ผู้ป่วยโควิด-19ลั่น!ยาแผนไทยรักษาหายจริง

แพทย์แผนไทยช่วยชาติฝ่าวิกฤติสุขภาพ ด้วยตำรับยาแผนไทย เชิญคนไข้ร่วมแถลงยืนยันผลตรวจเป็นลบ ด้าน”รฎาวัญ” ปลื้มช่วยลดค่ารักษาคนป่วย 180 ล้านบาท เผยประชาชนสนใจพึ่งยาแผนไทยมากขึ้น

18มิ.ย.64 / นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย นำคณะแพทย์เวชกรรมไทยของโครงการแพทย์แผนไทยช่วยชาติ และประธานสภาครูแพทย์แผนไทย เชิญคนไข้ที่ผลตรวจเชื้อเป็นลบ แถลงยืนยันประสิทธิภาพตำรับยาแผนไทย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้คนกลุ่มเสี่ยงแข็งแรงปลอดภัย มีผลชี้วัดทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เช่น ผลเอ็กซเรย์ปอด และใบรับรองแพทย์ว่าหายป่วยแล้ว

นางสาวแอน ผู้ที่รับประทานตำรับยาแผนไทยแล้วหายป่วย กล่าวว่า ตนติดเชื้อโควิด-19 จากน้าสาว เริ่มมีอาการไข้ ตั้งแต่ 16 เมษายน 2564 ได้พาน้าไปตรวจร่างกาย 18 เมษายน ผลออกมาติดเชื้อมีไข้สูง แพทย์จึงให้นอนรักษาที่โรงพยาบาล ส่วนตัวเองกลับไปตรวจวันที่ 19 เมษายน ผลออกมาติดเชื้อเช่นกัน แต่แพทย์ให้กลับไปรอเตียงอยู่ที่บ้าน มีไข้ทุกวันทานยาพาราฯพอหมดฤทธิ์ยาก็มีไข้อีก จนได้ติดต่อขอรับยาแผนไทยไปทาน ไข้ลดลงตั้งแต่วันแรก ตลอด 6 วันไม่มีไข้เลย และเมื่อได้เตียง 27 เมษายนก็เข้าโรงพยาบาลมีการเอกซเรย์ปอด 2 ครั้ง ปอดสะอาดเป็นปกติดี จึงได้ใบรับรองแพทย์ว่าอาการป่วยหายแล้วและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ส่วนน้าสาวไม่ได้ทานยาไทย แต่รักษาตัวที่โรงพยาบาล ห้ามญาติเยี่ยม อาการทรุดต้องเข้าห้อง ICU ไตวายและเสียชีวิตเมื่อ 30 เมษายน ส่วนตัวเองไม่มีอาการใดๆร่างกายแข็งแรงดีมาจนถึงวันนี้ ก็ขอขอบพระคุณโครงการแพทย์แผนไทยช่วยชาติที่ช่วยให้ตัวเองรอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัยและยินดีช่วยประชาสัมพันธ์โครงการนี้ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายตลอดไป

ด้านนายตู่ ผู้ที่รับประทานยาแผนไทยทั้งครอบครัวแล้วหายป่วย กล่าวว่า มีคนในครอบครัวติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 2 คน มีอาการไข้ เชื้อลงปอด มีพี่สาวเป็นแพทย์แผนไทยแนะนำให้ติดต่อโครงการแพทย์แผนไทยช่วยชาติ ระหว่างที่รอเตียง จึงได้รับประทานตำรับยาแผนไทย และนำติดตัวไปทานต่อที่โรงพยาบาลจนครบ 5 วัน ร่างกายหายป่วยเป็นปกติ ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้ให้ยาอะไรทานเลยเพราะไม่มีไข้ ไม่มีอาการใดๆ ผลตรวจเชื้อเป็นลบทั้งสองคน แพทย์จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ส่วนตัวเองและสมาชิกในครอบครัว 4 คนก็ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง และได้รับความอนุเคราะห์ตำรับยาแผนไทยมารับประทานทุกคน ผลตรวจเชื้อก็เป็นลบทุกคน จึงขอขอบคุณ คุณรฎาวัญ และแพทย์แผนไทยในโครงการแพทย์แผนไทยช่วยชาติทุกท่านด้วยครับ

ขณะเดียวกัน แพทย์เวชกรรมไทย ณิชกรณ์วัน วัดพุทธญาณวงศ์ กล่าวว่า การใช้ยา 3 ตำรับในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการ เหมือน covid-19 ตามคัมภีร์ตักกะศิลาได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ ผลเชิงประจักษ์ คนไข้ได้ส่งผลการตรวจมาเป็นลบ ทั้งผู้ป่วยที่รอเตียง และผู้ป่วยติดเชื้ออยู่โรงพยาบาล รวมทั้งผู้ที่มีความเสี่ยงสูงอยู่อาศัยร่วมกันกับผู้ติดเชื้อ หลังทานยาไปตรวจเชื้อและเอกซเรย์ปอด เป็นปกติทุกคน จึงเชื่อมั่นในตำรับยาห้าราก ยาจันทลีลา ยาประสะฟ้าทะลายโจร รักษาไข้ทุกชนิดที่เกิดจากไวรัสได้ ตัวเองก็ทานทั้งสามตำรับนี้ 1 ชุดทุกครั้งที่ออกไปพบปะผู้คนนอกบ้าน ถ้าไม่มีอาการอะไรก็หยุดทาน ซึ่งได้แนะนำกลุ่มเสี่ยงที่เครียดหวาดวิตกกลัวว่าจะติดเชื้อให้ทานสามตำรับดังกล่าวนี้เพราะมีแต่ผลดีต่อร่างกาย ไม่มีอันตรายเลย และควรปรึกษาแพทย์แผนไทยก่อนทานยาจะดีที่สุด

ส่วน แพทย์เวชกรรมไทยโสภณภัคจ์ วัดพุทธญาณวงศ์ ประธานสภาครูแพทย์แผนไทย กล่าวว่า การแพทย์แผนไทยมีวิธีการรักษาโรคที่ดีไม่ด้อยกว่าการแพทย์แผนตะวันตก เมื่อปี 2555 ตนได้ถอดรหัสตำรับยาแผนไทยในคัมภีร์ตักกะศิลา พบว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก เคยใช้รักษาโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียได้ ทับลานคลินิกการแพทย์แผนไทยจึงได้ใช้รักษาคนป่วยไข้ทุกชนิดแล้วหายเป็นปกติมานานนับ 10 ปีแล้ว จึงขอให้ประชาชนชาวไทยสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ห้า แห่งราชวงศ์จักรี ที่ทรงมีพระราชดำริ ให้รวบรวมคัมภีร์ตำรับยาแผนไทยทั้งหมดแล้วแต่งเป็นตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์จึงได้ใช้เป็นตำราเรียนการแพทย์แผนไทยตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้

นางรฎาวัญ ได้กล่าวเสริมว่า “เราได้ส่งตำรับยาแผนไทยคือ ยาห้าราก ยาจันทลีลา ยาประสะฟ้าทลายโจร ยาสัตตะโกฐ ให้ประชาชนที่มีอาการเหมือนโรคไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้กาฬ ตามคัมภีร์ตักกะศิลา ได้รับประทานฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย มาตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2564 มีประชาชนติดต่อขอคำปรึกษาทางสายด่วน 08-6103-4222 ,06-1891-8559 จำนวนกว่า 1,000 ราย มีขอรับยาแผนไทยไปแล้วเกือบ 200 ราย ถ้าคิดเป็นค่ารักษาในโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชนเฉลี่ยสูงสุดคนละ 900,000 บาท จึงนับได้ว่าโครงการแพทย์แผนไทยช่วยชาติเราสามารถช่วยเหลือประชาชนไปแล้วคิดเป็นเงินค่ารักษาประมาณ 180,000,000 บาท จึงขอขอบพระคุณโรงงานยาแผนไทย และประชาชนผู้มีจิตเมตตาที่ได้บริจาคทั้งเงินทุนและที่บริจาคตำรับยาแผนไทยให้มาใช้ในโครงการนี้ทุกท่านด้วยค่ะ”

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน