
กานพลู – Clove เป็นไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีหรือรูปใบหอก กว้าง 2.5-4 ซม. ยาว 6-10 ซม. ขอบเป็นคลื่น ใบอ่อนสีแดงหรือน้ำตาลแดง เนื้อใบบาง ค้อนข้างเหนียว ผิวมัน ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาวและร่วงง่าย กลีบเลี้ยงและฐานดอกสีแดง หนา แข็ง ผลสด รูปไข่
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา ดอกตูมแห้ง – ใช้แช่เหล้า เอาสำลีชุบอุดรูฟัน แก้ปวดฟัน หรือใช้ขนาด 5-8 ดอก ชงน้ำเดือด ดื่มเฉพาะส่วนน้ำ หรือใช้เคี้ยวแก้ท้องเสีย ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ ขับน้ำนม นอกจากนี้ ใช้ผสมในยาอมบ้วนปากดับกลิ่นปาก พบว่าในน้ำมันหอมระเหยที่กลั่นจากดอก มีสาร eugenol ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ จึงใช้แก้ปวดฟัน มีฤทธิ์ลดอาการปวดท้อง ขับน้ำดี ลดอาการจุกเสียดที่เกิดจากการย่อยไม่สมบูรณ์ กระตุ้นให้มีการหลั่งเมือก และลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยขับน้ำนม

กุยช่าย – Chinese Chives เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นเป็นใบเกล็ดรูปทรงกระบอก เรียวยาว สูง 20-30 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ก้านดอกยาว 30-45 ซม. กลีบรวมสีขาว ใบประดับเป็นเยื่อบาง ๆ ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยาทั้งต้น – ใช้ทั้งต้นกินเป็นผักช่วยขับน้ำนม
ไทรย้อยใบแหลม – Ficus benjamina Linn. หรือ ไทร ไทรกระเบื้อง ไทรย้อย

เป็นไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 10 เมตร มีรากอากาศ น้ำยางขาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรี รูปใบหอกหรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 1.5-6 ซม. ยาว 3-12 ซม. ดอกช่อ เกิดภายในฐานรองดอก ที่มีรูปร่างกลมคล้ายผล ออกเป็นคู่ที่ซอกใบ แยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน ผลสด รูปกระสวย รูปไข่ รูปไข่กลับหรือรูปค่อนข้างกลม เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้มและแดงเข้มตามลำดับ
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา ราก – เป็นยาบำรุงน้ำนม รากอากาศขับปัสสาวะ แก้ไตพิการ (โรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ มีปัสสาวะขุ่นข้น เหลืองหรือแดง มักมีอาการแน่นท้อง กินอาหารไม่ได้) ปัสสาวะพิการ (อาการปัสสาวะปวด หรือกะปริบกะปรอย หรือขุ่นข้น สีเหลืองเข้ม หรือมีเลือด) แก้กษัย (อาการป่วยที่เกิดจากหลายสาเหตุ ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม ซูบผอม โลหิตจาง ปวดเมื่อย)
ผักเป็ดแดง
ผักเป็ดแดง – Joyweed หรือ ผักเป็ดฝรั่ง พรมมิแดง ผักโหมแดง

เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรง สูง 10-20 ซม. ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปสีเหลี่ยมขนมเปียกปูน หรือรูปใบหอกกลับ กว้าง 0.5-1.5 ซม. ยาว 1-5 ซม. สีแดง ดอกช่อ รูปกระบอก หรือทรงกลมออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง กลีบรวมสีขาวนวล ผลแห้ง รูปคล้ายโล่ เมล็ดสีน้ำตาล
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา ทั้งต้น – รับประทานเป็นผักช่วยขับน้ำนม ต้มกับน้ำรับประทานเป็นยาแก้ไข้ ตำพอกรักษาแผล
เร่ว
เร่ว – Alpinia allughas Rosc. หรือ กะลา ข่าน้ำ

เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน กลิ่นหอม แตกกอ สูงได้ถึง 1 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน หรือรูปขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 4-7 ซม. ยาว 12-20 ซม. ผิวใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ก้านใบเป็นแผ่น เรียงอัดแน่นคล้ายลำต้นบนดิน สีเขียว ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด กลีบดอกสีขาว เกสรตัวผู้ที่เป็นหมัน แผ่เป็นแผ่นคล้ายกลีบดอกสีขาว มีลายเส้นตามขวาง สีน้ำตาลส้ม ผลแห้งแตกได้ รูปทรงกลม เมล็ดสีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นหอม
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา เมล็ด – มีรสเผ็ดเล็กน้อย ใช้เป็นยาขับน้ำนม แก้คลื่นไส้ อาเจียน ขับลม
ละหุ่ง
ละหุ่ง – Ricinus communis L. หรือ มะโห่ง, มะโห่งหิน (ภาคเหนือ), ปี่มั้ว (จีน)

เป็นไม้พุ่ม สูง 1-4 เมตร ใบเดี่ยว รูปผ่ามือกว้างและยาว 15-30 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด แยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน ไม่มีกลีบดอก ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู เปลือกเมล็ดสีน้ำตาล มีหลายชนิด ขึ้นกับพันธุ์ละหุ่ง
ประโยชน์ : ละหุ่งไม่ใช่พืชอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดหรือน้ำมันที่สกัดได้ แต่น้ำมันละหุ่งสามารถใช้รับประทานได้หลังจากผ่านกรรมวิธีเพื่อทำลายสารที่เป็นพิษด้วยความร้อน ตัวอย่างเช่น น้ำมันละหุ่งที่ใช้ในการประกอบยา วัตถุประสงค์ในการปลูกละหุ่งก็เพื่อใช้สกัดน้ำมัน และใช้กากหลังจากสกัดน้ำมันกับทำลายสารพิษแล้ว ( pomace หรือ meal ) เลี้ยงสัตว์ จากผลทดลองปรากฎว่า กากละหุ่งมีคุณค่าทางเป็นอาหารสัตว์พอๆ กับพวกอาหารโปรตีนอื่นๆ ที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ น้ำมันละหุ่งจัดอยู่ในพวกที่ไม่ระเหย (non-drying type) และสามารถแปรรูปโดยกรรมวิธีทางเคมีได้ มีความหนืด (viscosity) ที่คงที่ในสภาพอุณหภูมิสูง เป็นประโยชน์ในการใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นได้อย่างดี น้ำมันละหุ่งซึ่งผ่านกรรมวิธีทางเคมีแล้ว อาจใช้ในการผสมสี และน้ำมันชักเงา น้ำมันละหุ่งและน้ำมันอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันใช้เป็นน้ำมันไฮโดรลิค (hydraulic) ต่างๆ ทำพลาสติค เครื่องสำอาง ผงซักฟอก ไนลอน และใยสังเคราะห์อื่นๆ ยูรีเธน (urethane) และยาถ่ายสำหรับมนุษย์และสัตว์ สรรพคุณทางสมุนไพร ใบ – เป็นยาขับน้ำนม แก้ช้ำรั่ว (อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่) ราก – สุมไฟให้เป็นถ่าน ใช้เป็นยาแก้พิษ แก้ไข้เซื่องซึม ขณะเดียวกัน เมล็ดละหุ่งก็มีพิษต่อคน สัตว์ และแมลง โดยสารพิษที่สำคัญคือ ricin และ ricinus communis agglutinin (RCA) สารพิษทั้งสองชนิดนี้ทำให้เกิดพิษที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ricin เป็นพิษมากต่อเซล (cytotoxic) แต่ทำให้เม็ดเลือดแดงเกาะกลุ่มน้อย (hemagglutinin) ส่วน RCA ทำให้เม็ดเลือดแดงเกาะกลุ่มกันมาก แต่เป็นพิษต่อเซลน้อย อย่างไรก็ตาม หลักฐานการเกิดพิษของเมล็ดละหุ่ง เกิดจาก ricin ไม่ใช่ RCA เนื่องจาก RCA ไม่ถูกดูดซึมผ่านเยื่อบุทางเดินอาหาร และการทำให้เม็ดเลือดแดงเกาะกลุ่มกัน เกิดเฉพาะเมื่อได้รับสัมผัสโดยการฉีดเข้าเส้นเลือดเท่านั้น
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ใบ – เป็นยาขับน้ำนม แก้ช้ำรั่ว (อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่)
ราก – สุมไฟให้เป็นถ่าน ใช้เป็นยาแก้พิษ แก้ไข้เซื่องซึม
ตอนต่อไป : ยาดีสมุนไพรขับประจำเดือน
















