ก.ค.นี้กทม.เปิดศูนย์พักคอยครบ50เขต

แชร์

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ขยายวงกว้างและในแต่ละวันมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ป่วยที่รอเตียงหรือผู้ป่วยตกค้างในชุมชนจำนวนมาก เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยตกค้าง กทม. สั่งเร่งเปิดศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อให้ครบ 50 เขตในเดือน ก.ค.นี้

20 ก.ค.64 / นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมการบริหารจัดการศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อในพื้นที่กทม. โดยมี รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการแพทย์ ผู้บริหารสำนักงานเขต 50 เขต ร่วมประชุมผ่านระบบทางไกล (Teleconference)

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ขยายวงกว้างและในแต่ละวันมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ป่วยที่รอเตียงหรือผู้ป่วยตกค้างในชุมชนจำนวนมาก เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยตกค้าง รวมทั้งป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค กรุงเทพมหานครจึงจัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ (Community Isolation) เพิ่มเติม โดยมีเป้าหมาย 1 เขต 1 ศูนย์พักคอย ขณะนี้จัดตั้งศูนย์พักคอยฯ แล้ว จำนวน 42 แห่ง อยู่ในพื้นที่เขต 41 เขต เปิดบริการแล้ว จำนวน 19 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่บางแห่งกำหนดสถานที่แล้วแต่อยู่ระหว่างการประสานงานและลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง จำนวน 6 เขต ได้แก่ เขตสัมพันธวงศ์ เขตพญาไท เขตบึงกุ่ม เขตบางพลัด เขตภาษีเจริญ เขตราษฎร์บูรณะ และอยู่ระหว่างพิจารณาสถานที่ จำนวน 3 เขต ได้แก่ เขตวัฒนา เขตประเวศ เขตบางกอกใหญ่ ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานเขตเร่งดำเนินการจัดตั้งโดยเร็ว พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือกับชุมชนใกล้เคียงในการจัดตั้งศูนย์ โดยมีเป้าหมายให้แล้วเสร็จครบทั้ง 50 ศูนย์ ภายในเดือน ก.ค.64 เพื่อให้สามารถรองรับและช่วยเหลือผู้ป่วยตกค้างในพื้นที่ให้เร็วที่สุด

สำหรับแนวทางการรองรับผู้ป่วยเข้าศูนย์พักคอยฯ ในกรณีที่ทำการตรวจหาเชื้อโควิดด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) แล้วมีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ หากไม่สามารถแยกกักตัวที่บ้านได้ (Home Isolation: HI) จะทำการส่งตัวเข้าศูนย์พักคอยฯ ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลตรวจ RT-PCR ซึ่งต้องใช้เวลารอผลจากแลปประมาณ 3 วัน เพื่อให้ผู้ป่วยเข้ามาอยู่ในความดูแลและรับยาได้ทันที โดยศูนย์ฯ จะมีใบยินยอม(consent form) ให้ผู้ป่วยกรอกรายละเอียดข้อมูลก่อนเข้ารับการรักษาในศูนย์

ส่วนการเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งผู้ป่วยเข้าระบบการรักษา ได้มอบหมายทุกสำนักงานเขตจัดหารถสำหรับนำส่งผู้ป่วยเพิ่มเติมนอกเหนือจากรถของสำนักงานเขต โดยประสานเจ้าหน้าที่ทหาร ภาคเอกชน หรือชุมชน เพื่อให้สามารถนำส่งผู้ป่วยในชุมชนหรือพื้นที่เขตใกล้เคียงได้รวดเร็วและจำนวนมากขึ้น นอกจากนี้ได้กำชับให้ทุกเขตกวดขันดูแลพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง อาทิ ตลาด โรงงาน สถานประกอบการ เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน


แชร์