วันพฤหัสบดี 27 สิงหาคม 2026
หน้าแรก Headline ผลสำรวจของ Macromill ชี้แนวโน้มเศรษฐกิจปี 66 ความเชื่อมั่นของ “ผู้บริโภคไทย” ปรับตัวสูงขึ้น

ผลสำรวจของ Macromill ชี้แนวโน้มเศรษฐกิจปี 66 ความเชื่อมั่นของ “ผู้บริโภคไทย” ปรับตัวสูงขึ้น

Macromill South East Asia Co., Ltd. (ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า MMSEA) จัดทำแบบสำรวจรายสัปดาห์ที่มีชื่อว่า “Macromill Weekly Index Asia (ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า MWIA)” โดยสังเกตการณ์ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียทั้ง 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้ เพื่อชี้วัดไลฟ์สไตล์และทัศนคติของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ ซึ่งในที่นี้จะขอกล่าวถึงแนวโน้มของประเทศไทยเป็นหลัก

ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2566 ความเชื่อมั่น และ ความต้องการบริโภคของไทยยังคงสูงขึ้น

เมื่อพิจารณาดูความแตกต่างทางด้านไลฟ์สไตล์และทัศนคติของผู้บริโภคในประเทศต่างๆ จากแผนภาพที่ 1 ด้านล่าง จะเห็นว่าข้อชี้วัดเชิงคุณภาพที่ได้จากผลสำรวจ ซึ่งมีการวัดผลจากแนวโน้ม และสถานการณ์ในอดีตของแต่ละประเทศ ไม่ใด้วัดผลเพียงแค่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว

เมื่อพิจารณาถึงความเชื่อมั่น ความต้องการบริโภค และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในประเทศไทย หากไม่นับหัวข้อเรื่องค่าครองชีพ ผลลัพธ์ที่ได้คือ “ดี” ส่วนในประเทศอื่นๆ ยกเว้นอินโดนีเซีย ผลลัพธ์ทั้งหมดคือ “ไม่เปลี่ยนแปลง”

แผนภาพที่ 1 สรุปข้อมูลในแต่ละประเทศ (ข้อมูล ณ สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกรกฎาคม 2566)

*ประเทศที่เป็นกลุ่มเป้าหมายแบบสำรวจของ MMSEA รวมถึงประเทศญี่ปุ่น จะถูกจัดลำดับประเทศให้สอดคล้องกับ MWIA

*สำรวจและสอบถามด้วยรูปแบบ MA (อนุญาตให้ตอบได้หลายข้อ) เกี่ยวกับความเชื่อมั่นในเชิงบวกและเชิงลบอย่างละ 4 ข้อ (ทั้งหมด 8 ข้อ) ดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นจะคำนวณจากค่าเฉลี่ยของรายการที่เป็นเชิงบวก 4 ข้อ และเชิงลบ 4 ข้อ โดยจะเป็นค่าที่ได้จากการหารค่าเฉลี่ยของรายการที่เป็นบวกด้วยค่าเฉลี่ยของรายการที่เป็นลบ

ความต้องการบริโภคของไทยมีแนวโน้ม “เติบโต” แต่ทว่ายังคงต้องจับตาดูในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2566 ด้วย

เมื่อพิจารณาความต้องการบริโภคในแผนภาพที่ 2 พบว่าตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา ประเทศไทยมีการฟื้นตัวที่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่ามูลค่าการส่งออกไปต่างประเทศของไทยจะชะลอตัวลง แต่นับตั้งแต่ต้นปี 2566 ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น และความเชื่อมั่นทางภาคธุรกิจก็ดำเนินไปในทิศทางที่ดี อันเนื่องมาจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและการบริโภคภายในประเทศที่เติบโตขึ้น

ในทางกลับกัน การส่งออกกลับเหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่อยู่บนแนวโน้มการฟื้นตัว (*1) และล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง คาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะปรับตัวลดลงในปี 2566 รวมถึงสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(FTI) ยังประมาณการปริมาณการผลิตรถยนต์ว่าจะลดต่ำลงอีกด้วย จึงมีแนวโน้มว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่น่าวางใจ ต้องจับตาดูว่า ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจะดำเนินต่อไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่

*1 อ้างอิงจาก Nisseikiso Research Institute เศรษฐกิจประเทศไทย “อัตราการเติบโตเดือนมกราคม-มีนาคม 2556 เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา~ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวและการบริโภค”

แผนภาพที่ 2 ความต้องการบริโภคในแต่ละเดือนต่อจากนี้

*การบันทึกคะแนนรายสัปดาห์ และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ใน 4 สัปดาห์ จะแสดงแค่ในปี 2566 เท่านั้น

*เนื่องจากคะแนนรายสัปดาห์มีความผันผวนมาก จึงใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำหรับการเปรียบเทียบกับปีอื่น ๆ

ไทย อินโดนีเซีย และไต้หวัน ความต้องการบริโภคยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ เวียดนาม และ จีน ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจยังคงต่ำกว่าปีก่อน

สรุปแนวโน้มของแต่ละประเทศผ่านการประเมินผลจากแบบสำรวจ

ไทย: เศรษฐกิจกำลังไปได้ดีโดยมีความต้องการบริโภคมากกว่าปีที่แล้ว แต่ยังต้องจับตาดูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจะดำเนินต่อไปในทิศทางที่ดีหรือไม่

อินโดนีเซีย: ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจสูงกว่าปีที่แล้ว และความต้องการบริโภคยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นจากปีที่แล้วอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566

เวียดนาม: ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจยังคงต่ำกว่าปีที่แล้ว ซึ่งอาจเป็นปัจจัยทำให้ความต้องการบริโภคต่ำกว่าปีที่แล้วเล็กน้อยเช่นกัน

ญี่ปุ่น: แม้ว่าเศรษฐกิจจะยังซบเซาตั้งแต่ต้นปี 2566 แต่ ณ เดือนกันยายน 2566 ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจกลับสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้า ในขณะเดียวกันความต้องการบริโภคยังคงทรงตัวไม่         เปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้ว

จีน: ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจยังคงซบเซา ล่าสุดลดลงสู่ระดับเดียวกับเมื่อช่วงสองปีที่ผ่านมา ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจประเภทต่างๆ มีแนวโน้มถดถอย รวมถึงมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินฝืด

ไต้หวัน: แม้ว่าความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และ ความต้องการบริโภคจะดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ความเชื่อมั่นยังคงมีแนวโน้มลดลง แม้ว่าการสำรวจครั้งนี้จะไม่ได้ครอบคลุมถึงเหตุผล แต่มีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นที่ลดลง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในสังคมหรือสถานการณ์ทางการเมือง เช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2567 หรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น นำโดยอุตสาหกรรมไอทีที่การส่งออกยังคงตกต่ำ หรือรายงานอุบัติการณ์ทางสังคม (*2) ในเดือนมิถุนายน 2566 เป็นต้น

*2 การเสียชีวิตอย่างลึกลับของนักเรียนมัธยมปลายที่ได้รับมรดก 500 ล้านหยวน และกระแส MeToo ในไต้หวัน

เกาหลีใต้: เศรษฐกิจตกต่ำนับตั้งแต่ต้นปี 2566 แต่ความเชื่อมั่นทางภาคธุรกิจยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยฟื้นตัวจากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์และอุปสงค์ในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณความต้องการบริโภคที่ดีขึ้น แม้ว่าจะเป็นไปอย่างช้า ๆ ก็ตาม

แผนภาพที่ 3 ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ (สถานการณ์ปัจจุบัน)

*การบันทึกคะแนนรายสัปดาห์ และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ใน 4 สัปดาห์ จะแสดงแค่ในปี 2566 เท่านั้น

*เนื่องจากคะแนนรายสัปดาห์มีความผันผวนมาก จึงใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำหรับการเปรียบเทียบกับปีอื่น ๆ

MMSEA
นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท Macromill, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ MMSEA ในปี 2000 Macromill ถือได้ว่าเป็นบริษัทที่เป็นผู้นำวงการด้านการวิจัยออนไลน์ชั้นนำในญี่ปุ่น ปัจจุบัน เรามีฐานธุรกิจ 20 แห่งใน 7 ประเทศ จึงสามารถดำเนินการสำรวจผู้คน 110 ล้านคนในกว่า 90 ประเทศได้ ขณะที่ธุรกิจในประเทศไทยนั้นเราได้เปิดดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2557

MMSEA เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2562 เพื่อสนับสนุนการตลาดของกิจการที่กำลังพัฒนาธุรกิจโดยมุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามีสำนักงานในประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ทำให้เราสามารถให้บริการเพื่อการสำรวจทางการตลาดได้ รวมถึงเรายังมีจุดแข็งด้านกลุ่มเป้าหมายที่มีมากกว่า 17 ล้านคนใน 3 ประเทศเราสามารถช่วยเหลือลูกค้าเพื่อแก้ไขปัญหาทางการตลาดได้ด้วยแบบสำรวจทางออนไลน์ของเรา

Macromill Weekly Index Asia

Macromill Weekly Index Asia เป็นข้อมูลการสำรวจรายสัปดาห์ เพื่อติดตามแนวโน้มการบริโภค และ ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ รวมถึงไลฟ์สไตล์ ฯลฯ ของผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชีย (ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 (*3 ) โดย การสำรวจในแต่ละประเทศ จะดำเนินการทุกวันพฤหัสบดี และจะเผยแพร่ข้อมูลในวันศุกร์ของสัปดาห์ถัดมา โดยใช้เครื่องมือ BI “Tableau” เพื่อให้สามารถแยกข้อมูลตามเพศ กลุ่มอายุ และประเทศได้

นอกเหนือการอ้างอิงจากแบบสำรวจแนวโน้มการบริโภคของสำนักงานคณะรัฐมนตรี และการสำรวจ Economy Watcher เรื่อง “การคาดการณ์การบริโภค” และ “การตัดสินใจทางเศรษฐกิจ” แล้ว ตัวชี้วัดยังได้สอบถามรวมไปถึง “อารมณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา” “อัตราการทำงานที่บ้าน/อัตราการเหลื่อมเวลาไปทำงาน” “สินค้าและบริการที่มีแผนจะบริโภค” และ “อัตราส่วนการบริโภคแบบออน-ออฟ” อีกด้วย

*3 เกาหลีใต้ เริ่มสำรวจในเดือนพฤษภาคม 2563, จีน เริ่มในเดือนมิถุนายน 2563 และไต้หวัน เริ่มในเดือนมิถุนายน 2564

 

ภาพรวมการสำรวจ

วัตถุประสงค์ของการสำรวจ: แบบสำรวจสังเกตการณ์รายสัปดาห์เพื่อทำความเข้าใจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและแนวโน้มการบริโภค

วิธีการสำรวจ: สำรวจเชิงปริมาณแบบออนไลน์

กลุ่มประเทศเป้าหมาย: ไทย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, จีน, ไต้หวัน, เกาหลีใต้ (ญี่ปุ่นอ้างอิงจากผลสำรวจ Macromill Weekly Index)

เนื้อหาการสำรวจ: การตัดสินใจทางเศรษฐกิจ (สถานการณ์ปัจจุบันและการคาดการณ์) ความผันผวนของค่าครองชีพ (เทียบกับเดือนก่อนหน้าและการคาดการณ์) อารมณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา การรับประทานอาหารนอกบ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์และการซื้อเข้ามากินในบ้าน สัดส่วนการใช้จ่ายในหน้าร้านจริง การทำงานที่บ้าน/ความเหลื่อมของเวลาเข้างาน การคาดการณ์การบริโภคในเดือนหน้า การคาดการณ์สิ่งที่ตั้งใจจะซื้อในสัปดาห์หน้า

องค์กรที่ดำเนินการ: EMBRAIN (เกาหลีใต้), Macromill South East Asia (ไทย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม), Insights (ShangHai) Co., Ltd. (จีน), Eastern Online Co., Ltd. (ไต้หวัน)

 

<วันที่สำรวจ>

●13 กรกฎาคม 2566: ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้  ●12 กรกฎาคม 2566: ญี่ปุ่น

 

< จำนวน N ต่อครั้ง>

●N=500: ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ไต้หวัน เกาหลีใต้  ●N=1,000: ญี่ปุ่น จีน

 

<กลุ่มเป้าหมาย>

●ชายและหญิงอายุ 20-49 ปี: ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม  ●ชายและหญิงอายุ 20-59 ปี: ไต้หวัน เกาหลีใต้  ●ชายและหญิงอายุ 20-69 ปี: ญี่ปุ่น จีน

 

<กลุ่มตัวอย่าง>

●จัดสรรอย่างเท่าเทียม: ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน ไต้หวัน ●อัตราส่วนตามโครงสร้างประชากร: ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

 

<พื้นที่ของกลุ่มเป้าหมาย>

●กรุงเทพมหานคร: ไทย  ●มหานครจาการ์ตา: อินโดนีเซีย  ●มหานครฮานอย: เวียดนาม  ●ทั่วประเทศ: ญี่ปุ่น  ●เมืองใหญ่ 10 เมือง*: จีน  ●ทั่วทุกพื้นที่: ไต้หวัน เกาหลีใต้

 

*: เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างมีช่วงอายุและประเทศที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถปรียบเทียบข้อมูลระหว่างประเทศได้

*: สำรวจประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันครอบคลุมทั้งประเทศ ในขณะที่สามประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะครอบคลุมแค่พื้นที่เมืองใหญ่ ส่วนจีนจะครอบคลุม 10 เมืองใหญ่อันดับ 1 และอันดับ 2

*: สำหรับประเทศจีน จัดสำรวจตั้งแต่สัปดาห์ของวันที่ 18 มิถุนายน 2563 โดยเมืองเป้าหมาย ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เซินเจิ้น หางโจว เฉิงตู อู่ฮั่น ซีอาน เสิ่นหยาง และซูโจว (ในแต่ละเมือง N = 100)

*: ไม่ได้ดำเนินการสำรวจภาคสนามในทุก ๆ สัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม

*: สำหรับสัปดาห์ที่ไม่มีข้อมูลเนื่องจากการบำรุงรักษาระบบ จะใช้คะแนนจากสัปดาห์ก่อนหน้าของปีเดียวกันแทน (●ไต้หวัน: สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ 2565 สัปดาห์ที่สามของเดือนมกราคม 2566 สัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม 2566 ●เกาหลีใต้: สัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม 2566 ●เวียดนาม: สัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม 2564 สัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม 2566 ●ไทย อินโดนีเซีย : สัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม 2566)

 

ข้อมูลเอกสาร

รายงานการสำรวจนี้สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี

คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายงานการสำรวจ >>

https://www.macromill.com/contact_mmsea/en/reports.php

ข้อมูลบริษัท  Macromill South East Asia Co., Ltd

ตัวแทนกรรมการ  : Koike Nao, Representative Chief Executive Officer, Global CEO

สำนักงานใหญ่   : 18th Floor, Two Pacific Place Building, 142 Sukhumvit Road,Klongtoey Subdistrict,

Klongtoey District, Bangkok 10110 Thailand.

ก่อตั้ง        : สิงหาคม ปี 2557

ลักษณะธุรกิจ        : ให้บริการที่หลากหลายโดยเน้นการวิจัยออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

URL          : https://www.macromillsea.com/

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบบสำรวจ

Macromill South East Asia (Thailand) Co.,Ltd.

Email:info@macromillsea.com