สุดยอดพืชสมุนไพรรักษามะเร็งร้าย (ตอนที่ 3)

แชร์

วิถีสุขภาพ

โดย…พินิจ จันทร

วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564

บัวบก

บัวบก บัวบกมีแหล่งกำเนิดที่อินเดีย ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย ศรีลังกา อเมริกาใต้ และประเทศแถบตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นพืชสมุนไพรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี เป็นสมุนไพรในเขตร้อนที่ขึ้นในที่ชื้นๆ ทั่วไป เป็นผักพื้นบ้านที่คนในแถบนี้คุ้นเคย ในพม่ามียำใบบัวบก คนมาเลเซียผสมใบบัวบกลงในผักสลัด ในไทยนิยมใช้บัวบกเป็นผักแกล้มลาบ ส้มตำ ซุปหน่อไม้ กินกับน้ำพริก หรือกินกับหมี่กรอบ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย และเป็นที่รู้กันดีว่าน้ำใบบัวบกมีสรรพคุณแก้ช้ำใน คนจีนเชื่อว่าน้ำใบบัวบกเป็นยาแก้ช้ำใน ช่วยลดการกระหายน้ำ บำรุงกำลัง ในตำรายาไทยกล่าวว่า บัวบกมีรสเฝื่อนขมเย็น แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ ขับปัสสาวะ ขับโลหิตเสีย

ชื่อวิทยศาสตร์ : Centella asiatica (Linn.) Urban.
ชื่อวงศ์ : Umbelliferae
ชื่ออังกฤษ : Asiatic pennywort
ชื่อท้องถิ่น : ผักแว่น, ผักหนอก, ปะหนะ, เอขาเด๊าะ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
บัวบกเป็นพืชล้มลุก ขึ้นเป็นกอติดดิน มีอายุหลายปี ลำต้นเลื้อยไปตามพื้นดิน แตกราก และใบตามข้อ ใบเป็นเดี่ยว รูปไตออกเป็นกระจุกตามข้อ ขอบใบหยัก ก้านใบยาว ดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อเล็กๆ ประมาณ 3-4 ดอก ดอกสีม่วงแดง ผลแบน

สารสำคัญ

ส่วนที่ใช้ประโยชน์ของบัวบกคือ ใบ เถาและต้น ซึ่งแต่ละส่วนจะให้สรรพคุณแตกต่างกัน โดยมีฤทธิ์ในการสมานแผลและลดการอักเสบ เนื่องจากมีสารพวก กรดมาดิคาสสิค (madecassic acid) กรดเอเซียติค (asiatic acid) เอเซียติโคไซด์(asiaticoside) และมาดิคาสโซไซด์ (madecassoside) ซี่งมีสรรพคุณในการสมานแผล และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดหนอง ฆ่าเชื้อราและลดอาการอักเสบได้ สารสกัดจากต้นบัวบกด้วยน้ำ มีฤทธิ์ในการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร

อีกทั้ง สารสกัดจากผลแห้งของบัวบกมีฤทธิ์ยับยั้งการแแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งบางชนิด รักษาแผลเรื้อรังเพราะมีสาร เช่น เอเซียติโคไซด์(asiaticoside) และกรดมาดิคาสสิค ซึ่งช่วยรักษาเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ส่งเสริมการทำงานของสมอง

สารสำคัญในใบบัวบกมีฤทธิ์ในการเร่งสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจน จึงช่วยสมานแผล ทำให้เลือดไหลเวียนดี เป็นยาบำรุง แก้อาการอ่อนเพลีย รักษาแผลภายนอกโดยใช้ทา นอกจากนี้ยังมีรายงานการใช้บัวบกรักษานิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ขับปัสสาวะ แก้หัด ลดความดันโลหิต แก้ตับอักเสบ ช่วยทำให้ผมดก กันและแก้ศรีษะล้าน

ในประเทศฝรั่งเศสมีการพัฒนารูปแบบของบัวบก เป็นครีมและยาฉีดใช้รักษาแผลสด ในออสเตรเลียนิยมรับประทานใบสด โดยแนะนำให้รับประทานวันละ 2 ใบ ทุกวัน เพื่อใช้เป็นยาอายุวัฒนะ เพราะพบว่า สารในใบบัวบกช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจน ซึ่งช่วยชะลอความชรา หรือความเสื่อม เพิ่มความทรงจำ นอกจากนี้หากใช้บัวบกในลักษณะเป็นผงแห้ง แนะนำให้ใช้ 600 มิลลิกรัม หรือ 1 ช้อนชา ชงเป็นชาดื่ม

สำหรับในประเทศไทยมีผลงานวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยความร่วมมือของโรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลศิริราช พัฒนารูปแบบของครีมบัวบก ในผู้ป่วยที่เป็นแผลเรื้อรังจากแผลกดทับ แผลที่เกิดจากอุบัติเหตุ และแผลติดเชื้อ พบว่า ครีมดังกล่าว ทำให้แผลหายเร็วขึ้น ลดอาการอักเสบลงได้ดีค่ะ

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าชาวจีนและชาวอินเดียก็มีการใช้บัวบกกันมานาน ในการรักษาอาการอักเสบ แก้ฟกช้ำเพราะช่วยทำเลือดกระจาย จึงบรรเทาอาการเส้นเลือดขอด (Varicose Vein)ได้ดี ใช้แก้ปวดศรีษะ บำรุงกำลัง นอกจากนี้สารแวลลารีน (vallarine) ยังรักษาโรคซิฟิลิส โรคเรื้อน มีฤทธิ์ฝาดสมานแผลจึงใช้เป็นส่วนผสมในการทำแชมพูและครีมนวด เพื่อป้องกันผมร่วงศรีษะล้าน ช่วยให้ผมดกได้ผลดีมาก

คุณค่าทางโภชนาการ

บัวบก ประกอบด้วย เส้นใย พลังงาน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ (มีมาก) วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน วิตามินซี มีสารพวก ไตรเทอร์ปีน (triterpene) และไตรเทอร์ปีนไกลโคไซด์ (triterpeneglycoside) หลายชนิดเช่น กรด เอเซียติค (asiatic acid) กรดมาดิคาสสิค (madecassic acid) เอเซียติโคไซด์(asiaticoside) มาดิคาสโซไซด์ (madecassoside) และสารขมที่มีชื่อว่า แวลลารีน (vallarine)

ส่วนที่ใช้ใบและเถา รสกรอบมัน รับประทานเป็นผัก ปรุงเป็นเครื่องดื่มได้ ใบบัวบกเอาไปรับประทานกับก๋วยเตี๋ยวผัดไทยได้อย่างเอร็ดอร่อยเข้ากันได้ดีมาก เคี้ยวก๋วยเตี๋ยวผัดไทยไปพลางแกล้มด้วยใบบัวบกได้รสชาติที่ดีจริงๆหรือใช้เป็นผักแกล้มกับแกงเผ็ดทางใต้ หรือนำมาหั่นแกงกะทิกับกุ้งก็อร่อยเช่นกัน ที่นิยมกันมากคือน้ำใบบัวบกมีผู้ไปทำขายเป็นเครื่องดื่มมีกลิ่มหอมรสดี บวกกับความหวาน ความเย็นแสนจะชื่นใจ ราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด มีประโยชน์คับแก้ว แต่ไม่ควรนำสีมาผสม เพราะไม่ใช่สีธรรมชาติ อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ เราควรทำน้ำใบบัวบกดื่มเองจะดีกว่า ง่าย สะดวกไม่ยุ่งยากซับซ้อน

สรรพคุณทางยาสมุนไพร

ส่วนที่ใช้เป็นยา ทั้งต้นสด ใบและเมล็ด ช่วงเวลาที่เก็บยาเก็บตอนที่ใบสมบูรณ์เต็มที่ สรรพคุณทางยารวมทั้งต้นสามารถแก้เจ็บคอได้ ทำให้มีความสดชื่น ชุ่มคอ แก้ช้ำในก็ดีมาก สามารถแก้ความดันโลหิตสูงได้อย่างดีทีเดียว
ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง เมื่อดื่มน้ำบัวบกทุกๆวันเป็นประจำเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้นก็จะทราบได้ทันทีว่าความดันโลหิตลดลงอย่างน่าพิศวงโดยไม่ต้องไปรับประทานยา ทั้งยังใช้บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย กระหายน้ำ ขับปัสสาวะ รักษาบาดแผล แก้โรคปวดเมื่อย แก้โรคเรื้อน แก้กามโรค ตับอักเสบ ส่วนเมล็ดมีรสขมเย็น แก้บิด แก้ไข้ ปวดศีรษะ
1. ใช้รักษาแผลสด แผลเรื้อรัง หรือแผลหลังผ่าตัด บัวบกจะช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยให้แผลหายเร็ว และแผลเป็นมีขนาดเล็ก
2. ใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

วิธีใช้ ใช้ใบบัวบกสดทั้งต้น 1 กำมือ ล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียด เอาน้ำทาบริเวณที่เป็นแผลเป็นบ่อยๆ ใช้กากพอกด้วยก็ได้ จะช่วยลดอาการอักเสบและทำให้แผลหายเร็วขึ้น ปัจจุบันทดลองในรูปครีมของสารสกัดจากบัวบก 1 % ใช้ได้ดี

3.แก้อาการฟกช้ำ ช่วยให้เลือดกระจายตัว ชาวจีนเชื่อกันว่า บัวบกแก้ฟกช้ำ แก้ช้ำใน ทำให้เลือดกระจายตัวหายฟกช้ำได้ดี แก้กระหายน้ำ และบำรุงร่างกายได้อีกด้วย

วิธีใช้ ใช้ในรูปของผักสด และเตรียมเป็นเครื่องดื่ม ประเทศฝรั่งเศสมีการพัฒนายาจากบัวบก โดยทำในรูปของครีมทาแผล ยาผงโรยแผล ยาเม็ดรับประทาน พลาสเตอร์ปิดแผล และในรูปยาฉีด เพื่อใช้ในการรักษาแผลสด และแผลหลังผ่าตัด ในประเทศไทย มีผู้ทดลองเตรียม ครีมจากสารสกัดบัวบกเพื่อใช้ทาแผล และบริเวณฟกช้ำ ใช้รักษาได้ผลดี

4.ผู้ที่เป็นโรคตับ ตับโต ตับอักเสบ ใช้ต้นสด 240-550 กรัม ต้มคั้นเอาน้ำขนาดชามใหญ่ดื่มทุกวัน

5.อาการร้อนในกระหายน้ำ อ่อนเพลีย ใช้น้ำคั้นจากใบสด ทำให้เจือจาง ปรุงรสด้วยน้ำตาลใส่น้ำแข็ง ดื่มเป็นเครื่องดื่มอาการดังกล่าวจะค่อยหายไป

6.การทดลองและวิจัยมีรายงานพอน่าเชื่อถือได้ ว่าแก้ปวดเมื่อย เจ็บหน้าอก เจ็บหลัง เอว ใช้ต้นแห้งบดเป็นผงรับประทานวันละ3-4 กรัม แบ่งรับประทานเป็น 3 ครั้ง

7.แก้ตับอักเสบใช้ต้นสด 120 กรัม ผสมน้ำ 500 มิลลิลิตร นำไปต้มให้เหลือ 250 มิลลิลิตร ใส่น้ำตาลกรวดลงไป 60 กรัม ขณะที่ยังร้อน แบ่งรับประทาน 2 ครั้ง ตอนท้องว่างติดต่อกัน 7 วัน เป็น 1 รอบของการรักษา

8.นอกจากนี้ใช้ใบบัวบกรักษาแผลเรื้อรัง แผลอักเสบได้ผลดี

(ตอนต่อไป : บัวบกตามศาสตร์แพทย์แผนจีน)


แชร์