บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ผนึกพลังกิจการในไทยและกิ จการต่างประเทศ เดินหน้าร่วมปกป้ องความหลากหลายทางชีวภาพ ปลูกต้นไม้ อนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่าต้นน้ำ ป่าชายเลนไปแล้วรวมมากกว่า 5 ล้านต้น ช่วยดูดซับก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ 39,434 ตันต่อปี หนุนสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยื นของสหประชาชาติ (SDGs)และกรอบความหลากหลายทางชี วภาพทั่วโลกคุนหมิง-มอนทรีออล
นางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสั มพันธ์ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิ ดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วมอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูป่าทั้งบกและป่าชายเลน รวมทั้งปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้ นที่สีเขียวในสถานประกอบการ ทั้งในประเทศไทยและกิจการต่ างประเทศ 8 ประเทศ รวมมากกว่า 5.4 ล้านต้น ได้แก่ ตุรเคีย รัสเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินเดีย มาเลเซีย ลาว และกัมพูชา ช่วยดูดซับก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ได้ 39,434 ตันต่อปี สอดรับตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่ งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGS)และกรอบความหลากหลายทางชี วภาพทั่วโลกคุนหมิง- มอนทรีออล
“ยุทธศาสตร์อนุรักษ์และฟื้นฟูป่ าของซีพีเอฟ สอดรับกับเป้าหมายSDGs และกรอบความหลากหลายทางชีวภาพทั่ วโลกคุนหมิง-มอนทรีออล ซึ่งเป็นเป้าหมายระดับโลกที่ให้ ความสำคัญ ทั้งการอนุรักษ์ ปกป้อง การสูญเสียความหลากหลายทางชี วภาพ (Biodiversity Loss)และการมีส่วนร่ วมของประเทศไทย เพื่อดูแลความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งที่ผ่านมา โครงการปลูกต้นไม้และฟื้นฟูป่ าของซีพีเอฟ เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเป้ าหมายของบริษัทในการสร้างความมั่ นคงทางอาหาร ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติถือเป็นวั ตถุดิบต้นทางที่สำคั ญของกระบวนการผลิตอาหารอย่างยั่ งยืน ” นางกอบบุญ กล่าว
สำหรับกิจการในประเทศไทย ซีพีเอฟปลูกต้นไม้และฟื้นฟูป่เช่นเดียวกับ กิจการต่างประเทศของซีพีเอฟ ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุ รกิจควบคู่กับการมีส่วนร่วมปลู กต้นไม้และฟื้นฟูป่าในประเทศนั้ นๆ จากข้อมูลของ 8 ประเทศที่บริษัทฯ มีส่วนร่วมปลูกต้นไม้และฟื้นฟู ป่ารวมมากกว่า 2.6 ล้านต้น สนับสนุนการมุ่งสู่สังคมคาร์ บอนต่ำ และเป้าหมายเป็นองค์กรที่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ เป็นศูนย์ ภายในปี 2050 สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) และกรอบความหลากหลายทางชีวภาพทั่ วโลกคุนหมิง- มอนทรีออล (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework)
ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุ
















