ยุทธวิธีว่าที่ผู้สมัครส.ก.คนรุ่นใหม่“จับมือแล้วเดินไปด้วยกัน”

แชร์

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เพื่อไทย “บุก” ช่วยเหลือกัน “ข้ามเขต” หวังนำเอารูปแบบ City zone specialization มาใช้

29 ก.ย.64 / ดร.โกสินทร์ สุทธิรัตน์ ว่าที่ผู้สมัคร สก. เขตคลองสาน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าได้หารือกับ ดร.ณพลเดช มณีลังกา ว่าที่ผู้สมัคร สก.เขตสัมพันธวงศ์ ในการช่วยเหลือกันแบบ The strategic business unit หรือมิติ City zone specialization ที่เป็นการดึงเอาความสามารถของการบริหารเขตในแบบประเทศที่เจริญแล้วมาประสานการทำงานช่วยเหลือกัน โดยหลักการคือนำเอาจุดเด่นระหว่างเขตและตัวแทนของเขตมาช่วยเหลือกัน

ทั้งนี้ ด้วยรูปแบบการเลือกตั้ง สก.กรุงเทพฯ หรือสภาผู้แทนกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือว่าเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ในความเป็นจริงแล้วกรุงเทพฯ มีความแตกต่างในการบริหารแต่ละเขตอย่างมากโดยเฉพาะเขตเมืองชั้นนอกและชั้นใน สำหรับในการบริหารประเทศไทยมีการแบ่งย่อยกันในรูปแบบ อบจ. เทศบาล และ อบต. แต่กลับกัน กรุงเทพฯเป็นเมืองที่ใหญ่มาก แต่กลับเลือกตั้งเพียงชั้นใหญ่หรือเทียบเท่า อบจ. เพียงชั้นเดียวซึ่งรูปแบบของกฎหมายอาจวางการบริหารที่แตกต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ทำให้อำนาจอยู่ในมือผู้ว่าราชการกรุงเทพฯเพียงคนเดียว

ขณะเดียวกันหากมองกลับกัน สก. กลับมีหน้าที่เพียงโหวตแบบฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ไม่ได้มีหน้าที่มาบริหาร จึงค่อนข้างที่จะขัดกับการเลือกตั้งที่ต้องการเสียงประชาชนมาสนับสนุนเพื่อพัฒนาเขตพื้นที่เป็นการเฉพาะ วันนี้จึงทดลองเรื่องผสานความร่วมมือโดยในเขตคลองสานมีความพร้อมเรื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด จึงเข้ามาทดลองเป็นลำดับแรกที่จะพ่นในพื้นที่ชุมชน และวันนี้ได้โอกาสดีที่มีโอกาสเข้าไปพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ รอบกุฏิของ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ และรอบกุฏิเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือสมเด็จธงชัย พร้อมทั้งพ่นรอบบริเวณวัดไตรมิตรวิทยารามฯ เพื่อถวายความปลอดภัยให้กับเจ้าประคุณสมเด็จท่าน

ด้าน ดร.ณพลเดช กล่าวว่า วันนี้เป็นการทดลองในการช่วยเหลือกันระหว่างเขต เพราะปัจจุบันเขตสัมพันธวงศ์เป็นเขตเมืองชั้นใน เป็นย่านธุรกิจ ประชาชนที่ทำงานในเขตสัมพันธวงศ์ มีจำนวนมากที่ข้ามฝั่งเจ้าพระยาไปพักที่เขตคลองสานเพราะค่าเช่าและค่าใช้จ่ายถูกกว่า และด้วยเขตสัมพันธวงศ์มีพื้นที่เล็กเพียง 1.4 ตารางกิโลเมตร การเก็บเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อโควิดและอุปกรณ์ที่สำคัญ เขตคลองสานมีความสามารถที่ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม จึงเห็นว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของ สก.ตามกฎหมาย ที่ให้อำนาจเพียง สก.เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ อาจจะไม่ตอบโจทย์ ในการแก้ปัญหา กทม. อย่างยั่งยืน เพราะขณะนี้ปัญหาโควิดมีมากมาย แต่กลับกันหากมองอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย สก.แต่งตั้งที่แต่งตั้งมาโดย อำนาจ ม.44 จากคณะ คสช. ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้การช่วยเหลือประชาชนไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ ดังนั้นจึงค่อยไม่เห็น สก.แต่งตั้งลงพื้นที่ไปช่วยเหลือชาวบ้าน

“แต่กลับกันก็จะเห็นตัวแทนจากพรรคการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชนและประชาธิปไตย ที่ลงช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน พร้อมหา Solution และรูปแบบต่างๆ ประสานความช่วยเหลือที่จะเข้ามาช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย และยังมองไปถึงอนาคตในเรื่องปากท้อง เรื่องเศรษฐกิจของประชาชน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่กำลังคิดที่จะดำเนินการเพื่อผลักดันให้ กทม. ดีขึ้น ดังประเทศที่เจริญแล้ว” ดร.ณพลเดช กล่าว

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน


แชร์