เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2566 เวลา 14:00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดน่าน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และคณะลงพื้นที่ ติดตามการแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบ โดยมี นายชัยณรงค์ วงษ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำหัวหน้าส่วนราชให้การต้อนรับ
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายการทำงานแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่โดยเอากฎหมายเป็นที่ตั้งและให้ความเป็นธรรมต่อทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ หลังจากนั้น ได้พบปะประชาชน ลูกหนี้ ที่เข้ารับการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ ตามมาตรการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล โดยระบุว่า รัฐบาลได้ออกมาตรการแก้หนี้นอกระบบ ผ่านการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ โดยที่จังหวัดน่านมีผู้มาลงทะเบียนมากกว่า 500 ราย แต่สามารถติดตามตัว มาเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ได้เพียง ร้อยกว่ารายเท่านั้นโดยกำชับให้ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ติดตามตัวลูกหนี้มาดำเนินการให้ได้ ขณะเดียวกันจะจัดตลาดนัดแก้หนี้นอกระบบเพื่อเปิดดอกาสให้ลูกหนี้มาแจ้งปัญหาโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ และยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญและต้องการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง ส่สนกรณีที่เจ้าหนี้ทำถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องให้ลูกหนี้ตัดสินใจเพื่อเข้าสู่ระบบของธนาคารแทน
สำหรับข้อมูลยอดการลงทะเบียนหนี้นอกระบบของจังหวัดน่าน ที่ทำการปกครองจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ข้อมูลล่าสุด มีผู้ลงทะเบียน 560 ราย ผ่านระบบออนไลน์ 502 ราย วอคอิน 58 ราย มีการระบุเจ้าหนี้ 516 ราย ไม่ระบุเจ้าหนี้ 44 ราย มูลค่ายอดหนี้รวมกว่า 33 ล้านบาท (32,801,242 บาท) โดยมีผู้ลงทะเบียนในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน สูงที่สุด รองลงมาคือ อำเภอเวียงสา อำเภอปัว อำเภอภูเพียง และ อำเภอท่าวังผา ตามลำดับ ส่วนสาเหตุที่ลูกหนี้เป็นหนี้นอกระบบมากที่สุดคคือ การไม่สามารถเข้าเงื่อนไขขอกู้ผ่านธนาคารและสถาบันการเงินได้ เนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และรายได้ไม่แน่นอน รองลงมาคือ กู้เพื่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน กู้เพื่อนำมาประกอบอาชีพ กู้เพื่อค่าเทอมบุตรหลาน และ การกู้อื่นๆ ตามลำดับ ทั้งนี้ได้มีการใช้แนวทางมาตรการตามนโยบายของรัฐบาล ตั้งแต่การไกล่เกลี่ยระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ ซึ่งมีทั้งแบบเจ้าหนี้ตามธรรมชาติ เช่นการกู้ยืมเงินกันเอง กับ การกู้ผ่านเจ้าหนี้กลุ่มทุนต่างๆ โดยจะพิจารณาจากการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งดอกเบี้ยต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี โดยหากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ จะใช้มาตรการทางกฎหมายบังคับต่อไป รวมทั้งการแนวทางให้ลูกหนี้สามารถเข้าสู่หนี้ในระบบได้ โดยเฉพาะธนาคารของรัฐ ทั้ง ออมสินและ ธ.ก.ส. เพื่อทำให้ลูกหนี้สามารถชดใช้หนี้ได้และเข้าสู่หนี้ในระบบเพื่อความเป็นธรรมตามกฎหมายต่อไป
ในการนี้กระทรวงมหาดไทย ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบ โดยเปิดให้ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถลงทะเบียนได้ทั้งทางออนไลน์ (เว็บไซต์ debt.dopa.go.th,
แอปพลิเคชัน ThaID) และสถานที่ ช่องทางที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด (ที่ว่าการอำเภอ หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนในพื้นที่) ตั้งแต่บัดนี้ – 29 กุมภาพันธ์ 2567
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน/รายงาน

















