นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) มอบหมายให้นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. กำกับดูแลการเข้าร่วมประชุ มคณะทำงานเพื่อดำเนินโครงการสร้ างพื้นที่ต้นแบบด้านความปลอดภั ยทางถนนและการรณรงค์ประกันภั ยรถภาคบังคับในพื้นที่จังหวัดสุ พรรณบุรี โดยมอบหมายให้นายพงษ์ศักดิ์ ชีวรัตนพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานคุ้มครองผู้ ประสบภัยจากรถ นำคณะเจ้าหน้าที่สำนักงาน คปภ. และสถาบันวิจัยเพื่อการพั ฒนาประเทศไทย (TDRI) เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยมีนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่ วมประชุม เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี
นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า จังหวัดได้ให้ความสำคัญกับการป้ องกันและ ลดอุบัติเหตุทางถนนมาอย่างต่ อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลเป็นฐานในการบริ หารจัดการความปลอดภัยทางถนน ผ่านการจัดทำแผนที่จุดเสี่ยงอุ บัติเหตุ (Red Map) เพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาเชิ งพื้นที่อย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมื อกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จนสามารถผลักดันให้สถิติการเสี ยชีวิตจากอุบัติเหตุ ทางถนนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่ อง โดยจังหวัดได้นำเทคโนโลยีมาสนั บสนุนการบริหารจัดการด้ านความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะการติดตั้งระบบกล้องอั จฉริยะ (AI Camera) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคั บใช้กฎหมายจราจร ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่ เขตเมืองและมีแผนขยายผลสู่พื้ นที่อื่นเพิ่มเติมในอนาคต โดยข้อมูลจากระบบดังกล่าวจะถู กนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ รถใช้ถนนและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันอุบัติ เหตุได้อย่างแม่นยำและตรงจุ ดมากยิ่งขึ้น ในส่วนของการสร้างวั ฒนธรรมความปลอดภัย จังหวัดได้ส่งเสริมกิจกรรม “ธนาคารหมวกกันน็อก” ในสถานศึกษา เพื่อปลูกฝังวินัยจราจรและสร้ างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภั ยทางถนนให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นการวางรากฐานการเปลี่ ยนแปลงพฤติกรรมอย่างยั่งยืนตั้ งแต่วัยเรียน
ด้านสำนักงาน คปภ. ได้กล่าวถึงที่มาและวัตถุจากผลสำเร็จดังกล่าว สำนักงาน คปภ. จึงได้ขยายผลการดำเนินงานสู่ 4 จังหวัดต้นแบบ ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมุ่งเน้นการใช้ข้อมูลอุบัติ เหตุและข้อมูลประกันภัยในการวิ เคราะห์ปัญหา การสร้างองค์ความรู้ด้ านความปลอดภัยทางถนน การพัฒนาแกนนำชุมชน และการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาที่ เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ภายใต้กระบวนการทำงานที่เชื่ อมโยง “ข้อมูล (Data) ความรู้ (Knowledge) และมาตรการ (Measure)” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยสำนักงาน คปภ. ยังได้เน้นย้ำว่า แม้ระบบประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จะมีบทบาทสำคัญในการคุ้ มครองและเยียวยาผู้ประสบภั ยจากรถ แต่เป้าหมายสำคัญของโครงการคื อการป้องกันความสูญเสียตั้งแต่ ต้นทาง ภายใต้แนวคิด “จากการเยียวยา สู่การป้องกัน” โดยมุ่งลดปัจจัยเสี่ยงและป้องกั นการเกิดอุบัติเหตุผ่านการ บูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่ วน ทั้งนี้ จังหวัดสุพรรณบุรีได้ แสดงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่ อนโครงการอย่างจริงจัง โดยมีคำสั่งจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 6402/2569 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2569 แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนิ นโครงการสร้างพื้นที่ต้นแบบด้ านความปลอดภั ยทางถนนและการรณรงค์ประกันภั ยรถภาคบังคับในพื้นที่จังหวัดสุ พรรณบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสุ พรรณบุรีเป็นประธานคณะทำงาน และมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ร่วมเป็ นคณะทำงาน เพื่อบูรณาการการดำเนิ นงานและผลักดันมาตรการด้ านความปลอดภัยทางถนนให้เกิ ดผลเป็นรูปธรรมในระดับพื้นที่
สำหรับผลการวิเคราะห์สถานการณ์ ความปลอดภัยทางถนนของจังหวัดสุ พรรณบุรีโดยทีมวิจัย TDRI พบว่า แม้ในปี 2568 จังหวัดสุพรรณบุรีมีจำนวนผู้เสี ยชีวิตจากอุบัติเหตุ ทางถนนลดลงเหลือ 222 ราย ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 11.90 แต่ยังมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ ที่ 27.02 คนต่อแสนประชากร โดยกลุ่มเสี่ยงสำคัญคือผู้ใช้ รถจักรยานยนต์ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 87.5 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด และเกือบครึ่งหนึ่งของผู้เสียชี วิตเป็นประชาชนอายุ 50 ปีขึ้นไป ขณะที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรีเป็ นพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตสูงที่ สุด คิดเป็นร้อยละ 46.8 ของผู้เสียชีวิตทั้งจังหวัด สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังสำคั ญของจังหวัด ได้แก่ พื้นที่ท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง อำเภออู่ทอง และอำเภอศรีประจันต์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ ยงด้านอุบัติเหตุทางถนนและจำเป็ นต้องได้รับการวิเคราะห์เชิงลึก โดยจะมีการนำข้อมูลอุบัติเหตุ มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันที่ สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ต่อไป
ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึ งความมุ่งมั่นของทุกภาคส่ วนในการขับเคลื่อนการดำเนิ นงานด้านความปลอดภัย ทางถนนแบบบูรณาการ โดยใช้ข้อมูล องค์ความรู้ และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเป็นกลไกสำคัญในการพั ฒนาพื้นที่ต้นแบบ อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิ ภาพการบริหารจัดการความปลอดภั ยทางถนน การลดความสูญเสีย จากอุบัติเหตุ และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน

















