เปิดประเทศสู้”โควิด”กับกระแสลือ”ยุบสภา” 2 รสชาติที่น่าจับตาดู??

แชร์

19ก.ย.64 / โดย…นายจักรยาน

เปิด หรือ ยุบ…?

สถานการณ์บ้านเมืองของเราในช่วงระยะเวลานี้มีเรื่องราวที่ประชาชนเฝ้าจับตาดูว่าประเทศไทยจะเปิดประเทศในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 หรือไม่

หรือจะเปิดเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยว และเปิดกี่จังหวัด ก็ต้องรอดูกันต่อไป

ส่วนกรุงเทพมหานครที่มีการออกข่าวจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่าจะเปิดวันที่ 15 ตุลาคม นี้เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวชมความสวยงามตระการตาของกรุงเทพมหานคร สมเป็นเมืองฟ้ามหาธานี

แต่ผู้ว่าฯ กทม. ปฏิเสธว่ายังไม่เปิดกรุงเทพมหานครในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ตามที่ท่านรัฐมนตรีการท่องเที่ยว ฯ โพทนาเอาไว้

เพราะผู้ที่จะประกาศเปิดเมืองฟ้าอมร กทม. คือผู้ว่าฯ กทม. ที่ดูและรับผิดชอบประชาชนชาวกรุง แต่เพียงผู้เดียว

ประจวบกับ ศบค. (ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19) ของรัฐบาล ก็ปฏิเสธเช่นกันว่ายังไม่เปิด กทม.ในวันที่ 15 ตุลาคม ขอรอดูสถานการณ์ของอิทธิฤทธิ์ “ไวรัสยมทูต” ก่อนจะอ่อนฤทธิ์ลงหรือแรงกล้าขึ้นอีก

ดังนั้น เรา ๆ ท่าน ๆ ก็ต้องติดตามสถานการณ์บ้านเมืองเรื่องโควิด-19 ไปเรื่อย ๆ อย่าได้เบื่อหน่าย

เนื่องจากเกี่ยวของกับคนไทยทุกคนที่ต้องให้ความรวมมือป้องกันจากเจ้า “ไวรัสอำมหิต” ของโลกยุคนี้

ถ้ามนุษย์คนไทยมีจิตสำนักของความเป็นมนุษย์ในการรับผิดขอบต่อส่วนรวม ก็จะสู้ยับยั้งเจ้าโควิดมหาประลัยได้

ส่วนพวกมนุษย์ไทยที่งี่เง่า ก็ปล่อยไปตามยะถากรรมว่าจะพบกับกรรมจาก”โควิดยมบาล”เมื่อไหร่??

การเปิดประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องที่ดี จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศและปากท้องชาวบ้านเดินหน้าไปได้ในการฟื้นฟูชาติบ้านเมือง

ขออย่างเดียวการเปิดประเทศเพื่อให้เศรษฐกิจทะลุทะลวงเงยหัวขึ้นมาได้ อย่าให้เชื้่อร้ายของ “โควิดสายพันธุ์โหด” พลอยกระดี๊กระด๋าอาละวาดหนักยิ่งขึ้นก็แล้วกัน

นอกจากมาตรการของรัฐที่ออกมารณรงค์ป้องกันแล้ว ประชาชนทุกกลุ่มเหล่าจะต้องร่วมมือสามัคคีกันสู้กับโควิดให้ซาลงให้ได้

มิฉะนั้นแล้ว รัฐบาลของ “ลุงตู่” จะโดนถล่มด่าแต่เพียงผู้เดียวอย่างช่วยไม่ได้!?!

เหมือน ๆ กับสถานการณ์การเมืองในช่วงนี้เช่นกันที่ “ลุงตู่” ต้องโดยด่าไล่พ้นจากเก้าอี้ทุกวันจากกลุ่มการเมืองและนักการเมืองคนละขั้วในการสรรหาคำด่าไม่รู้จักเบื่อหน่าย!!

หลังจากที่ผ่านพ้นศึกวันซักฟอกและการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ผ่านวาระ 3 เป็นกฎหมายเรียบร้อยแล้ว

และเรื่องการปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจาก รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จาก รมช.แรงงาน โดยไม่มีปรับใครเข้ามานั่้่่งเก้าอี้แทน

เรื่องของเรื่องก็มีกระแสกวิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึงว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ของ “ลุงป้อม” แตกดังโพล๊ะไม่ต้องสงสัย

เพราะหลังจากที่โดนปลดสายฟ้าแลบ “ร.อ.ธรรมนัศ พรหมเผ่า” ออกมาประเทศว่าจะไปตั้งพรรคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังพะเยา หรือ อิสานล้านนา

แต่วันต่อมา “ร.อ.ธรรมนัส” กลืนคำพูดของตนเองว่า ยังรัก “ลุงป้อม” เหมือนเดิม ขอช่วยงาน “ลุงป้อม” อันเป็นที่รักต่อไปไม่ไปไหน

ด้วยเหตุฉะนี้ คำพูดทางการเมืองได้พิสูจน์ทราบสัจธรรมอย่างหนึ่ง วันนี้พูดอย่างพรุ่งนี้พูดอีกอย่าง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ ไม่มีอะไรแน่นอนของการเมือง

ดังเช่นที่มีเสียงวิเคราะห์เจาะลึกที่ไม่ค่อยลึกนักออกมาเป็นโหรการเมืองพยากรณ์ว่า “ลุงตู่” จะประกาศยุบสภาไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 2565

นักการเมืองบางคนก็หิวแสงการเมืองได้จับตาสามยามระบุวันที่ชัดเจนว่า วันที่ 25 สิงหาคม 2565 “ลุงตู่” จะไม่มีโอกาสเป็น “นายกรัฐมนตรี” ไปตลอดชีวิต??

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า พอผ่านพ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2565 และเดือนสิงหาคม 2565 ไปโดย “ลุงตู่” ยังอดทนโดนยอม “ด่า” ทุก ๆ วันอย่างสบายใจในตำแหน่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

ผู้ที่รู้ดีจะเปลี่ยนคำพูดที่เคยพูดไว้อย่างไร ก็ต้องคอยเงี่ยรูหูฟังก็แล้วกัน!!

เพราะฉะนั้นเรื่อง “ยุบสภา” ควรรับฟังเป็นเรื่องสนุก ๆ ทางการเมืองที่ยังไม่รู้ว่าจะจริงหรือไม่จริง

ถึงแม้ว่า “ลุงป้อม” หัวหน้าพรรค พปชร. จะบอกผ่านไปถึง ส.ส.ของพรรคและนักการเมืองทุกพรรคว่า “ไม่ยุุบสภา”

หรือ “ลุงตู่” ช่วงนี้เดินทางทำกิจกรรมการเมืองไปจังหวัดต่าง ๆ เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่า ขอวิ่งสู้ฟัดฝ่าฟันขวากหนามทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และ”ไวรัสนรก” ต่อไปไม่หยุดยั้งที่จะ “ยุบสภา” ตามสารพัดกระแสข่าวปล่อย

อ๊ะ… อ๊ะ…. การเมืองนั้นเป็นเรื่องไม่แน่นอน ซึ่งอะไรเกิดขึ้นมาได้ทั้งสิ้นไม่เว้นวันหยุดราชการ

เรา ๆ ท่าน ๆ มาลองทายลับสมองกันเล่น ๆ ว่า จะมีการ “ยุบสภา” ก่อนสภาผู้แทน ฯ ครบวาระ 4 ปีหรือไม่??

หรือสภาผู้แทน ฯ ยุค “ลุงตู่” อยู่ครบวาระ 4 ปี !?!


แชร์