สูตรยอดยาดีสมุนไพรรักษามะเร็งระยะสุดท้าย (ตอนที่ 3) (ตอนที่ 3)

วิถีสุขภาพ

โดย…พินิจ จันทร

วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564

สูตรที่ 2 ยาดีสมุนไพรสมานฉันท์

สูตรนี้ประกอบด้วยสมุนไพรจำนวน  10 ชนิด  นำมาต้มรวมกัน  โดยมีปริมาณของสมุนไพรแต่ละชนิดดังนี้
1.  กำลังเสือโคร่ง หนัก 100 กรัม (ใช้เปลือกต้นไม้)
2.  ม้ากระทืบโรง หนัก 50 กรัม
3.  ช้างน้าว  หนัก 40 กรัม  (ใช้ส่วนของเปลือกและลำต้น)
4.  จ้อนเน่า  หนัก 30 กรัม (ใช้ส่วนของเปลือกและลำต้น)
5.  ตะไคร้ต้น  หนัก 30 กรัม (ใช้ส่วนของเปลือกและลำต้น)
6.  ขันทอง  หนัก 30 กรัม (ใช้ส่วนของลำต้น)
7.  ย่านางแดง  หนัก 30 กรัม (ใช้ทั้งต้น)
8.  ฝางแดง  หนัก 30 กรัม (ใช้ส่วนของเปลือกและลำต้น)
9.  ฟ้าทะลายโจร  หนัก 5 กรัม (ใช้ทั้งต้น)
10. แฮ่ม   หนัก 5 กรัม (ใช้ส่วนของเปลือกและลำต้น)

สำหรับรายละเอียดสมุนไพรแต่ละชนิดมีดังต่อไปนี้

1.กำลังพญาเสือโคร่ง

เป็นไม้ยืนต้น สูง 20-35 เมตร วัดรอบลำต้นประมาณ 1-2 เมตร เปลือกไม้(ที่ยังไม่ลอก) มีสีน้ำตาล เทา หรือ เกือบดำ มีรูระบายอากาศเป็นจัดขาวเล็กๆ กลม บ้างรีบางปะปนอยู่ เปลือกมีกลิ่นคล้ายการบูร เวลาแก่จะอกออกเป็นชั้นๆ คล้ายกระดาษ ที่ยอดอ่อน ก้านใบและช่อดอกมีขนสีเหลือง หรือ สีน้ำตาล ปกคลุม หูใบเป็นรูปสามเหลี่ยม หรือ แคบ ยาวประมาณ 3-8 มม.ใบ เป็นรูปไข่ถึงรูปไข่แกมหอก หรือรูปหอก เนื้อใบบาง คล้ายกระดาษ หรือ หนา ด้านใต้ของใบมีตุ่ม โคนใบป้านเกือบเป็นเส้นตรง ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อยสองชั้นหรือสามชั้น ซี่หยักแหลม ปลายใบเรียวแหลม เส้นแขนงใบ 7-10 คู่  ดอก ออกเป็นช่อยาวคล้ายหางกระรอก ออกตามง่ามใบแห่งละ 2-5 ช่อ ดอกย่อยไม่มีก้าน ช่อดอกเพศผู้ยาว 5-8 ซม. กลีบรองดอกเป็นรูปโล่หรือกลม มีแกนอยู่ตรงกลาง ปลายค่อนข้างแหลม มีขนที่ขอบเกสรเพศผู้ 4-7 อันติดอยู่ที่แกนกลาง ช่อดอกเพศเมียยาว 3-5 ซม. กลีบรองดอกไม่มีก้าน มี 3 หยัก ด้านนอกมีขน รังไข่แบน กรอบนอกเป็นรูปไข่ หรือเกือบกลม มีขน ท่อรังไข่ยาวกว่ารังไข่เล็กน้อย ผลแก่ร่วงง่าย แบน มีปีก 2 ข้างปีกบางและโปร่งแสง

สรรพคุณเปลือกต้น

– มีน้ำมันหอมระเหยชนิดหนึ่ง กลิ่นฉุนแรงคล้ายน้ำมันระกำ แต่ถ้าทิ้งจนเปลือกแห้ง กลิ่นทำให้เส้นเอ็นแข็งแรง

– ช่วยชำระล้างไตให้สะอาด บำรุงกองธาตุให้เป็นปกติ

– ขับลมในลำไส้

– ใช้บำบัดอาการผู้ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับมดลูกของผู้หญิงไม่สมบูรณ์ มดลูกชอกช้ำ อักเสบเนื่องจากการกระทบกระเทือน แท้งบุตร มดลูกไม่แข็งแรงให้หายเป็นปกติ

  1. ม้ากระทืบโรง

เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย เลื้อยเกาะไปตามพรรณไม้อื่นมีน้ำยางขาว สูงถึง 25 เมตร กิ่งอ่อน ก้านใบผิวใบด้ายล่าง และฐานรองดอกอ่อนมีขน  ใบเดี่ยว เรื่องสลับ รูปใบหอก รูปไข่หรือรูปของขนานแกมวงรี กว้าง 7-9 ซม. ยาว 12-18 ซม. เปลือกสีน้ำตาล มีปุ่มขึ้นคล้ายหนาม  ดอกช่อ ลักษณะทรงกลมคล้ายผลออกเดี่ยวๆ ที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่ในช่อเดี่ยวกัน ฐานรองดอกรูปทรงกลม ผลสด รูปทรงกลม ภายในสีแดง

ชื่อท้องถิ่นอื่นๆ  :  เดื่อเครือ ม้าทะลายโรง ม้าคอกแตก มันฤๅษี

สรรพคุณ

สรรพคุณตามตำรายาไทย ใช้ เถา บำรุงกำลัง ต้น บำรุงร่างกาย บำรุงความกำหนัด ช่วยขับน้ำย่อย เนื้อไม้ แก้ปวดหลัง แก้ปวดหัว ทั้งต้น บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง  ยาพื้นบ้านใช้ลำต้น ดองเหล้าดื่ม บำรุงกำลัง แก้เลือดเสีย เลือดค้าง ซูบซีด

3.ช้างน้าว

         เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดเล็ก สูง 3-8 เมตร แตกกิ่งก้านจำนวนมาก ทรงพุ่มกลม ปลายกิ่งมีกาบค่อนข้างแข็งปลายแหลมหุ้มตาอยู่ ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปหอกกลับแกมรูปขอบขนาน กว้าง 4-7  เซนติเมตร ยาว 8-18 เซนติเมตร ปลายใบแหลมเหลืองมน ขอบใบหยักถี่ๆ แผ่นใบเกลี้ยง เป็นมันทั้งสองด้าน ดอก มีช่อดอกสีเหลือง ออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด มีดอกย่อย 2-8 ดอก ทยอยบาน ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงสีเขียวนวล รูปขอบขนาน 5 กลีบ โค้งงอไปหาปลายดอกและติดอยู่จนกระทั่งเป็นผล กลีบดอกรูปหอก มีจำนวน 5-10 กลีบ เมื่อดอกย่อยบานมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เซนติเมตร หลุดร่วงง่าย แต่ละต้นมีดอกบานอยู่ 4-7 วัน มีกลิ่นหอมอ่อน ฤดูดอกบานอยู่ในช่วงเดือน มกราคม-พฤษภาคม ส่วนใหญ่ผลัดใบก่อนแล้วออกดอกพร้อมกันทั้งต้นในช่วงปลายเดือนมีนาคม

ชื่อท้องถิ่นอื่นๆ  :  ภาคกลางเรียกกำลังช้างสาร ระนองเรียกกระแจะ จันทบุรีเรียกขมิ้นพระ ต้น – ทางเหนือเรียกตาลเหลือง

สรรพคุณราก  ขับพยาธิ  แก้น้ำเหลืองเสีย

4.กระจ้อนเน่า

เป็นชื่อสมุนไพรซึ่งมีอยู่ป่าเทือกเขาของทุกภาคในประเทศไทย รากใต้ดิน ต้มกินเป็นยากระจายเส้น แก้ปวดหลังปวดเอ

สรรพคุณเด่น

–        ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเส้นเอ็นที่ตึงเครียด

–        บำบัดรักษาเบาหวาน

–        แก้ปวดเมื่อย ปวดตามข้อ

–        ช่วยลดความดัน

–        รักษามะเร็ง

(ตอนต่อไป : สมุนไพรตะไคร้ต้น)