สรรพคุณใบกระท่อมพืชสมุนไพรยาโบราณ
โดย…พินิจ จันทร
10ก.ย.64/ ใครที่ติดตามข่าวสารจะทราบว่านับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2564 เป็นต้นมา รัฐบาลได้ปลดล็อกกระท่อมพ้นจากยาเสพติด ตามความในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7 ซึ่งเป็นสิ่งเสพติดประเภท 5 ได้แก่กัญชาและพืชกระท่อม

กระท่อม (Kratom) หรือ Mitragyna speciosa (Korth.) HaviL. เป็นพรรณไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งในวงศ์ Rubiaceae ถูกนำมาใช้เป็นยาสามัญประจำบ้านมานานหลายร้อยปีแล้วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนในประเทศไทยพบบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น นนทบุรี ปทุมธานี แต่จะพบมากในป่าธรรมชาติบริเวณภาคใต้ เช่น สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส
กระท่อมที่พบในประเทศไทยมีอยู่ 3 พันธุ์ คือ แตงกวา (ก้านเขียว) ยักษาใหญ่ (รูปใบใหญ่)และก้านแดง โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละที่ เช่น ภาคเหนือเรียกอีด่าง อีแดง กระอ่วม ภาคใต้ เรียกท่อมหรือท่ม ในมลายูเรียกคูทุม (Kutum) หรือคีทุมเบีย (Ketum Bia) หรือเบียก (Biak) ลาวเรียกไนทุม (Neithum) อินโดจีน เรียกโคดาม (Kodam)

สารสำคัญที่พบในใบกระท่อมนั้น ประกอบด้วยแอลคาลอยด์ทั้งหมดประมาณร้อยละ 0.5 ในจำนวนนี้เป็นมิตราไจนีน (Mitragynine) ร้อยละ 0.25 ที่เหลือเป็น สเปโอไจนีน (Speciogynine) ไพแนนทีน (Paynanthine) สเปซิโอซีเลียทีน (Speciociliatine) ตามลำดับ ซึ่งชนิดและปริมาณแอลคาลอยด์ที่พบแตกต่างกัน ตามสถานที่ และเวลาที่เก็บเกี่ยว ซึ่งแบ่งตามสูตรโครงสร้างได้สารประกอบ 4 ประเภท คือ
- อินโดลแอลคาลอยด์ (Indole Alkaloids)
- ออกอินโดลแอลคาลอยด์ (Oxindole Alkaloids)
- ฟลาวานอยด์ (Elavanoids)
- กลุ่มอื่นๆ เช่น ไฟโตสเตอรอล (Phytosterol), แทนนิน (Tannins)
(ติดตามอ่านประโยชน์กระท่อมในตอนต่อไป)

















