กินอย่างไรเมื่อเป็นมะเร็ง (ตอนที่ 1)

แชร์

วิถีสุขภาพ

โดย…พินิจ จันทร

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2564

โภชนาบำบัดเป็นที่ดีที่สุดในการต้านมะเร็ง

กล่าวได้ว่าการกินที่ดีย่อมถือว่าเป็นยาที่ดีได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้การเน้นเรื่องของโภชนาบำบัดกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความสนใจมากในขณะนี้ เพราะจากผลการวิจัยของสถาบันป้องกันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา พบว่า การทานผักและผลไม้ให้มากขึ้นอีกวันละ 1 มื้อ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งสมองและคอให้ลดลงได้

แสดงให้เห็นว่าอาหารเป็นตัวการสำคัญในการป้องกันโรคมะเร็ง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าโรคมะเร็งเกือบถึง 2 ใน 3 เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตประจำวันของเรานั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่หรือขาดการออกกำลังกาย และยังพบด้วยว่าผู้ที่กินผักและผลไม้วันละ 6 มื้อ จะช่วยให้ห่างจากโรคมะเร็งทั้งคู่นี้ได้ถึง 29% หากเทียบกับคนที่กินเพียงวันละครึ่งมื้อเท่านั้น

Dr.Charlette Gallagher Allred ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนบำบัดจากประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ความชราเป็นสิ่งที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมักจะเกี่ยวโยงไปถึงการเปลี่ยนแปลงในทางสรีรวิทยาของร่างกาย มีสภาพการเสื่อมของระบบอวัยวะ

ทางด้านองค์การอนามัยโลกได้ตั้งเกณฑ์ขึ้นเพื่อใช้กันทั่วๆ ไปว่า ผู้สูงอายุ คือ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ปัจจุบันแนวโน้มของการเพิ่มประชากรกลุ่มนี้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โภชนาการจัดได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญ การที่ผู้สูงอายุได้รับสารอาหารไม่เพียงพอหรือได้มากเกินไป มีผลซ้ำเติมอวัยวะต่างๆ มีแนวโน้มจะเสื่อม และอุบัติการณ์การเกิดโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน

โภชนาการในผู้สูงอายุแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มที่ 1. อาหารที่เหมาะสมสำหรับเมตาบอลิซึม กลุ่มที่ 2. อาหารเพื่อช่วยให้มีสุขภาพดีและมีชีวิตยืนยาว และกลุ่มที่ 3. อาหารที่เหมาะสมกับโรค อาทิอาหารสำหรับผู้ที่เป็นโรคความดัน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน เป็นต้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาบำบัดกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาที่ผู้สูงอายุกินอาหารได้น้อยลง เกิดจากสาเหตุมาจากปัญหาหลายประการ ทั้งเรื่องเหงือกและฟัน ทำให้เคี้ยวอาหารลำบาก ปุ่มรับรสอาหารที่ลิ้นเสื่อมและมีจำนวนลดลง ทำให้ทานอาหารได้น้อยลง ปลายประสาทรับกลิ่นในจมูกทำหน้าที่ได้ไม่ดีเหมือนเดิม ผู้สูงอายุมักจะกังวลและเศร้าใจ และสมรรถภาพของร่างกายจะลดลงตามอายุ

กินอย่างไรเมื่อเป็นมะเร็ง

มะเร็งเป็นโรคร้ายที่ไม่ต้องการเป็นได้ย่างกรายมาถึงตัวเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือ ขอให้มีกำลังใจในการดูแลรักษาตนเอง และเริ่มต้นปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เอื้อกับสุขภาพมากขึ้น ทั้งในเรื่องของอาหารการกิน การออกกำลังกาย และการหลีกหนีจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ในวงการแพทย์มักจะรักษามะเร็งโดยการทำลายเซลล์มะเร็งให้หมดสิ้นไปด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การผ่าตัดก้อนมะเร็งหรือตัดอวัยวะที่เป็นมะเร็งออกไป
กรณีที่ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้อาจใช้วิธีรังสีรักษา ซึ่งใช้รังสีฉายบริเวณที่เป็นครั้งละน้อยๆ เพื่อทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็ง หรือฝังแร่ในบริเวณที่เป็นมะเร็ง และยังใช้ยาหรือฮอร์โมนบางอย่างที่มีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งด้วย ซึ่งเรียกกันว่าเคมีบำบัด
ใครก็ตามที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และกำลังรักษาด้วยวิธีการดังกล่าวข้างต้น มักมีอาการข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับความต้องการอาหาร และการย่อยอาหารที่ผิดปกติไป ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งกินอาหารได้น้อยลงจนทำให้น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่งผลให้สุขภาพโดยรวมย่ำแย่ลง ดังนั้น ในผู้ป่วยมะเร็งทุกคนจึงควรใส่ใจในเรื่องการกินอาหารให้มากขึ้น

(ตอนต่อไป : การรู้จักการกินที่ไม่มีเบื่ออาหาร)


แชร์