กัญชา พืชมหัศจรรย์โลก (ตอนที่ 4)

แชร์

วิถีสุขภาพ

โดย…พินิจ จันทร

วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม 2564

“กัญชา” กับโรคมะเร็ง

รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ อดีตนายกสมาคมมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทยและหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคมะเร็งครบวงจร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวถึงเรื่องบทบาทของ “กัญชา”กับ โรคมะเร็ง ว่า

ในปัจจุบันมีแรงผลักดันให้มีการนำกัญชามาใช้ในประเทศไทยอย่างมากจากหลายภาคส่วน เน้นเป้าหมายว่า กัญชาไม่ควรที่จะถูกจัดกลุ่มอยู่ในสารเสพติด และควรเปิดกว้างให้มีการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น เสียงเรียกร้องที่ออกคล้ายกับว่า กัญชาเป็นพืชที่มีแต่ประโยชน์สูงมาก มีผลเสียน้อย ไม่ควรที่จะถูกปิดกั้นให้อยู่ในกลุ่มสารเสพติด หนึ่งในประเด็นสำคัญที่มีการอ้างอย่างมากคือ ประโยชน์ของกัญชาในการรักษาโรคมะเร็ง

สารสำคัญในกัญชา

ในกัญชาจะมีสารกลุ่ม Cannabinoid เป็นสารเคมีที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและภูมิคุ้มกัน สารเคมีที่ออกฤทธิ์หลักใน Cannabinoid ได้แก่ delta-9-THC ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท และทำให้มีอาการเคลิ้ม (high) อีกชนิดคือ Cannabidiol (CBD) จะลดอาการปวด การอักเสบ และความเครียดกังวล โดยไม่ทำให้เกิดอาการ high มากเท่า delta-9-THC

CBD ชนิดผง

ผลข้างเคียงที่เกิดเมื่อใช้กัญชา หรือ Cannabinoid ที่พบได้ ได้แก่ ใจสั่น ความดันโลหิตต่ำ กล้ามเนื้ออ่อนตัว ระบบการย่อยอาหารทำงานลดลง เวียนศีรษะ อารมณ์ซึมเศร้า หลอนและหวาดระแวง เมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจเกิดอาการถอนยาเมื่อหยุดใช้ ได้แก่ อารมณ์หงุดหงิด นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ร้อนวูบวาบ คลื่นไส้ เป็นตะคริว ลักษณะดังกล่าวข้างต้น เกิดขึ้นเนื่องจากกัญชาและ Cannabinoid อาจทำให้เกิดอาการติดยาได้

ทั้งกัญชาและ Cannabinoids อาจมีประโยชน์ในการรักษาอาการบางชนิดที่เกิดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง Dronabinol และ Nabilone เป็น Cannabinoids ที่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกาได้นำไปใช้ในการบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกี่ยวข้องกับการรับยาเคมีบำบัด

มีงานวิจัยพบว่ากัญชาสามารถออกฤทธิ์ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนจากยาเคมีบำบัดได้ แต่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยาป้องกันคลื่นไส้อาเจียน Prochlorperazine ซึ่งไม่เสพติด ในทางตรงกันข้ามหากใช้ในปริมาณมาก อาจเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรงจากกัญชาได้

ในด้านฤทธิ์ต่อต้านมะเร็ง มีการศึกษาว่ากัญชาสามารถออกฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งในการเพาะเลี้ยงเซลล์ในห้องแล็บ แต่ยังไม่มีการศึกษาถึงผลของกัญชาต่อโรคมะเร็งในมนุษย์ กล่าวคือ แม้ว่าจะมีการศึกษากัญชาในห้องปฏิบัติการมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานการนำเอากัญชามาใช้วิจัยเพื่อรักษามะเร็งในมนุษย์เลย

นอกจากนี้ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลการนำกัญชามาใช้บรรเทาอาการหรือผลข้างเคียงจากโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากพอ จากหลักฐานที่ตีพิมพ์เผยแพร่ทางวิชาการ มีการศึกษาใช้ในการควบคุมอาการปวดจากโรคอื่น ๆ ที่ไม่ใช่โรคมะเร็ง

ในปี 2015 ผลการวิจัยพบว่า การใช้การกัญชาร่วมไปกับการบำบัดความเจ็บปวดอื่นได้ผลการควบคุมความเจ็บปวดได้ไม่ต่างกับการรักษาที่ไม่ใช้กัญชา อีกทั้งกัญชายังทำให้เกิดผลข้างเคียงมากกว่า ในปี 2006 มีการวิจัยนำเอากัญชา และ delta-9-THC มาใช้เพื่อกระตุ้นความเจริญอาหาร โดยเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับกัญชา พบว่ากัญชาไม่สามารถเพิ่มความเจริญอาหารมากกว่ากลุ่มที่ไม่รับกัญชา

ดังนั้นสรุปได้ว่า จากหลักฐานทางการวิจัยที่มีคุณภาพ พบว่า ไม่มีการนำกัญชามารักษาโรคมะเร็งในมนุษย์เลย ในด้านการรักษาอาการเจ็บปวดหรือคลื่นไส้อาเจียน ก็มียาที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่แล้วโดยไม่ใช่สารเสพติด ในด้านการลดความเจ็บปวดหรือกระตุ้นความอยากอาหารก็ได้ผลไม่ชัดเจน

(ตอนต่อไป : กัญชากับตำรายาไทยโบราณ)


แชร์