สุดยอดพืชสมุนไพรรักษามะเร็งร้าย (ตอนที่ 5)

แชร์

วิถีสุขภาพ

โดย…พินิจ จันทร

วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564

มะตูม

เป็นทั้งอาหารและยาสมุนไพรที่คนไทยใช้ในชีวิตประจำวันมาเนิ่น คาดว่ามีถิ่นกำเนิดในอินเดีย โดยถือเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เป็นตัวแทนของพระอิศวร

ชื่อวิทยาศาสตร์ อีเกิ้ล มาร์มีลอส(Aegle marmelos Corr.)

อยู่ในวงศ์ ลูตาซีอี้ (Rutaceae)

ชื่อภาษาอังกฤษ เบนกอลควีนซ์ (Bengal Quince) เบอัล (Bael) เบอัลฟรุ๊ท (Bael fruit)และอีเลฟเฟน แอปเปิ้ล (Elephant’s Apple)

ชื่อพื้นเมือง มะปิน(เหนือ) กะทันตาเถร ตูม ตุ่มตัง(ใต้) มะตูม(กลาง,ใต้) บัวตูม (ยโสธร-อิ สาน)หมากตูม(อุดรธานี มหาสารคาม อีสาน) มะปีส่า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) พะเนิว(เขมร)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

เป็นพันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นศิริมงคล มะตูมเป็นไม้ต้น ผลัดใบ สูง 5-10 เมตร พบประปรายตามป่าเบญจพรรณ ยกเว้นภาคอีสานและภาคใต้ ออกดอกประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และให้ผลแก่ประมาณ ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ต้นมะตูมมีเนื้อไม้ละเอียดสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอม เมื่อยังสดใช้ทำตังเกวียน เพลาเกวียน และหวี

1.เปลือกลำต้น เรียบ สีน้ำตาล

2.ใบ เป็นใบประกอบชนิด มีใบย่อย 3 ใบ ออกเวียนเป็นเกลียวรอบกิ่ง ใบย่อย รูปไข่หรือรูปหอกแกมรูปไข่ปลายเรียวแหลมกว้าง1.75-7.5 ซม.ยาว4-13.5 ซม.ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ฐานใบมน ก้านใบยาว ใบมีกลิ่นหอม หากนำใบส่องแดดจะเห็นเนื้อใบมีต่อมน้ำมันจุดใส่ๆ กระจายอยู่

3.ดอก เป็นดอกช่อ ออกตรงปลายกิ่งหรือซอกใบ ดอกย่อยสีขาวหรือขาวปนเขียว มีกลิ่นหอมไกล กลีบเลี้ยง 5

4.กลีบ กลีบดอก 4-5 กลีบ เกสรตัวผู้มีหลายอัน เกสรตัวเมีย 1 อัน

5.ผล เป็นรูปไข่หรือรูปกลม เปลือกผลจะหนาแข็งผลอ่อนจะมีเปลือกสีเขียว เมื่อแก่จะกลายเป็นสีเขียวอมเหลือง ภายในผลมีเนื้อสีส้ม ปนเหลือง ภายในผลมีเนื้อนิ่มมีเมล็ดจำนวนมากแทรกอยู่ในเนื้อผล

สารเคมีที่พบ

ผลมะตูม ประกอบด้วยสารที่มีลักษณะเป็นเมือกๆ คือ mucilage, pectin, tannin, volatile oil และสารที่มีรสขม สารจากผลมะตูมสามารถยับยั้ง thyroid cancer และมีฤทธิ์ยับยั้งไวรัส และต้านการอักเสบ

ใบ มี aegeline (steroidal alkaloid) aeglenine, coumarin

สรรพคุณทางยา

มะตูมประกอบด้วย สารเพคติน (pectin) สารเมือก (mucilage) และสารแทนนินซึ่งให้รสฝาด นอกจากนี้ยังมีสารขมต่างๆ ได้แก่ สารคูมาริน (coumarin) และมีสารฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ซึ่งมีสรรพคุณแก้ท้องเสีย แก้บิด ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ

คนไทยไม่ค่อยจะรู้สรรพคุณมากเท่าใด คนส่วนมากจะรู้จักแต่น้ำมะตูมกลิ่นหอมชื่นใจ ดื่มร้อนหรือเย็นก็รสชาติอร่อย คลายร้อนได้ดีนัก คนที่ชอบทานอาหารเผ็ดจัดจ้านอย่างอาหารภาคใต้ ทานน้ำพริกหรือลาบก้อยเป็นประจำ นิยมใช้ใช้ยอดอ่อนและผลอ่อนเป็นผักแกล้ม มีรสฝาดปร่า ขื่น มัน แก้ปวดศีรษะ ตาลาย ลดความดันโลหิตสูง ผลสุกนิยมทานเนื้อในเป็นผลไม้รสชาติอร่อย หรือฝานเป็นแผ่นบางๆ ตากแห้ง ใช้ต้มทำน้ำมะตูมหรือทำชา เป็นที่นิยมมาก

ในตำรายาไทยมักกล่าวถึงเสมอคือ มะตูมนิ่ม ซึ่งปัจจุบันได้พบแล้วว่ามะตูมนิ่มมีอยู่จริง แต่เป็นพันธุ์ที่ค่อนค้างหายาก ลักษณะทั่วไปเหมือนมะตูมเปลือกแข็งนี่แหละ แต่มะตูมนิ่มจะมีเปลือกนิ่มกว่า แม้เอาไปตากแดดจนแห้งแล้ว ลองจับดูยังพบว่านิ่มเหมือนเดิม มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงกำลัง ขับลม และเจริญอาหาร

มะตูมนิ่ม ถูกกล่าวขานมากเพราะเป็นหนึ่งในตัวยาตำรับยาอายุวัฒนะที่ชื่อว่าลูกแปลกแม่ ซึ่งประกอบด้วยตัวยา 3 ชนิด คือ มะตูมนิ่ม กล้วยน้ำไท และพริกไทย

จากข้อมูลของอินเดียระบุไว้ว่า สารสกัดจากใบมะตูมช่วยทำให้เนื้อตับและไตที่ผิดปกติเนื่องจากภาวะของเบาหวานสามารถกลับคืนสู่ภาวะใกล้เคียงปกติ และช่วยในการฟื้นฟูของตับอ่อนที่ถูกทำลาย ซึ่งสอดคล้องกับสรรพคุณที่ทางยาไทยใช้มะตูมเป็นยาสมุนไพรบำรุงไฟธาตุ บำรุงน้ำดี

ดื่มน้ำมะตูมเป็นประจำจัดเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงกำลัง เจริญอาหาร หรือเอาผลสัก 2 ผลทุบให้แตก ผสมกับกำลังเจ็ดช้างสาร ดองด้วยเหล้าขาว 40 ดีกรี ดื่มวันละ 3 เวลาก่อนอาหารเช้า เย็น และก่อนนอน เป็นยาอายุวัฒนะและบำรุงกำลังขนานเอก

ส่วนที่ใช้ประโยชน์ คือ ผลมะตูมอ่อน ผลสุก เปลือก ลำต้น และราก ซึ่งแต่ละส่วนของมะตูมจะให้สรรพคุณแตกต่างกันดังต่อไปนี้

ผลมะตูมนิ่ม ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ขับลม เจริญอาหาร และบำรุงกำลัง

เปลือก รากและลำต้น ใช้แก้ไข้จับสั่น ขับลมในลำไส้ สำหรับรากมะตูมบ้านนิยมใช้ในการปรุงยา

ยอดอ่อนและใบอ่อน-มีรสเผ็ดร้อน อมฝาด กลิ่นหอม เป็นยาบำรุงธาตุทำให้เจริญอาหารแก้ท้องเดิน

ใบสด รสปร่า ขื่น มัน แก้หลอดลมอักเสบ แก้หวัด แก้ตาเจ็บ แก้เยื่อตาอักเสบ แก้เลือดเป็นพิษ แก้ไข้ แก้หืด แก้เสมหะเหนียว แก้บวม แก้ลงท้อง แก้ฝีเปื่อยพัง บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้เสมหะ แก้มูกเลือด แก้กระหายน้ำ

ราก รสปร่าชาขื่นเล็กน้อยแก้พิษฝีแก้ไข้แก้ลมหืดหอบไอช่วยบำบัดเสมหะรักษาน้ำดีใบรสฝาดเป็นยา บำรุงธาตุทำให้เจริญอาหาร แก้โรคลำไส้ แก้ท้องเดินน้ำที่คั้นจากใบใช้แก้หวัดแก้หลอดลมอักเสบผลมะตูมสุก รสหวาน สรรพคุณ แก้ลม แก้เสมหะ แก้มูกเลือด บำรุงไฟธาตุ แก้กระหายน้ำ ขับลมผาย

แก่น แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด

หนาม แก้พิษฝีต่างๆ แก้ไข้ ลดความร้อน แก้ไข้พิษ แก้ไข้กาฬ

ดอก แก้ลงท้อง แก้ฝีเปื่อยพัง แก้บวม แก้ตัวพยาธิ แก้ตกโลหิต

ผลอ่อน รสฝาดร้อน ปร่า ขื่น หั่นผึ่งให้แห้งบดให้เป็นผง หรือต้มรับประทานแก้ธาตุพิการ แก้ท้องเสีย แก้บิด แก้โรคกระเพาะอาหาร เจริญอาหาร ขับผาย ลม บำรุงกำลัง เป็นยาบำรุงธาตุทำให้เจริญอาหาร แก้ลม แก้เสมหะ

ผลแก่ แก้เสมหะและลม บำรุงธาตุไฟ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยขับลมผาย และช่วยเจริญอาหาร

ผลโตเต็มที่ ฝานเป็นชิ้นบางๆ ตากแห้งคั่วให้เหลือง ชงรับประทาน แก้ท้องเดิน ท้องเสีย ท้องร่วง โรคลำไส้เรื้อรังในเด็ก

ผลแก่จัดแต่ยังไม่สุก – นำมาเชื่อมรับประทานต่างขนมหวาน จะมีกลิ่นหอม และรสชวนรับประทาน บำรุงกำลัง รักษาธาตุ ขับลม

ผลสุก ผลสุกของมะตูมใช้เป็นยาระบาย แก้ครั่นเนื้อครั่นตัว แก้ท้องเสีย แก้บิดเรื้อรัง ช่วยย่อยอาหาร แก้ลมเสียดแทงในท้อง แก้มูกเลือด แก้กระหายน้ำ ขับลม เป็นยาธาตุสำหรับผู้สูงอายุที่ท้องผูก และเป็นยาขับลม เนื่องจากมีสารเพคตินจึงมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคในลำไส้ได้ โดยสารเพคตินจะไปรวมกับสารพิษ(toxin) ที่ผลิตโดยเชื้อก่อโรค

เนื้อในผลสุก รสหวานเย็น ต้มดื่มหรือเอาเนื้อรับประทาน แก้ลมเสียดแทงในท้อง แก้มูกเลือด บำรุงธาตุไฟ ช่วยย่อยอาหาร แก้พิษฝี แก้ไข้ แก้ลม หืด หอบ ไอ

เนื้อใน ตากแห้งใช้ทำเครื่องดื่ม ช่วยย่อยอาหาร รักษาโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร แก้ท้องเสีย ส่วนผลมะตูมสุกใช้เป็นยาระบาย

(ตอนต่อไป : มังคุด)


แชร์