจัดและในระยะยาว จะช่วยให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเกิดจิตสำนึกเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยว ณ เกาะเต่า หรือเกาะอื่น ๆ ร่วมด้วย ”

นายประลอง ดำรงค์ไทย รองประธานมูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (มูลนิธิ 3R) กล่าวว่า ในฐานะที่มีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมในการลดการใช้ (Reduce) เพิ่มการใช้ซ้ำ (Reuse) และนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ให้แก่ภาคประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน รวมทั้ง จัดตั้งและพัฒนากลไกการประสานงาน เพื่อให้เกิดเครือข่ายขององค์กรและบุคคลที่มีเป้าหมายร่วมกัน ในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด 3R

“ยินดีที่จะร่วมสนับสนุนการประสานงานระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดกลไกที่จะนำร่องระบบการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตหรือ EPR เพื่อที่จะให้เกิดการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยการให้ผู้ขายหรือผู้นำบรรจุภัณฑ์ขึ้นเกาะนำกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งจะเป็นแนวทางการจัดการรูปแบบใหม่ที่หลาย ๆ ประเทศได้มีการดำเนินการด้วยแล้ว” นายประลอง กล่าว

นายตรีเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา รองผู้จัดการทั่วไปสำนักกิจการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในฐานะสมาชิกภาคีเครือข่ายโรงเรียน-ชุมชน-องค์กรไร้ถัง ได้ร่วมกับสมาชิกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศการจัดการขยะ (Waste Management Ecosystem) จัดตั้งโครงการ Green Living “รักษ์เกาะ 24 ชั่วโมง”

สำหรับ แนวคิดการแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อมภายใต้นโยบาย 7 GO GREEN เพื่อสิ่งแวดล้อม 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาการจัดการขยะระดับพื้นที่ “เกาะ” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มักจะมีปริมาณขยะจำนวนมาก ให้สามารถจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรเทาปัญหาขยะซึ่งนับเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญระดับประเทศและโลก โดยจะร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้องบนเกาะเต่าในการปรับเปลี่ยนจากขวดแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นกระป๋องอลูมิเนียมในโครงการนี้ และจะให้ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนให้เกาะเต่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนร่วมด้วยต่อไป

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน