สุดยอดพืชสมุนไพรรักษามะเร็งร้าย (ตอนที่ 1)

แชร์

วิถีสุขภาพ

โดย…พินิจ จันทร

วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564

สุดยอดพืชสมุนไพรต้านมะเร็ง

___________________________

ปัจจุบันการนำพืชสมุนไพรมาใช้บำบัดรักษาและต้านมะเร็งหลายชนิด แต่จากการศึกษาวิจัยและกระแสที่นำมาใช้แล้วได้ผล มีดังต่อไปนี้

กระชาย

เป็นพืชล้มลุก มีเหง้าหรือลำต้นอยู่ใต้ดิน ซึ่งมีลักษณะเรียว ยาวอวบน้ำ ตรงกลางเหง้าจะพองคล้ายกระสวย ออกเกาะกลุ่มกันเป็นกระจุก มีสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลแกมส้ม เนื้อข้างในเป็นสีเหลืองมีกลิ่นหอม ใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับกัน สีค่อนข้างแดง ใบมีขนาดยาวรีรูปไข่ ปลายใบแหลมมีขนาดใหญ่สีเขียวอ่อน โคนใบเป็นกาบหุ้มซ้อนกัน ออกดอกเป็นช่อที่ยอด ดอกมีสีขาวหรือสีขาวปนชมพู ผลของกระชายเป็นผลแห้ง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Boesenbergia pundurata (R0xb) Schitr
วงศ์ : Zinggberaceae
ชื่อท้องถิ่น : กะแอน ระแอน (ภาคเหนือ) ขิงทราย (มหาสารคาม) ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพฯ)

สารสำคัญที่พบ

รากและเหง้ากระชายมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งประกอบด้วยสารไพนีน แคมฟีน เมอร์ซีน ไลโมนีน บอร์นีออลและการบูร เหง้าและรากของกระชายมีรสเผ็ดร้อนขม หมอยาพื้นบ้านในประเทศไทยใช้เหง้า และรากของกระชายแก้ปวดมวนในท้อง แก้ท้องอืดเฟ้อ แก้ลมจุกเสียด แก้โรคกระเพาะ รักษาแผลในปาก แก้ตกขาว กลาก เกลื้อน ใช้เมื่อมีอาการปวดข้อเข่า ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงกำลัง และใช้บำบัดโรคกามตายด้านอีกด้วย

กระชายมีรสเผ็ดร้อน สารสำคัญในรากและเหง้ากระชายมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยเจริญอาหารและแก้โรคในช่องปาก

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่า ในเหง้ากระชายมีน้ำมันหอมระเหยแต่พบในปริมาณน้อย (ราวร้อยละ 1-3) น้ำมันหอมระเหย ของกระชายประกอบด้วยสารเคมีหลายชนิด เช่น 1.8-cineol, camphor, d-borneolและ methyl cinnamateน้ำมันหอมระเหยที่พบส่วนน้อย ได้แก่ d-pinene, zingi-berene, zingiberone, curcuminและ zedoarinนอกจากนี้ยังพบสารอื่น ได้แก่ กลุ่มไดไฮโดรชาลโคน boesenbergin A กลุ่มฟลาโวนฟลาวาโนน และฟลาโวนอยด์ (ได้แก่ alpinetin, pinostrobin) และ pinocembrinและกลุ่มชาลโคน (ได้แก่ 2′, 4′, 6′-trihydroxychalconeและ cardamonin)

น้ำมันหอมระเหยของกระชายมีฤทธิ์บรรเทาอาการหดตัว ของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อของระบบทางเดินอาหาร

สารสกัดกระชายมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย E. coli ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการแน่นจุกเสียด นอกจากนั้นสาร cineole มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ จึงลดอาการปวดเกร็ง

ขิง

เป็นพืชล้มลุก มีแล่งใต้ดิน แง่งจะแตกแขนงออกมาคล้ายนิ้วมือเนื้อในเป็นสีเหลืองแกมเขียว ใบสีเขียวใบไม้ เรียงแคบ ปลายแหลมดอหเป็นช่อขนาดเล็กดอกสีเหลืองจะบานจากต้นไปหาปลาย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber officinale Rosc.

วงศ์ Zingiberaceae

ชื่อท้องถิ่น ขิงเผือก(เชียงใหม่)ขิงแกลง ขิงแดง (จันทบุรี)

ส่วนที่ใช้เป็นยา เหง้าแก่สด

สรรพคุณยา มีรสเผ็ดร้อน แก้จุกเสียด แก้เสมหะ บำรุงธาตุ แก้คลื่นเหียนอาเจียน

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

เหง้าขิงมีน้ำมันหอมระเหย ในน้ำมันนี้มีสารเคมีหลายชนิดด้วยกันที่สำคัญมี Zingiberine, Zingiberol, Citralนอกจากนี้น้ำมันหอมระเหยยังมีสารที่ชื่อ Oleo- resin อยู่ในปริมาณสูง เป็นสารที่ทำให้ขิงมีรสเผ็ดและกลิ่นหอม น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดหนองสารสกัดจากขิงป้องกันการคลื่นไส้ อาเจียนได้ ส่วนวิธีใช้แก้อาการท้องเสีย ท้องเฟ้อ แน่นจุกคลื่นไส้ อาเจียน ใช้เหง้าขิงสดขนาดเท่าหัวแม่มือทุบให้แตกต้มเอาน้ำมาดื่มได้ อาการไอ มีเสมหะ ให้ฝนขิงใช้กับมะนาว ใช้กวาดคอบ่อยๆ

สำหรับคุณค่าทางอาหาร ขิงอ่อนเอามาปรุงอาหารได้มากมายหลายอย่าง เช่นไก่ผัดขิงใส่ในต้มส้มปลากระบอก โจ๊กหมู โจ๊กไก่ โจ๊กกุ้งหรือโจ๊กอะไรก็ตามได้ทั้งนั้น

บอระเพ็ด

เป็นไม้เถาเลื้อยพัน เป็นไม้เนื้ออ่อน แต่เมื่อมีอายุมาก เนื้อของลำต้นอาจแข็งได้ ลำต้นมีขนาดเท่านิ้วมือ มีไส้เป็นเส้นยาว ตามเปลือกของลำต้นมีปุ่มปมกระจายทั่วไปเป็นจำนวนมาก ไม่มีขนหรือหนาม ยางมีรสขมจัด มีใบเดี่ยวเป็นแบบสลับ ใบรูปไข่ป้อม โคนใบรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบขนาดกว้าง 3-10 ซม. ยาว 6-13 ซม. ดอกออกเป็นช่อยาว 7-25 ซม. ดอกมีขนาดเล็กสีเหลืองอมเขียว ผลรูปไข่ สีเหลือง หรือส้ม ขนาด 2-3 ซม.

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tinospora crispa (L.) Miers ex Hook.f. & Thoms
ชื่อวงศ์ : HEART-LEAVED MOONSEED
ชื่อสามัญ : Menisspermaceae

ชื่ออื่น : เครือเขาฮอ จุ่งจิง เจ็ตมูลย่าน จุ่งจิงตัวแม่(เหนือ) เจตมูลหนาม (หนองคาย) หางหมู(อุบลราชธานี สระบุรี) ตัวเจตมูลยาน เถาหัวด้วน(สระบุรี) เจ็ดหมุนปลูก(ภาคใต้)

สรรพคุณทางยา

สารสำคัญจากบอระเพ็ดกระตุ้นภูมิคุ้มกันโดยการเพิ่มระดับเม็ดเลือดขาว และสามารถลดขนาดเนื้องอกได้ 58.8% เทียบเท่า cyclophosphamide

บอระเพ็ด มีรสขมเย็น แก้ไข้เหนือ แก้พิษฝีดาษ แก้ไข้พิษ ไข้กาฬ ไข้ทุกชนิด เจริญอาหาร แก้ร้อนในกระหายน้ำ เป็นยาอายุวัฒนะ

ใบ แก้รำมะนาด ปวดฟัน ฆ่าพยาธิไส้เดือน แก้ไข้ แก้โรค ผิวหนัง ดับพิษปวดแสบปวดร้อน บำรุงน้ำดี ฆ่าแมลงที่เข้าหู แก้โรคในกระเพาะอาหาร เป็นยาเจริญอาหาร

ลูก แก้ไข้ แก้เสมหะเป็นพิษ

เถา แก้พิษฝีดาษ แก้ไข้พิษไข้กาฬ แก้ไข้ทุกชนิด แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้สะอึก บำรุงกำลัง บำรุงน้ำดี บำรุงอาหาร แก้โรคกระเพาะ

รากและเถา นำมาตำผสมกับมะขามเปียกและเกลือ หรือใส่ในยาดองเหล้า โดยจะกินครั้งละ 1 ช้อนชา ซึ่งจะช่วยลดไข้ ช่วยให้เจริญอาหาร รักษาไข้มาลาเรียขึ้นสมองปัจจุบันองค์การเภสัชกรรม ได้ผลิตทิงเจอร์บอระเพ็ด เพื่อใช้แทนทิงเจอร์ เจนเซียล ซึ่งเป็นส่วนผสมของยาธาตุที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และจากการทดลองในสัตว์พบว่าน้ำที่สะกัดจากเถาใช้ลดไข้ได้

ดอก รักษาโรคในปากและช่องหู ขับพยาธิ

ผลและลูก เป็นยารักษาโรคไข้พิษอย่างแรงและเสมหะเป็นพิษ รักษาโรคอุจจาระเป็นเลือด รวมทั้งโรคติดเชื้อในกระแสเลือด

ต้นและเถา รักษาโรคพิษฝีดาษ โรคไข้เหนือ โรคไข้พิษทุกชนิด เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงไฟธาตุ รักษาอาการร้อนใน ทำให้เจริญอาหาร ขับน้ำย่อยในทางเดินอาหาร ระงับความร้อน รักษาโลหิตพิการ และระงับอาการสะอึก

(ตอนต่อไป : ฟ้าทะลายโจร)


แชร์