วันพุธ 23 กันยายน 2026
หน้าแรก หน้าข่าว มติที่ประชุมกรรมการรังนกฯกำหนดราคากลาง 450 ล้านบาท /5 ปี

มติที่ประชุมกรรมการรังนกฯกำหนดราคากลาง 450 ล้านบาท /5 ปี

ตามที่คณะกรรมการรังนกฯได้ประกาศให้สัมปทานรังนกฯ เป็นเวลา 5 ปี  แต่หลังจากที่เปิดขายซองเอกสารการประมูลไป  3  ครั้ง  ในราคา  500  ล้านบาทและราคา  450  ล้านบาทตามลำดับ  ก็ยังไม่มีผู้เข้ามายื่นซองการประมูลรังนกฯแต่อย่างใด  ในที่ประชุมคณะกรรมการรังนกฯ จึงได้มอบหมายให้คณะกรรมกรกำหนดราคากลางจัดประชุมเพื่อกำหนดราคากลางในครั้งที่  4  ซึ่งการประชุมการกำหนดราคากลางเมื่อวันที่  6   มิถุนายน 2564  มติที่ประชุมได้มีมติกำหนดราคากลางไว้ที่   475  ล้านบาท  ให้เก็บรังนกจาก  15  ครั้งเป็นจำนวน  16  ครั้ง  โดยมีระยะเวลาการสัมปทาน  5  ปีเศษ  ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 15.00  น.วันที่ 7มิ.ย.64 ที่ห้องประชุมอิรวดีศาลากลางจังหวัดพัทลุง  นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง  ในฐานะประธานกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง  ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการรังนกฯ  เพื่อร่วมกันพิจารณาการกำหนดราคากลางตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาได้เสนอมาดังกล่าว  โดยในที่ประชุมได้ร่วมกันอภิปรายถึงผลดีผลเสียของราคากลาง  475  ล้านบาท  และราคากลาง  450  ล้านบาทอย่างหลากหลาย   และจากการลงมติเพื่อรับหลักการราคากลาง  475  ล้านบาทนั้น  ปรากฏว่าในที่ประชุมเห็นด้วยกับราคากลาง  475  ล้านบาท  จำนวน  3  เสียง  ไม่เห็นด้วย  8  เสียง  จึงทำให้ราคากลาง  475  ล้านบาทไม่ได้รับเห็นชอบจากที่ประชุม

ต่อมานายเกษมศักดิ์  เส้งสุ้น  ผู้ทรงคุณวุฒิ  ได้เสนอราคากลางที่  450  ล้านบาท  ในระยะเวลา  5  ปี  ตัดสัญญาแนบท้ายในวงเงินประมาณ  6  ล้านบาทออกไป  เพื่อเป็นการจูงใจให้มีผู้เข้ามาประมูลรังนกฯในครั้งนี้   ในขณะที่ในที่ประชุมไม่มีใครเสนอราคากลางมาให้คณะกรรมการรังนกฯมาพิจารณาร่วมกับการเสนอราคาของนายเกษมศักดิ์ฯ  ทางด้านนายกู้เกียรติฯ จึงได้ขอมติจากที่ประชุมด้วยการยกมือลงคะแนนเสียง   ปรากฏว่าในที่ประชุมเห็นด้วยกับราคากลางตามข้อเสนอของนายเกษมศักดิ์ฯ  8  เสียง  นอกนั้นงดออกเสียง  โดยจะเปิดการขายซองประมูลฯในระหว่างวันที่   8 – 21  มิถุนายน   2564  และกำหนดการยื่นซองในวันที่  22  มิถุนายน  2564  ณ หอประชุมจังหวัดพัทลุง    ส่วนรายละเอียดต่างๆตามสัญญาการสัมปทานรังนกฯได้ยึดหลักรายละเอียดเดิมที่ได้ประกาศมาแล้ว

ในส่วนของการเฝ้าระวัง  การป้องปรามการลักรังนกฯนั้น   ขณะนี้  อบจ.เงินเหลือประมาณ  9  แสนบาทเศษ  มีค่าใช้จ่ายค่าน้ำมัน  วัสดุสำนักงาน  ค่าเอกสาร  ฯลฯ  จำนวน  180,000บาท   ใช้กำลังตำรวจ  ฝ่ายปกครอง  กำลัง  อบจ.พัทลุง  และ  จนท.ในสังสังกัดกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวันละ  67  คน  โดยจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ  57,350  บาท/วัน   มีเงินลงทุนครั้งเดียว290,000  บาท  ทำให้  อบจ.มีเงินเฝ้ารังนกเพียง  610,000  บาท  โดยสามารถใช้เงินจำนวนดังกล่าวเฝ้ารังนกได้เพียง  12  วันเท่านั้น  ซึ่งนายวิสุทธิ์ฯได้เสนอให้ชะลอการจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงของข้าราชการที่ลงพื้นที่เฝ้ารังนกทั้งในเกาะและบนภาคพื้นดินไว้ก่อน  เพื่อนำเงินดังกล่าวมาใช้ในส่วนอื่นๆที่จำเป็นในการเฝ้าเกาะรังนก ซึ่งทาง  อบจ.จะร่วมกับทางจังหวัดฯร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป

ขณะที่นายฉัตรชัย  อุสาหะ  รอง  ผวจ.พัทลุง  ได้เสนอให้ภาคประชาชน  องค์กรทุกองค์กร  ตัวแทนสื่อมวลชน  เข้ามามีส่วนรับรู้  ร่วมแก้ปัญหา  ในการสัมปทานรังนกฯในครั้งนี้ด้วยซึ่งทาง  อบจ.พัทลุงได้รับเป็นเจ้าภาพในการดำเนินงานดังกล่าว  โดยกำหนดจัดในช่วงระหว่างการเปิดการจำหน่ายซองเอกสารในระหว่างวันที่  8 – 21  มิถุนายน   2564  ส่วยวัน  เวลา  สถานที่ที่แน่นอนจะกำหนดอีกครั้งหนึ่ง  ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป