“ณพลเดช” กังวลผลโพล “สุรชาติ” นำโด่งหวั่นจะมีโกงเลือกตั้งเป็นประวัติการณ์จากฝ่ายตรงข้าม
29ม.ค.65 / ดร.ณพลเดช มณีลังกา สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนในฐานะเป็นประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งซ่อม กทม. เขต 9 หรือ จตุจักร-หลักสี่ ในขณะนี้ทุกพรรคต่างมองว่าเป็นจุดชี้ขาดและเป็นทิศทางที่จะส่งผลต่อการเลือกตั้งใหญ่ และเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ในอนาคต หลายพรรคต่างงัดกลยุทธ์หาเสียง และจัดแคมเปญเปิดตัว ผู้สมัครกันต่างๆ นานา จากในพื้นที่บริเวณบ้านของตนก็มีข่าวการซื้อเสียง ขึ้นไปถึง 1,800 บาทต่อหัวแล้ว
นอกจากนี้ยังมีกลโกงเลือกตั้ง ที่ขณะนี้ต้องยอมรับว่า จากผลโพลหลายสำนัก ที่ชี้ว่า นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส. กทม. เบอร์ 3 พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำโด่งจากคู่แข่งนั้น อาจมีการนำไปสู่การเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ตนจึงขอให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะหน่วยงานราชการ ที่ทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งให้นำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ โดยเฉพาะหลักหลักคุณธรรม และหลักความโปร่งใส จากงานวิจัยที่ผ่านมาได้มีกลโกงในอดีต ที่ส่งผลถึงผลโพลแม้จะชนะขนาดไหนก็แพ้ในที่สุด อันประกอบด้วย
1.ซื้อเสียง : เป็นวิธีโบราณที่นิยมใช้คำว่า “ยิง” พร้อมกับมีประโยคใช้แทนเงินว่า “กระสุน” เป็นการรุกไปยังกลุ่มเป้าหมายซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชุมชน ที่มีการประสานงานผ่าน ผู้นำชุมชนต่างๆ ที่เรียกว่า หัวคะแนน ขณะนี้ตนได้ข่าวมาว่า หัวคะแนนซื้อเสียงไปด้วยตัวเลข 1-4 หมื่นบาท ส่วนรายย่อยซื้อเสียงที่ 1,800 บาทแล้ว ซึ่งหากการซื้อเสียงประสบความสำเร็จ ก็จะส่งผลต่อการเมืองของไทยที่จะต้องล้าหลังต่อไป
2.เวียนเทียน : การกระทำนี้เป็นการสมรู้ร่วมคิดกันกับเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้ง ที่รู้เห็นเป็นใจ โดยปกติหากมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกมาใช้เสียงเลือกตั้งน้อย หรือการที่ประชาชนไม่ได้ใส่ใจที่จะมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ก็จะทำให้มีผู้ไม่มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจำนวนมาก บางครั้งมีมากถึง 60% ทำให้มีการนำบัตรประชาชนใบเดียวกัน วนแบบ เวียนเทียน เพื่อกาให้คะแนนซ้ำๆ
3.สลับหีบ : กลยุทธ์ นี้มักใช้กับการเลือกตั้งที่จะต้องมีการขนย้ายหีบที่มีระยะห่างไกลจากหน่วยเลือกตั้งเพื่อไปนับคะแนนอีกแห่งหนึ่งที่เป็นจุดนับคะแนนที่อยู่ในส่วนกลาง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่น่ากลัว เพราะคะแนนเสียงจะถล่มทลายอย่างเห็นได้ชัด ในจุดนั้นๆ
4.เหมารถรับส่ง : เป็นกลยุทธ์ที่ผู้ทำงานอยู่ต่างพื้นที่ และจะมีการช่วยเหลือผู้สมัครเพื่อไปเลือกตั้งโดย เหมาค่าเดินทางพร้อมพ็อกเก็ตมันนี่ เพื่อได้กลับไปเที่ยวบ้าน
5.ทำบัตรให้เสีย : เป็นการที่รู้เห็นเป็นใจกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (ที่ถูกซื้อ) โดยหลังจากที่ปิดหีบ จะมีการเทคนิค ทำลายบัตรเลือกตั้งของคู่แข่งให้กลายเป็นบัตรเสีย ไม่ว่าจะเป็นทำให้บัตรกาผิดตำแหน่ง ทำให้กาไม่ถูกต้อง ทำให้บัตรขาดชำรุดเสียหาย ส่งผลให้บัตรนั้นเป็นบัตรเสียเป็นต้น
6.ซื้อยกคูหา : เป็นวิธีที่ฝ่ายตรงข้ามชะล่าใจในการตรวจและเฝ้าคูหาเลือกตั้ง ส่งผลให้มีการซื้อเสียงกันยกคู่หาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ไปจนถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยมีการกากันเองตั้งแต่แรก วิธีนี้ทำยากขึ้นเมื่อมีการสอดส่องจากหน่วยงานต่างๆ
7.เปลี่ยนหน่วยเลือกตั้ง : เป็นวิธีสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยรู้ว่าฐานเสียงในหน่วยงลงคะแนนเสียงส่วนมากเป็นฝ่ายตรงข้าม จะใช้เทคนิคย้ายหน่วยเลือกตั้งกะทันหัน ทำให้ประชาชนสับสนและไปเลือกตั้งผิดหน่วย จนบางครั้งตัดสินใจไม่เลือกตั้ง ทำให้ส่งผลถึงเทคนิคเวียนเทียนในภายหลัง
8.ยึดบัตร ปชช. : เทคนิคเหนือเมฆ เมื่อรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามในหมู่บ้านนั้นๆ คะแนนเสียงถล่มทลาย จึงให้หัวคะแนนเข้าไปซื้อบัตรประชาชน โดยเพิ่มเม็ดเงินในการซื้อบัตร ก่อนมีการเลือกตั้ง เมื่อซื้อบัตร หัวคะแนนจะเก็บบัตรประชาชนจนถึงเวลาปิดหีบ แล้วค่อยคืน ทำให้คะแนนฝ่ายตรงข้ามกลายเป็นศูนย์ เทคนิคนี้ใช้ชนะมาแล้วหลายต่อหลายครั้งในการเลือกตั้งที่ผ่านมา
9.เอาบัตรเลือกตั้งมาแลก : เป็นกลยุทธ์ที่ มีการทำบัตรเลือกตั้งซ้ำ และเหมือนต้นฉบับรวมถึงรู้เห็นเป็นใจระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ โดยบัตรจะมีการกาจากหัวคะแนนเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีจุดแลกบัตรอยู่บนรถตู้ใกล้หน่วยเลือกตั้ง หลักการคือให้ผู้เลือกตั้งนำบัตรที่กาแล้ว นำเข้าคูหาเพื่อหย่อนบัตร แล้วไปรับบัตรที่ยังไม่ได้กา นำมาคืนพร้อมรับเงินเมื่อหย่อนบัตรเสร็จแล้ว
10.บัตรคลอดลูก-บัตรเขย่ง : เป็นการรู้เห็นเป็นใจกับกรรมการการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง โดยนำบัตรมาเพิ่มจากผู้ที่เสียชีวิต หรือผู้ที่ไม่มาลงคะแนนเสียง โดยรีบมาหย่อนก่อนปิดหีบเลือกตั้ง
11.เปิดรับแทงพนัน : เมื่อถึงวันใกล้เลือกตั้ง ผู้สมัครที่มีหัวคะแนนหรือพรรคพวกที่เป็นเจ้าของบ่อนโต๊ะบอลหรือบ่อนการพนันในพื้นที่ จะเข้าไปตั้งราคาให้กับหัวคะแนนและประชาชน ในการต่อรองในสัดส่วนที่ตนคาดว่าจะชนะเมื่อผลเลือกตั้งเป็นไปตามที่ต้องการ ก็จะจ่ายเงินให้กับผู้ที่เข้ามาแทง เป็นเทคนิคการซื้อเสียงผ่านการพนัน
12.โยกคนเข้าเขต : เป็นเทคนิคที่นำคนต่างพื้นที่ ที่มีผู้ที่สามารถกำกับให้คะแนนเสียงของประชาชนที่ถูกย้ายเข้าอยู่ในพื้นที่เลือกคนที่จะเลือกตั้ง เทคนิคนี้ถูกเพ่งเล็งมากในกลุ่มทหาร
13.ไฟดับ : เป็นเทคนิคสามารถล้มทั้งกระดาน ที่มีเกิดขึ้นในการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา ในหลายหน่วยเลือกตั้ง โดยการนับคะแนนจะนับกันยาวนานหลายชั่วโมงไม่เสร็จสักที เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมที่นักข่าวเผลอ และฝ่ายตรงข้ามที่เฝ้าศูนย์เหนื่อย ก็จะมีเหตุการณ์ ไฟดับ แต่เมื่อไฟกลับมาคะแนนจะกลับพลิกอย่างมหาศาลจากผลเดิม การใช้เทคนิคนี้มักจะทำในช่วง เที่ยงคืนถึงตีสอง และจับมือใครดมไม่ได้
ดร.ณพลเดช กล่าวว่า จากกลโกงเลือกตั้งที่มีหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การได้มาซึ่งอำนาจของนักการเมือง ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างไม่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม ทำให้การเมืองของไทยล้าหลัง ส่งผลถึงการเลือกตั้งของไทยถูกต่างชาติ มองว่าเป็นประเทศที่มีการทุจริตเลือกตั้งเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ตนจึงขอฝากไปยังประชาชนชาวจตุจักร-หลักสี่ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐขอให้เห็นแก่ประเทศ ที่ล้าหลังไปมากแล้ว ขอให้เลือกตั้งอย่างตรงไปตรงมาเพื่อประโยชน์ต่อ ลูกหลาน ของเราในอนาคต สุดท้ายตนขอฝากโคลงสี่สุภาพสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ไว้ดังนี้
เหลี่ยมหลบลึกเล่ห์ซ้อน เลือกตั้ง
เงินฟาดซื้อแอบอ้าง พี่น้อง
หวังอำนาจมะล้าง ดีชอบ ฤาแฮ
ฉ้อล่มพินาศร้อง รอบนี้ จงมลายฯ
หยกดำ ส่องเขียว รายงาน

















