เศรษฐกิจภูมิภาคเดือนกรกฎาคม 2566 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ขยายตัวได้ในทุกภูมิภาค อีกทั้งการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดีในภาคใต้ และภาคเหนือ
30ส.ค.66 / นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนกรกฎาคม 2566 ว่า “เศรษฐกิจภูมิภาคเดือนกรกฎาคม 2566 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ขยายตัวได้ในทุกภูมิภาคอีกทั้งการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดีในภาคใต้ และภาคเหนือ” โดยมีรายละเอียดดังนี้
เศรษฐกิจภาคใต้
เศรษฐกิจภาคใต้ในเดือนกรกฎาคม 2566 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี อีกทั้งความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ขยายตัวร้อยละ 4.0 ต่อปี เช่นเดียวกับการบริโภคในหมวดสินค้าคงทนสะท้อนจากจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 4.8 และ 16.7 ต่อปี ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 52.4 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 53.2 และรายได้เกษตรกรชะลอตัวร้อยละ -20.7 ต่อปี แต่ขยายตัวร้อยละ 5.3 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ชะลอตัวร้อยละ -26.2 ต่อปี แต่ขยายตัวร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล
ขณะที่จำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ และเงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการชะลอตัว ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 90.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 87.7 เครื่องชี้ด้านการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวร้อยละ 73.3 และ 39.0 ต่อปี ตามลำดับ

เศรษฐกิจภาคเหนือ
เศรษฐกิจภาคเหนือในเดือนกรกฎาคม 2566 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้อีกทั้งความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ขยายตัวร้อยละ 13.7 ต่อปี เช่นเดียวกับการบริโภคในหมวดสินค้าคงทนสะท้อนจากจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 17.5 และ 14.7 ต่อปี ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 57.1 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 57.8 และรายได้เกษตรกรชะลอตัว เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 19.5 ต่อปี
ขณะที่รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ชะลอตัว สำหรับเงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการมีมูลค่า 1,051.9 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 299.3 ต่อปี โดยเป็นการลงทุนในโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวลในจังหวัดสุโขทัย เป็นสำคัญ ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 98.7 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 96.3 ส่วนเครื่องชี้ด้านการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวร้อยละ 9.7 และ 36.4 ต่อปี ตามลำดับ

เศรษฐกิจภาคตะวันออก
เศรษฐกิจภาคตะวันออกในเดือนกรกฎาคม 2566 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน และรายได้เกษตรกรที่ปรับตัวดีขึ้นขณะที่การลงทุนภาคเอกชนชะลอตัว โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 8.0 ต่อปี แต่ชะลอตัวร้อยละ -1.4 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล เช่นเดียวกับจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 17.4 ต่อปี แต่ชะลอตัวร้อยละ -0.8 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล และรายได้เกษตรกรขยายตัวร้อยละ 30.7 ต่อปี แต่ชะลอตัวร้อยละ -2.5 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล
ขณะที่การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ชะลอตัว สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 58.6 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 59.4 เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ชะลอตัวร้อยละ -10.4 ต่อปี แต่ขยายตัวร้อยละ 5.7 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล ขณะที่จำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ชะลอตัว
อย่างไรก็ตาม เงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการมีมูลค่า 1,763.4 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 58.8 ต่อปี โดยเป็นการลงทุนในโรงงานผลิตและจำหน่าย ชิ้นส่วนรถยนต์ ในจังหวัดระยอง เป็นสำคัญ ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 84.8 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 86.1 สำหรับเครื่องชี้ด้านการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวที่ร้อยละ 62.3 และ 118.5 ต่อปี ตามลำดับ

เศรษฐกิจภาคกลาง
เศรษฐกิจภาคกลางในเดือนกรกฎาคม 2566 การบริโภคภาคเอกชนหมวดสินค้าคงทนขยายตัวได้ ในขณะที่ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับลดลง โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 15.0 ต่อปี ส่วนการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ และ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ชะลอตัวร้อยละ -1.0 และ -0.5 ต่อปี แต่ขยายตัวร้อยละ 2.3 และ 5.5 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 54.2 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 55.0 และรายได้เกษตรกรชะลอตัว เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 5.5 ต่อปี แต่ชะลอตัวร้อยละ -11.9 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล
ขณะที่จำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ชะลอตัวร้อยละ -15.5 ต่อปี แต่ขยายตัวร้อยละ 10.3 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล ส่วนเงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการชะลอตัว ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 93.9 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 98.7 ส่วนเครื่องชี้ด้านการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวที่ร้อยละ 6.8 และ 18.1 ต่อปี ตามลำดับ

เศรษฐกิจภาคตะวันตก
เศรษฐกิจภาคตะวันตกในเดือนกรกฎาคม 2566 การบริโภคภาคเอกชนหมวดสินค้าคงทนขยายตัวได้ ในขณะที่ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับลดลง โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 18.8 ต่อปี จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 25.9 ต่อปี แต่ชะลอตัวร้อยละ -2.1 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล
ส่วนการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่และรายได้เกษตรกรชะลอตัว ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 54.2 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 55.0 เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจาก จำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ชะลอตัวร้อยละ -11.5 ต่อปี แต่ขยายตัวร้อยละ 14.5 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล จำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 13.9 ต่อปี เงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการมีมูลค่า 399.1 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการลงทุนในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นสำคัญ
ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 93.9 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 98.7 สำหรับเครื่องชี้ด้านการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวที่ร้อยละ 27.8 และ 26.6 ต่อปี ตามลำดับ

เศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑล
เศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑล ในเดือนกรกฎาคม 2566 การบริโภคภาคเอกชนหมวดสินค้าคงทนขยายตัวได้ ในขณะที่ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับลดลง โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 20.0 ต่อปี เช่นเดียวกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรขยายตัวร้อยละ 16.8 และ 1.3 ต่อปี แต่ชะลอตัวร้อยละ -4.3 และ -0.7 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล ตามลำดับ ขณะที่การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ชะลอตัว
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 55.1 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 56.1 เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจาก จำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 9.6 ต่อปี แต่ชะลอตัวร้อยละ -4.2 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล ส่วนจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ชะลอตัวร้อยละ -19.0 ต่อปี แต่ขยายตัวร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล
อย่างไรก็ตามเงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการมีมูลค่า 1,521.8 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 90.7 ต่อปี โดยเป็นการลงทุนในโรงงานผลิตอุปกรณ์ระบบเครื่องปรับอากาศและสุขภัณฑ์ ในจังหวัดปทุมธานี เป็นสำคัญ ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 93.9 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 98.7 เครื่องชี้ด้านการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวร้อยละ 39.8 และ 84.2 ต่อปี ตามลำดับ

เศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเดือนกรกฎาคม 2566 การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัว โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ และจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ชะลอตัว ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 59.1 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 59.7 อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรกร และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 3.1 และ 0.1 ต่อปี ตามลำดับ
ทั้งนี้ เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ชะลอตัว ขณะที่เงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการมูลค่า 635.1 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 63.0 ต่อปี โดยเป็นการลงทุนในโรงงานผลิต และซ่อมบำรุงถังก๊าซหุงต้มสำหรับครัวเรือน ในจังหวัดขอนแก่น เป็นสำคัญ ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 94.8 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 97.0 ส่วนเครื่องชี้ด้านการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวร้อยละ 22.1 และ 27.9 ต่อปี ตามลำดับ
กัลฑภรณ์ สุขเย็น รายงาน
















