เคล็ดลับการดื่มกาแฟให้เป็นยา
ในปัจจุบันกาแฟได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของหลายๆคน บางคนใช้ดื่มพร้อมกับรับประทานเป็นอาหารเช้าควบคู่กับขนมปัง ไข่ดาวหรืออาหารแบบอเมริกัน นอกจากนี้แล้วยังจัดให้เป็นอาหารว่างระหว่างการประชุม สัมมนา เป็นต้น

ดังนั้น กาแฟจึงนับได้ว่าเป็นเครื่องดื่มสากลนานาชาติเพราะได้รับความนิยมมากที่สุดอย่างหนึ่งของโลก และมีขายอยู่ทั่วไปตามแหล่งชุมชน ตลาด สถานที่ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อหรือแม้แต่ตามปั๊มน้ำมัน
อย่างไรจากผลการศึกษาวิจัยพบว่า หากคนเราได้รับปริมาณคาเฟอีนในระดับหนึ่ง(ที่พอเหมาะ) ก็เปรียบเสมือนเป็นยารักษาโรค เพราะนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งเต้านม โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคหัวใจ โรคเบาหวานประเภทที่ 2 โรคตับแข็ง โรคเกาต์และได้รับประโยชน์อีกมากมายหลายอย่างแล้ว ในทางตรงข้ามถ้าหากได้รับมากเกินไปก็อาจได้รับอันตรายเหมือนกัน เนื่องจากในกาแฟมีส่วนประกอบที่สำคัญคือคาเฟอีน(Caffeine) ซึ่งเป็นสารแซนทีนอัลคาลอยด์ ในสถานะบริสุทธิ์จะมีผงสีขาวและมีรสขมจัด

ผู้ที่ได้รับคาเฟอีนมากเท่าไร ผลร้ายที่มีต่อร่างกายก็มีมากขึ้นเท่านั้น เมื่อคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกาย จะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ แล้วกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ เช่นสมอง หัวใจ ตับ ปอด กล้ามเนื้อต่างๆ และระบบประสาทส่วนกลาง ร่างกายจะใช้เวลากว่า 48 ชั่วโมง ในการสลายคาเฟอีน
กาแฟมีผลเสพติดอ่อนๆคือดื่มแล้วจะติด พอเวลาไม่ได้ดื่มจะหงุดหงิด มือสั่น ใจสั่น สารคาเฟอีนนี้มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ซึ่งนอกจากนี้ยังเป็นส่วนผสมของยาประเภทลดไข้บรรเทาปวดอีกด้วย

















