มหัศจรรย์ทุเรียนเทศ รักษามะเร็งหายขาด (ตอนที่ 4)

วิถีสุขภาพ

โดย…พินิจ จันทร

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน 2564

การวิจัยและทดสอบทุเรียนเทศรักษามะเร็งเต้านม

ตามตำรายาแผนโบราณจากทวีปอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีบันทึกถึงสรรพคุณทางยาแตกต่างกันตามส่วนของพืช อาทิ สารสกัดใบใช้รักษาโรคติดเชื้อในผู้ป่วย และสารสกัดจากเมล็ดระงับเซลล์มะเร็งบางชนิดได้สารสำคัญในทุเรียนเทศที่มีฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งเต้านม คือ annonacin พบมากในส่วนเมล็ด

สาเหตุสำคัญที่จำเป็นต้องดำเนินการวิจัยในระดับยีน เนื่องจากปัจจัยก่อให้เซลล์เกิดความผิดปกติและพัฒนากลายเป็นมะเร็งเต้านมมักเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของยีนชนิด tumor suppressor genes และ oncogenes ที่สัมพันธ์กับ cell death program และการควบคุมเซลล์ด้วยวิถี apoptosis รวมถึงยีนในกลุ่ม receptor tyrosine kinase ได้แก่ epidermal growth factor (EGFR) และ insulin-liked growth factor receptor (IGFR) ก็เป็นดัชนีหนึ่งที่บ่งชี้ถึงสาเหตุของโรค

ปัจจุบันมีความพยายามใช้สารสกัดจากพืชที่มีฤทธิ์ตานมะเร็ง ควบคุมการรุกลามของเซลล์มะเร็งเต้านมที่ epigenetic mechanisms ซึ่งเป็นกลไกการแสดงออกของยีนที่เปลี่ยนแปลงไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงลำดับเบสของดีเอ็นเอ ประกอบด้วย DNA methylation, histone modification และ chromatin remodeling complex

การศึกษาเซลล์มะเร็งในปัจจุบันเน้นที่กลไก DNA methylation เป็นพิเศษ เนื่องจากพบว่าในเซลล์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีเอ็นไซม์ DNA cytosine methyltransferase (DNMTs: DNMT1, -3a, -3b) ทำหน้าที่เติมหมู่ methyl ให้กับสายดีเอ็นเอ กลไกนี้ทำใหเกิดการหยุดการแสดงออกของยีน ที่สงผลไปสูการเปลี่ยนแปลงทางกลไกชีวภาพของเซลล์เป็นต้น

การวิจัยผลของสารสกัดทุเรียนเทศต่อการทำงานของเอ็นไซม์ DNMTs และ DNA methylation ในเซลล์มะเร็งเต้านมจึงมีความจำเป็นต่อการศึกษาเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของโรค รวมถึงการค้นหาและพัฒนาสารยับยั้งมะเร็งเต้านมเพื่อพัฒนายารักษาในอนาคต

มะเร็งระยะสุดท้ายหายได้ด้วยทุเรียนเทศ

นับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมาจะเคยได้ยินมาบ่อยขึ้น เกี่ยวกับเรื่องทุเรียนเทศมีสรรพคุณทางยาเหมือนเป็น “ยามหัศจรรย์” เพราะทั้งผลทั้งใบเปรียบเหมือนยาวิเศษ จากคนที่เป็นแล้วตายอย่างเดียว หมอไม่มีทางรักษา แต่พอกินใบทะเรียนเทศหายขาดกันถ้วนทั่ว

ต่อไปนี้ขออนุญาตนำเอาประสบการณ์สุดอัศจรรย์ของชาวเมืองแพร่มายืนยันเพื่อเป็นวิทยาทาน สำหรับคนทั่วไป ว่า ดื่มน้ำต้มใบทุเรียนเทศแล้วสามารถรักษามะเร็งจนหาย ร่างกายกลับเป็นปกติเกือบ 100% 

นายพินิจ แสงสร้อย

ท่านผู้นี้เป็นอดีตนายก อบต. อาชีพทนายความ ป่วยโรงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เข้ารักษาทุกทางการแพทย์ จนมะเร็งร้ายขยายเข้าปอด-ตับระยะสุดท้าย น้องชายให้นำใบทุเรียนเทศมาต้มกินกว่า 3 เดือน เข้าพบแพทย์ต้องแปลกใจตรวจไม่พบ

นายพินิจ แสงสร้อย อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 7 ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่ อายุ 52 ปีและเป็นอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหรือ อบต.สบสาย 2 สมัย และมีอาชีพทนายความปัจจุบัน ได้เปิดเผย ความมหัศจรรย์ของทุเรียนเทศ ว่า เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เพราะตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฏาคม 2557 ที่ผ่านมา ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการเจ็บป่วยจนถึงขั้นแพทย์ระบุเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย

ทั้งนี้โดยอาการแรกเริ่มจากที่ตนเองรู้สึก เหมือนมีก้อนเนื้อขึ้นที่ลำคอ จนเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ระหว่างนั้นคิดว่าจะเลือกใช้วิธีรักษาแบบธรรมชาติและพยายามหายาสมุนไพรมากิน แต่ไม่หาย จนกระทั่งวันที่ 28 ธันวาคม 2557 ก้อนเนื้อที่ลำคอแตก รีบเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแพร่ โดยแพทย์วินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หลังจากรักษาแผลที่แตกเลือดหยุดไหลได้กลับมาพักรักษาต่อที่บ้าน ทุกคนในครอบครัวต่างช่วยกันพยายามหาหมอเก่งเฉพาะทางด้านมะเร็ง กระทั่งมีคนแนะนำว่ามีหมอที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตนก็ไปรักษา ขณะนั้นหมอระบุว่าว่ามะเร็งที่ลำคอแตกออกและยังมีเลือดไหลออกมาเรื่อยๆ ซึ่งได้ขยายลงไปสู่ปอดกับตับแล้ว ต้องอยู่รอดูอาการต่อไป

“หลังจากทราบการวินิจฉัยโรคแล้ว ทำให้ตนกลับบ้านมาด้วยความหมดหวัง และก้อนเนื้อที่ลำคอเริ่มโตขึ้นอีก เหมือนมีกะลามะพร้าวมาค้ำคออยู่ จนกระทั่งนายภัคพงษ์ แสงสร้อย น้องชาย ทำงานสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่กรุงเทพฯ แนะนำให้ตนเองลองใช้ใบทุเรียนเทศมาต้มดื่มกิน เผื่อจะหาย ตนเริ่มรู้สึกมีความหวังอีกครั้งรีบไปเสาะหาใบทุเรียนเทศที่จังหวัดลำพูน และนำมาต้มให้เข้มข้น จนน้ำกลายเป็นสีดำ ดื่มทุกวัน วันละ 3 เวลา โดยเริ่มดื่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เมื่อได้ประมาณ 20 วัน ปรากฏว่า เลือดที่ไหลออกมาเริ่มหยุดแห้ง ส่วนก้อนเนื้อที่ลำคอเริ่มยุบลงเรื่อยๆ” นายพินิจ กล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2558 นายพินิจเดินทางไปพบแพทย์เพื่อตรวจมะเร็ง ที่อำเภอแม่สาย หลังจากแพทย์ตรวจวินิจฉัยอีกครั้ง ต้องตกใจพร้อมระบุว่า เชื้อมะเร็งขยายลงไปที่ตับและปอด หายหมด ส่วนที่ลำคอจากมะเร็งระยะ 4 กลับดีขึ้น กลายเป็นเพียงระยะ 1 นอกจากนี้แพทย์ยังระบุอีกว่า ไม่น่าเชื่อที่หายแบบก้าวกระโดดเช่นนี้

“ ขณะนี้อาการทุกอย่างเกือบจะเป็นปกติมากกว่า 80% สามารถทำงาน ขับรถ ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับ 3-4 เดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงต้องต้มใบทุเรียนเทศ ดื่มต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหายเป็นปกติ” นายพินิจ กล่าวในขณะนั้น

สำหรับใบทุเรียนเทศในจังหวัดแพร่นั้น มีที่อำเภอร้องกวาง โดยตนเองยืนยันว่า มะเร็งหายได้จากการดื่มน้ำต้มใบทุเรียนเทศ เพราะตั้งแต่ดื่มน้ำต้มใบทุเรียนเทศมาก็ไม่ทานยาอย่างอื่นเลย เนื่องจากเกรงว่าตัวยาอาจทำลายสรรพคุณกันได้

ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์สุดอัศจรรย์ ชาวเมืองแพร่ ดื่มน้ำต้มใบทุเรียนเทศ รักษามะเร็งจนหาย ร่างกายกลับเป็นปกติเกือบ 100% 

ต่อไปนี้เป็นอีกประสบการณ์อีกท่านหนึ่งคือนางสมใจ ปฏิยุทธ โดยได้บอกเล่าและให้เพื่อนช่วยแปลและเรียบเรียงเผยแพร่ทั่วไป โดยมุ่งหวังที่จะช่วยนำความรู้เกี่ยวกับทุเรียนเทศให้แพร่หลายออกไป  เพื่อประโยชน์แก่ผู้ป่วยมะเร็งและผู้รักสุขภาพทั้งหลาย โดยมีข้อความสำคัญว่า … คุณหมอบอกว่าข้าพเจ้าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 2 ต้องได้รับการผ่าตัดด่วน ตอนนั้นอายุ 63 ปี หลังจากการผ่าตัดต่อมาได้รับเคมีบำบัดรวม 11 ครั้ง(ครั้งที่ 12 งดไปเพราะข้าพเจ้าไม่ไหวแล้วคุณหมอยอมหยุด)ช่วงระยะที่รับเคมีบำบัดข้าพเจ้าอ่อนแอมากต้องจ้างแม่บ้านมาดูแลเรื่องอาหาร ดูแลบ้าน  กินอาหารเช้าเสร็จนั่งพักสักครู่  ก็ต้องนอนหลับบ้างไม่หลับบ้าง  เที่ยงกินอาหารเที่ยง  พัก  ขึ้นนอน  ตื่นขึ้นมากินอาหารเย็น  นอน  ทำเช่นนี้อยู่นาน  6 – 7 เดือน 

“เสร็จจากเคมีบำบัดได้ตัดสินใจไปศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี จ.เชียงใหม่  ตื่นเช้า 6:30 น.ขับรถ(10 กิโล เมตร) ไปออกกำลังกาย  อบตัว  นวดตัวอาบแดด  รับน้ำเกลือ+วิตามินซี  รับการอบรม  กินอาหารมังสวิรัติร่างกายก็ค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น  หลังจากเข้าคอร์สอย่างเข้มข้น7 วัน ข้าพเจ้ายังคงไปรับน้ำเกลือ+วิตามินซีอีกสัปดาห์ละครั้งนาน 6เดือน  หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เว้นระยะห่างเป็น 2 สัปดาห์/ครั้ง 1 เดือน/ครั้งตามลำดับทำเช่นนี้ 2 ปี  เริ่มกินปลาได้ กินแกงส้ม ต้มปลา ต้มเห็ด3 อย่าง ต้มผักและพยายามทำอาหารเอง(แม่บ้านได้ขอลาออก) รู้สึกดีที่ได้ทำอะไรเอง  ได้ออกกำลังกายบ้าง”

นางสมใจ  กล่าวต่อว่า 4 ปี หลังจากปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดตามที่คุณหมอศูนย์ธรรมชาติบำบัดแนะนำไป  x-ray  ที่โรงพยาบาล  คุณหมอตรวจพบก้อนเนื้อที่ปอด เป็นมะเร็ง จะทำยังไงได้นอกจากเข้ารับการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออก  คุณหมอจะทำเคมีบำบัดครั้งที่  2  ไม่ไหว  ข้าพเจ้าไม่ยอม เข็ดขยาด กลัว ไม่พร้อมกลับไปตรวจระยะเวลาห่างกันเพียง 6 เดือน มะเร็งกลับมาอีกก้อนเนื้อที่  2  งอกออกมา  

ครั้งนี้คุณหมอได้ตัดปอดกลีบบนด้านขวาออก ไปและได้ทำเคมีบำบัดครบ  12  ครั้ง  แปลกที่ว่าข้าพเจ้าทนยาเคมีครั้งที่  2  ได้ดีกว่าครั้งแรก  ไม่ต้องถึงกับล้มหมอนนอนทั้งวัน  ทำอาหารกินเองได้  เดินเล่น  ฝึกโยคะ  ไปซูเปอร์  ไปวัด  ไปสังสรรค์ได้

เวลาผ่านไปประมาณ 1 ปี เพื่อนคนหนึ่งได้ส่งหนังสือ “ธรรมชาติช่วยชีวิต” (Dr. Tom Wu เขียน/ชาญชนประกอบแปล)  เป็นหนังสือที่ดีมาก เพียงแต่เราปรับเปลี่ยนอาหารและวิธีการกิน  ทำให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ 

ดร.อู๋ ได้เน้นเรื่องการกินผัก  60% ข้าว10% ผลไม้10%  ถั่ว10% โปรตีนจากสัตว์  5%  เมล็ดพืชเปลือกแข็งและเมล็ดพืชดิบ 5%ข้าพเจ้าได้ปั่นน้ำผัก+ผลไม้ดื่มทุกวัน เปอร์เซ็นต์อาจจะไม่ได้ตามสูตรเป๊ะ ปรับเปลี่ยนบ้างให้มีรสเปรี้ยว หวาน เค็ม ไม่จืดเกินไปพยายามทำอาหารเองส่วนใหญ่เป็นประเภทปลา ผักและผลไม้ ขนมปังโฮลวีท  ข้าวกล้อง เป็นต้น

ระยะหลังจากการรับเคมีบำบัดครั้งที่  2  ข้าพเจ้าได้ตัดสินใจกินยาไฟโตเพล็กซ์ (ยานี้เป็นสูตรตำรายาของคุณหมอสมหมาย  ที่ได้มอบให้องค์การเภสัชกรรมไปพัฒนาและผลิตจำหน่าย) และใบทุเรียนเทศหรือทุเรียนน้ำ ต้มสลับกัน คือ กินยา 3 วัน ดื่มใบทุเรียนน้ำต้ม 3 วัน หยุด 1 วัน ทำเช่นนี้ 6 เดือน หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ  ลดจำนวนยา  และใช้ใบทุเรียนน้ำชงเป็นชาดื่ม  ผ่านไป  3  ปีกว่าแล้ว  ไปตรวจ  x-ray  ครั้งหลัง  คุณหมอถึงกับอุทานว่า  “miracle”  “ปอดของคุณป้าสะอาดมากไม่มีอะไรเลย  

ทั้งนี้โดย ผลการตรวจค่า CEA = 1.1(ค่าCEAของคนปกติไม่ควรเกิน  2.5) สยบมะเร็งได้แล้วใช่ไหมเพื่อนหลายคนประหลาดใจ  เมื่อเห็นข้าพเจ้าเดินเข้าไปที่งานสังสรรค์รุ่น  ได้เข้ามาถามไถ่เรื่องอาหารและสูตรยาสยบมะเร็ง

ต่อมา ข้าพเจ้าได้ไปสืบเสาะหาทุเรียนน้ำ(ทุเรียนเทศ) เมื่อพบแล้วได้ขอใบเขามาต้มดื่ม  เมื่อมีลูกก็เอามาปั่นดื่ม  เจ้าของไม่หวงเพราะตัวเขาเองไม่กินเพราะไม่อร่อย เปรี้ยว  ปัจจุบันนี้ไม่กล้าขอฟรีอีกแล้ว  บางจังหวัดมีชาวสวนนำมาขายกิโลกรัมละ100 – 150 บาท  ขายทางอินเตอร์เนตแพงกว่ามาก  ดีใจที่ชาวสวนมีรายได้และมีความรู้เกี่ยวกับทุเรียนน้ำมากขึ้น  แม้แต่ชาวเขาบนดอยอมก๋อย (จ.เชียงใหม่)  ญาติของข้าพเจ้าเห็นลูกทุเรียนน้ำที่ต้นลูกใหญ่ลูกหนึ่ง  ขอซื้อเขาไม่ขาย  บอกว่าจะเก็บไว้ให้ลูกหลานกิน โดยเนื้อทุเรียนน้ำเหมือนน้อยหน่าไม่มีผิด รสชาติก็คล้ายๆแต่มีรสเปรี้ยวผสม

การต้มใบทุเรียนดื่มได้เห็นผลชัดเจนกับข้าพเจ้าและผู้ป่วยมะเร็งรายหนึ่งเธอเป็นมะเร็งลำไส้ครั้งแรก และเป็นมะเร็งปากมดลูกครั้งที่  2  ได้ไปรับคีโมจนผมร่วง  คลื่นไส้  อาเจียน ทนไม่ไหวแล้วขอหยุด  ข้าพเจ้าได้นำเอกสารฝากไปให้ผู้ป่วยรายนี้  เธอเชื่อและต้มใบทุเรียนน้ำดื่ม  กินไฟโตเพล็กซ์ ปรากฏว่ามะเร็งหายไป  เธอดีใจมากและได้ถ่ายเอกสารแจกจ่ายให้ผู้ป่วยรายอื่นทราบ  เวลาผ่านมา  2  ปีแล้ว  เธอยังคงแข็งแรงดีไปทำงานได้

“ขอให้ผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งจงมีกำลังใจที่เข้มแข็งต่อสู้กับโรคอย่างอดทนเหมือนคนเป็นโรคอื่นๆ ใช้ชีวิตตามปกติ  แต่ต้องไม่ทำงานหนักหรือมุ่งมั่นอยากให้โรคหายโดยเร็ว  การดื่มใบทุเรียนเทศต้มหรือปั่นผลทุเรียนเทศกินเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้เซลล์มะเร็งลดน้อยลงไปได้งานวิจัยทั้งหลายมีเฉพาะในหลอดทดลองและการทดลองกับหนูเท่านั้น  การทดลองในคนยังมีเฉพาะผู้ป่วยที่ทดลองดื่มกินกันเอง บางคนหาย (หลังจากรับเคมีบำบัดร่วมด้วย)บางคนไม่หายแต่ก็มีความหวังว่าพืชชนิดนี้จะเป็นทางเลือกของผู้ป่วยมะเร็งที่แพ้กับการรับเคมีบำบัด  หรือเป็นตัวเสริมให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น  ขอให้ผู้ป่วยมะเร็งทั้งหลายจงโชคดี”  นางสมใจ  กล่าว

(ตอนต่อไป : เปิดบันทึกของเรย์รักษามะเร็งให้ภรรยาหายได้ด้วยทุเรียนเทศ)